logo

วิธีไล่ยุง สิ่งหลายบ้านที่กำลังหาวิธีแก้ไขปัญหา หากเอ่ยถึงแมลงที่สร้างความรำคาญใจมากที่สุดก็คงจะเป็นเจ้ายุงนี่แหละ วิธีไล่ยุงก็มีตั้งแต่ ไล่ยุงด้วยสบู่หรือน้ำส้มสายชู หรือจะไล่ยุงด้วยกระเทียม ไปจนถึงวิธีง่ายๆ อย่างเปิดพัดลมไล่ยุ่ง จุดเทียนหอมระเหย หรือการเผาเปลือกส้มก็จะช่วยให้ยุงห่างไกล

 วิธีไล่ยุงถ้ายิ่งเป็นช่วงฤดูฝนด้วยแล้ว การระมัดระวังยุงยิ่งต้องใส่ใจมากยิ่งขึ้น เพราะยุงเป็นพาหะของโรคต่าง ๆ ทั้งไข้เลือดออก มาลาเรีย และวันนี้เราก็ขออาสาพามาดูวิธีไล่ยุงและกำจัดยุงอย่างง่ายๆ โดยสามารถประยุกต์ใช้ได้แบบไม่ต้องกังวล จะมีวิธีใดบ้าง มาดูพร้อม ๆ กันเลย

วิธีไล่ยุงแบบธรรมชาติ ปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย

          หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากกำจัดยุงร้ายด้วยวิธีทางธรรมชาติ ปลอดสารเคมีหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ที่สำคัญยังเป็นวิธีการสุดแสนจะประหยัด จะมีวิธีใดบ้างนั้น พร้อมแล้วมาดูกัน

1. วิธีไล่ยุงด้วยสบู่ และวิธีไล่ยุงด้วยน้ำส้มสายชู

          สบู่และน้ำส้มสายชูเป็นของที่มีติดบ้านกันทุกบ้าน ซึ่งคุณสามารถใช้วิธีไล่ยุงด้วยสบู่และวิธีไล่ยุงด้วยน้ำส้มสายชู แบบง่าย ๆ ด้วยการละลายสบู่ลงในน้ำ ผสมน้ำส้มสายชูและน้ำตาลทราบ คนให้ละลาย ทิ้งไว้ตอนกลางคืน จากนั้นเทใส่กะละมัง ตื่นเช้ามาจะเห็นยุงจำนวนมากตกลงไปตาย

2. ไล่ยุงด้วยกระเทียม

          ให้คุณนำกระเทียมปอกเปลือกและปาดหัวเพื่อให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากกระเทียมอบอวลไปทั่วบ้าน จากนั้นนำไปวางบริเวณมุมห้องที่มืด ๆ ซึ่งเป็นจุดที่ยุงมักจะแอบเข้าไปอยู่ วิธีไล่ยุงแบบนี้ทำให้ยุงบินหนีไปได้ ถือว่าได้ผลไม่แพ้การใช้วิธีไล่ยุงด้วยสบู่และวิธีไล่ยุงด้วยน้ำส้มสายชู

3. เปิดพัดลมไล่ยุง

          เปิดพัดลมเป็นวิธีไล่ยุงที่น่าสนใจ เนื่องจากว่ายุงเป็นแมลงชนิดเล็กและมีน้ำหนักเบา เมื่อโดนแรงลมจากพัดลมจะไม่สามารถบินอยู่ได้ ในที่สุดก็ต้องล่าถอยไปบริเวณที่ไม่มีพัดลมแทน แต่หากเป็นวันที่ฝนตกและอากาศหนาว วิธีนี้ก็อาจใช้ไม่ได้ผลดีสักเท่าไรนัก

4. จุดเทียนหอมระเหย

วิธีไล่ยุงที่ดี คือการจุดเทียนหอมระเหย นอกจากให้กลิ่นที่ผ่อนคลายสบายใจแล้ว เทียมหอมระเหยยังสามารถไล่ยุงได้เป็นอย่างดี เนื่องจากว่าเทียนหอมระเหยอุดมไปด้วยสมุนไพรซึ่งเมื่อจุดแล้วยุงจะไม่ชอบกลิ่นเหล่านี้ ทั้งตะไคร้ ยูคาลิปตัส หรือกลิ่นส้ม หรือหากใครมีเวลาจะทำเทียนใช้เองก็ได้ โดยนำเทียนเก่าไปละลาย แล้วผสมน้ำมันตะไคร้หอมลงไป จากนั้นจึงเทลงไปในพิมพ์เทียนที่มีไส้ รอให้แห้ง แล้วนำไปจุดไล่ยุง

5. เผาเปลือกส้ม หรือโรสแมรี่

          หากคุณไปทำกิจกรรมที่สนามหญ้านอกบ้าน เช่นปิ้งบาร์บีคิวหรือปิกนิก แล้วถูกเจ้ายุงร้ายมากวนใจ แนะนำว่าวิธีไล่ยุงที่น่าสนใจ ก็คือการนำเอาโรสแมรี่ หรือเปลือกส้ม โยนลงไปในเตาบาร์บีคิว กลิ่นที่อบอวลมาพร้อมควันจะช่วยในการไล่ยุงได้

วิธีไล่ยุงโดยวิธีธรรมชาติ

6. ใช้สะเดาป้องกันยุง

          น้ำสะเดาเป็นพืชธรรมชาติที่มีกลิ่นฉุน คุณสามารถนำใบสะเดาตำแล้วคั้น จากนั้นกรองแต่กาก ใส่ไว้ในขวดสเปรย์ จากนั้นนำน้ำยาสะเดามาฉีดพ่นบริเวณที่มียุงชุกชุม ถือเป็น วิธีไล่ยุงที่ไม่ง้อสารเคมี

7. ติดหลอดไฟสีเหลืองกันยุง

          หากใครกำลังมองหาวิธีไล่ยุงด้วยแสง แนะนำว่าให้ประยุกต์หลอดไฟสีขาวธรรมดา มาพ่นสเปรย์สีเหลือง แล้วเคลือบหลอดไฟ หลอดตะเกียบ และหลอดไฟกลม นำไปติดตั้งบริเวณที่ไม่มีแสงไฟอย่างเช่นรั้วบ้านหรือบริเวณรอบบ้าน เท่านี้ยุงก็จะไม่มากวนใจคุณแล้ว

8. ปี๊บดักยุง

          การทำปี๊บดักยุงไม่ยากอย่างที่คิด แค่คุณนำถุงเท้าที่ใส่แล้วแต่ยังไม่ได้ซัก นำมาใส่ในปี๊บเปล่าแล้ววางบริเวณที่เป็นมุมอับของบ้าน จากนั้นทิ้งไว้ข้ามคืน ยุงจะได้กลิ่นเหงื่อจากถุงเท้าแล้วบินไปรุมตอม จากนั้นเมื่อเวลาเช้าให้รีบคลุมผ้าที่ปี๊บแล้วนำไปตากแดดจัด ๆ เท่านี้ยุงจะตายอย่างไม่ต้องใช้สารเคมี ถือว่าน่าลองทำ เพราะใช้วัสดุไม่มาก และได้ผลเหมือนวิธีไล่ยุงด้วยสบู่และวิธีไล่ยุงด้วยน้ำส้มสายชู

9. โรยกากกาแฟป้องกันยุงวางไข่

          นอกจากจะใช้วิธีไล่ยุงที่น่าสนใจ แล้ว ให้คุณป้องกันการวางไข่ของยุงด้วยจะดีที่สุดด้วยการโรยกากกาแฟไว้บริเวณที่มีน้ำขัง เช่นอ่างบัว ที่รองตู้กับข้าว เป็นต้น

10. เทน้ำยาล้างจานไล่ยุงในท่อน้ำทิ้ง

           รู้หรือไม่ว่ายุงนั้นมักบินมาทางท่อระบายน้ำหรือท่อน้ำทิ้ง หากใครที่ล้างจานหรือทำความสะอาดบ้านจนเสร็จแล้ว ควรผสมน้ำยาล้างจานหรือน้ำยาถูพื้นและน้ำเปล่า แล้วเทลงไปในท่อระบายน้ำเพื่อไล่ยุง เป็นวิธีไล่ยุงที่ทำได้ง่าย ๆ 

11. พริกไทยดำไล่ยุง

          คุณควรตำพริกไทยดำแล้วนำไปวางไว้ตามมุมห้อง เนื่องจากยุงเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบกลิ่นฉุนทั้งหอมและเหม็น เมื่อได้กลิ่นพริกไทยดำ ยุงจะบินหนีไป นอกจากนี้ยุงยังไม่กัดคนที่ชอบกินพริกไทยดำอีกด้วย

วิธีไล่ยุงด้วยการใช้สารเคมี

          หากใครที่ลองวิธีไล่ยุงแบบธรรมชาติแล้วไม่ได้ผล อาจจะลองวิธีไล่ยุงแบบสมัยใหม่ซึ่งมีการนำเอาเทคโนโลยีรวมไปถึงสารเคมีมาใช้ ผลลัพธ์จึงอาจได้ผลมากกว่าวิธีการธรรมชาตินั่นเอง

1. พ่นควันไล่ยุง

 วิธีไล่ยุงที่พบเห็นได้บ่อยคือการฉีดพ่นควันสำหรับไล่ยุง ซึ่งหากคุณต้องการไล่ยุงด้วยวิธีนี้สามารถขอให้ทางเทศบาลหรือหน่วยงานสาธารณะสุขให้บริการได้ ซึ่งถ้าพบว่าตามแหล่งน้ำหรือท่อระบายน้ำบริเวณบ้านที่แหล่งเพาะพันธุ์ยุงก็สามารถเรียกหน่วยงานของรัฐมาให้บริการฟรีได้เช่นกัน

2. ฉีดยากำจัดยุง

ยากำจัดยุงแบบสเปรย์สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป แต่อย่างไรก็ดี วิธีการนี้อาจต้องระมัดระวังสารเคมีตกค้างในร่างกายด้วยจะดีที่สุด คุณควรปิดบ้านแล้วฉีดในขณะที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แล้วทิ้งไว้ประมาณ 4-8 ชั่วโมง ก่อนเข้าไปอาศัยในบริเวณนั้น

3. ใช้ไม้ช็อตยุง

          การใช้ไม้ช็อตยุงมีข้อดีเช่นกัน เนื่องจากช่วยกำจัดยุงให้ตายทันทีที่โดนช็อต แต่ควรระมัดระวังในการใช้ให้มาก หากบ้านของใครมีเด็กเล็กหรือว่าสัตว์เลี้ยง

4. ใช้โคมดักยุง

          ตามร้านที่จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีโคมดักยุงซึ่งเป็นไฟโทนสีฟ้าหรือสีน้ำเงินอมม่วงสำหรับล่อให้ยุงมาติดกับ แล้วช็อตให้ยุงตาย แต่หากบ้านของคุณมีเด็กเล็กก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษจะดีกว่า

วิธีไล่ยุงด้วยสารเคมี

วิธีไล่ยุงด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์

          อีกหนึ่งวิธีไล่ยุงที่ได้ผลคือ การกำจัดยุงให้ไกลจากบ้านของคุณ ซึ่งการทำลายแหล่งยุงที่จะวางไข่ได้มีวิธีง่าย ๆ ดังนี้

1. กำจัดแหล่งน้ำขังนอกบ้าน

          แหล่งน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีสำหรับยุง คุณจึงควรสำรวจรอบบ้านว่ามีแหล่งน้ำขังบริเวณใดบ้าง เพื่อแก้ที่ต้นเหตุ

  • ทำการปิดปากภาชนะสำหรับเก็บน้ำด้วยการใช้ผ้า อะลูมิเนียม ตาข่ายไนล่อน หรือวัสดุใดก็ได้ที่ปิดปากภาชนะมิดชิดและยุงบินลอดไปวางไข่ไม่ได้
  • ในกรณีที่มีกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่วางประดับที่หน้าบ้าน และมีจานรองกระถางต้นไม้ แนะนำว่าให้ใส่ทรายในจานรองไว้ประมาณ 3 ใน 4 ส่วน เพื่อให้ทรายดูดซึมน้ำส่วนเกินที่มาจากการรดน้ำต้นไม้เอาไว้
  • หากปลูกต้นไม้ในน้ำ เช่นพลูด่าง ควรเทน้ำที่ขังอยู่ทุก 7 วัน
  • เก็บทำลายวัสดุ ขยะต่าง ๆ ในบ้าน อาทิ ขวด ไห กระป๋อง และยางรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้ หรือจะประยุกต์นำมาปลูกผักสวนครัวก็ได้เช่นกัน
  • รู้หรือไม่ว่ารอบบ้านที่ร่มครึ้มมากเกินไปคือแหล่งเพาะพันธุ์ยุง จึงควรตัดแต่งกิ่งไม้รอบบ้านให้โปร่งอยู่เสมอ พยายามอย่าให้น้ำขังในที่ต่าง ๆ รอบบ้าน

2. กำจัดยุงในแหล่งน้ำที่มีต้องใช้งาน

          สำหรับแหล่งน้ำที่อยู่ในบ้านซึ่งกำจัดไม่ได้ อาจต้องกำจัดลูกน้ำแทนหรือมีการใส่ใจดูแลมากกว่าปกติ ดังนี้

  • เปลี่ยนน้ำในภาชนะซึ่งอยู่ในบ้านทุก 7 วัน ไม่ว่าจะเป็นแจกันดอกไม้สดสำหรับประดับตกแต่งบ้าน ภาชนะหรือขวดที่มีน้ำบรรจุอยู่ ทั้งที่รองตู้กับข้าว ที่วางกระป๋องนม เป็นต้น โดยการป้องกันยุงวางไข่ทำได้ด้วยการใส่ทรายอะเบทหรือขี้เถ้าเพื่อลดการเพาะพันธุ์ยุงลายนั่นเอง
  • ในกรณีที่คุณใช้โอ่งน้ำหรือบ่อซีเมนต์เก็บน้ำในห้องน้ำ ควรสำรวจเป็นประจำว่ามีลูกน้ำหรือไม่ หากมีควรรีบกำจัดเพื่อป้องกันยุงลายแพร่ระบาดในบ้านของคุณ วิธีกำจัดทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนำสวิงตาถี่ขนาดเล็กช้อนตักในบ่อหรือโอ่ง
วิธีไล่ยุงด้วยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์

วิธีไล่ยุงอย่างได้ผล ด้วยเครื่องดักยุง

          หากคุณต้องการวิธีไล่ยุงอย่างได้ผล แนะนำว่าให้เลือกเป็นเครื่องดักยุง เนื่องจากสามารถกำจัดยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีสารเคมีตกค้างอีกด้วย วันนี้เราจะพามาแนะนำเครื่องดักยุงดี ๆ จะมียี่ห้อใดบ้าง มาดูพร้อมกันเลย

1. OZOOPU เครื่องดักจับยุง

          ยี่ห้อแรกที่เราขอแนะนำในวันนี้คือ OZOOPU จุดเด่นคือการเป็นเครื่องดักยุงที่มาพร้อมระบบไฟดึงดูดยุงได้ดี แค่ชาร์จไฟก็ใช้งานได้ จุดเด่นคือการดึงดูดยุงได้ทุกทิศ ใช้งานได้ครอบคลุม เนื่องจากไม่ต้องใช้ปลั๊กไฟ เหมาะสมกับคนที่ไม่ชอบเสียงรบกวนอันน่าคำราญ 

2. LED Mosquito Killer

          เครื่องดักยุงที่เหมาะสมกับบ้านที่มีเด็กเล็ก เนื่องจากทำงานด้วยระบบพัดลมและไฟ LED ช่วยในการดักยุงและแมลงชนิดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเครื่องทำจากวัสดุที่มีคุณภาพ และใช้งานได้นาน

3. CERO โคมไฟดักยุง WD-215

          เครื่องดักยุงและแมลงที่เป็นโคมไฟขนาดเล็ก ไม่ต้องเสียบปลั๊กให้รำคาญใจ มีระบบแบตเตอรี่ สามารถชาร์จไว้ก่อนแล้วค่อยใช้งานเมื่อใดก็ได้ ทั้งยังพกพาสะดวก สามารถใช้ในการแคมป์ปิ้ง ไร้เสียงรบกวน ตัวเครื่องใช้ไฟ LED

4. UNITBOMB โคมไฟดักยุง

          อีกหนึ่งเครื่องดักยุงที่เป็นโคมไฟทำจากวัสดุดี มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม และยังใช้ได้ในทุกพื้นที่อีกด้วย ซึ่งโคมไฟจะทำหน้าที่ในการล่อยุงเข้ามาแล้วปล่อยให้พัดลมพัดจนกระทั่งยุงตายในที่สุด เหมาะกับคนที่ไม่ชอบกลิ่นเหม็นไหม้ของไฟที่ช็อตยุง

วิธีไล่ยุงตามชนิดของยุง พร้อมโรคที่มากับยุง

ชนิดของยุงและโรคที่มาจากยุง

          ก่อนอื่นที่เราจะไปดูวิธีไล่ยุงในแบบต่างๆ เรามาทำความรู้จักชนิดของยุง และโรคต่างๆ ที่มาจากยุงกันก่อน เพื่อจะได้ระมัดระวังตัวกันอย่างมากขึ้น ดังนี้

1. ยุงรำคาญ 

          สำหรับยุงรำคาญ จะพบได้มากที่สุดในทวีปแอฟริกาและเอเชียในฤดูฝน ยุงชนิดนี้ไม่ชอบแสงสว่างจึงหากินในเวลากลางคืนเป็นหลัก มักวางไข่เป็นแพบริเวณที่มีน้ำขังเน่าเสียซึ่งมีปริมาณสารอินทรีย์จำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่นในท่อระบายน้ำ หรือในภาชนะที่มีน้ำนิ่ง ส่วนใหญ่แล้วน้ำลายของยุงชนิดนี้จะทำให้มีอาการคันและมีตุ่มแดงบริเวณผิวหนัง แต่ในกรณีที่แพ้ อาจส่งผลให้เกิดแผลใหญ่ตามตัวได้ โดยยุงรำคาญเป็นพาหะของโรคไข้สมองอักเสบและโรคเท้าช้าง จึงควรหาวิธีการไล่ยุงประเภทนี้ให้ได้

2. ยุงก้นปล่อง 

          ยุงก้นปล่องมีลักษณะที่โดดเด่นคือ เมื่อดูดเลือดจะยกส่วนท้องขึ้นสูงจนเห็นได้อย่างชัดเจน โดยนิสัยการวางไข่ จะเป็นแบบใบเดี่ยว มักวางไข่ที่ผิวน้ำใสไหลช้าและมีร่มเงาของต้นไม้ รู้หรือไม่ว่าประเทศไทยคือแหล่งของยุงก้นปล่องมากถึง 73 สายพันธุ์ และมี 3 สายพันธุ์ที่เป็นพาหะของโรคมาลาเรีย คุณจึงควรใส่ใจวิธีการไล่ยุงก้นปล่องเพื่อป้องกันโรคมาลาเรีย

3. ยุงลาย 

          หลายคนมักหาวิธีไล่ยุงลาย ซึ่งยุงชนิดนี้ แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ย่อย ๆ ได้แก่

  • ยุงลายบ้าน โดยยุงลายบ้านก่อกำเนิดที่ทวีปแอฟริกา และมักวางไข่บริเวณน้ำขัง บินได้คล่องแคล่วด้วยขนาดตัวที่เล็ก ที่สำคัญยังเป็นพาหะโรคไข้เลือดออกและโรคไข้เหลืองในแถบอเมริกาใต้ วิธีไล่ยุงลายคือการกำจัดแหล่งลูกน้ำ
  • ยุงลายสวน สำหรับยุงลายชนิดนี้ก่อกำเนิดที่ทวีปเอเชีย และมักพบได้ตามสวนยางหรือสวนผลไม้ ชื่นชอบการวางไข่ตามแหล่งน้ำสะอาด และบินได้ไกลกว่ายุงลายบ้าน เป็นพาหะของโรคไข้ชิคุนกุนยาและโรคไข้เลือดออก

4. ยุงเสือ 

          ยุงชนิดนี้เป็นยุงสีน้ำตาลขนาดใหญ่ แหล่งเพาะพันธุ์อยู่ตามบึงหรือหนองน้ำที่มีจอกแหน ผักตบ ส่วนมากจะพบที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ของไทย โดยเป็นพาหะของโรคเท้าช้าง วิธีไล่ยุงเสือคือการกำจัดจอกแหน

          จะเห็นได้ว่าวิธีไล่ยุงมากมาย ทั้งการใช้วิธีไล่ยุงด้วยสบู่และวิธีไล่ยุงด้วยน้ำส้มสายชูนำมาผสมกัน การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติต่าง ๆ หรือจะใช้เครื่องดักยุงก็ทำได้ แต่ละวิธีขึ้นอยู่กับว่าคุณสะดวกกับแบบใด แต่ทั้งนี้ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า วิธีไล่ยุงต้องไม่เป็นอันตรายกับคนและสัตว์ในบ้าน นอกจากนี้ CondoNewb ยังมีวิธีไล่แมลงในคอนโดมิเนียม และปัญหาคอนโดอื่น ๆ ในคอนโด คอยอัพเดทให้เพื่อน ๆ คอยอัพเดทอยู่เสมอ อย่าลืมติดตามที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดกันนะคะ