logo

          เป็นที่แน่นอนว่า เมื่อแม่บ้านอย่างเราต้องตัดสินใจเลือกเครื่องซักผ้าสักหนึ่งเครื่อง คงต้องเหมาะสมกับการใช้งาน และต้องคุ้มค่ากับเงินที่เราต้องเสียไป และในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาเรียนรู้เรียน วิธีใช้เครื่องซักผ้า อัตโนมัติ และ วิธีใช้เครื่องซักผ้า 2 ถัง รวมถึงเรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้นกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าเครื่องซักที่อยู่ในท้องตลาดบ้านเรานั้น มีอะไรบ้าง และในแต่ละแบบนั้น มีวิธีใช้เครื่องซักผ้าแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งโดยส่วนมากแล้วนั้น เครื่องซักผ้าที่อยู่ตามท้องตลาดอย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วนั้น จะมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภทคือ เครื่องซักผ้าแบบถังเดี่ยว และเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถัง ถ้าพร้อมแล้วตามเรามาดูวิธีการใช้เครื่องซักผ้ากันได้เลยค่ะ

วิธีใช้เครื่องซักผ้าถังเดียว กับเครื่องซักผ้า 2 ถังต่างกันอย่างไร

วิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบถังเดี่ยว หรือเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ 

สำหรับวิธีใช้เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ เครื่องซักผ้ารูปแบบนี้ จะมีทั้งความจุ และยังสามารถซักผ้าได้ในปริมาณมาก สามารถควบคุมได้ทั้งปริมาณน้ำ และปริมาณผงซักฟอกได้เอง โดยวิธีใช้เครื่องซักผ้า คือ ผู้ใช้เพียงแค่ใส่ผ้าเข้าไปทั้งหมดเพียงแค่ครั้งเดียว จากนั้นตั้งโปรแกรมให้เหมาะกับประเภทของผ้า รวมถึงการปั่นแห้ง ทั้งหมดจะเป็นไปแบบอัตโนมัติ ที่เหลือเพียงแค่เอาออกไปตากแค่นั้นเอง และนี่คือข้อดีของวิธีใช้เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ เพราะคุณเพียงแค่กดปุ่ม และปล่องให้เครื่องซักผ้าทำงานเองอัตโนมัติ จากนั้นในระหว่างที่เรารอ ยังสามารถนำเวลาไปทำงานอย่างอื่นได้อีก แต่วิธีใช้เครื่องซักผ้า เครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติ ยังมีข้อเสียคือ มีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นระบบอัตโนมัติ ที่มีเทคโนโลยี และวิธีใช้เครื่องซักผ้า ที่ทันสมัย อีกทั้งซักผ้าได้ช้ากว่าเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถัง ซึ่งเวลาโดยเฉลี่ยแล้ว อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อการซักครั้งหนึ่ง อีกทั้งยังเปลืองน้ำมากกว่า แบบเครื่องซักผ้าถังคู่อีกด้วย นอกจากนี้วิธีใช้เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ ยังมีการติดตั้งเครื่อง ที่ยุ่งยากกว่า เนื่องจากต้องมีการเดินท่อน้ำ จากก๊อกน้ำ เพื่อเข้าเครื่องโดยตรง จึงเป็นที่แน่นอนว่า หากวันใดน้ำไม่ไหล จะสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ คุณจะไม่สามารถใช้เครื่องซักผ้าได้

วิธีใช้เครื่องซักผ้า 2 ถัง หรือแบบถังคู่

ขอบคุณภาพจาก : www.powerbuy.com 

วิธีใช้เครื่องซักผ้า 2 ถัง หรือที่รู้จักกันคือ แบบฝาบนแยกส่วน ระหว่าง ถังซัก กับ ถังปั่นแห้ง และวิธีใช้เครื่องซักผ้า รูปแบบนี้ คุณต้องเป็นคนเปิดน้ำใส่เอง ตั้งเวลาปั่นเอง อีกทั้งวิธีใช้เครื่องซักผ้า 2 ถัง เมื่อเครื่องทำการปั่นซักเรียบร้อยแล้ว คุณต้องเป็นผู้นำผ้าจากที่ซักเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำมาลงในถังปั่นแห้งเอง แต่เครื่องซักผ้า 2 ถังยังมีข้อดีอยู่ที่ว่า สามารถซักผ้าได้รวดเร็วกว่าฝาหน้า หรือแบบอัตโนมัติ เนื่องจากว่า คุณสามารถกำหนดเวลาได้เอง เพราะถ้าหากคุณคิดว่าเสื้อผ้าตัวนี้ไม่ต้องซักนาน อาจเพราะว่าเสื้อตัวนี้ไม่ได้เลอะเทอะอะไรมาก ก็สามารถหยุดเครื่องได้ทันที นอกจากนี้ วิธีใช้เครื่องซักผ้า แบบ 2ถึง ยังสะดวกต่อการแยกผ้า และยังมีการติดตั้งที่ง่ายกว่า อีกทั้งคุณยังสามารถเลือกได้เองว่าจะต่อท่อน้ำเอง หรือจะตักน้ำใส่เอง ก็สามารถทำได้เช่นกัน สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ วิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบ 2 ถังนั้น มีราคาถูกกว่าเครื่องซักผ้าแบบถังเดี่ยวเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว สำหรับข้อเสียของวิธีใช้เครื่องซักผ้า 2 ถังคือ เครื่องซักแบบ 2 ถังนี้ ผู้ใช้ต้องคอยเปลี่ยนน้ำ และเปลี่ยนถังเอง อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าถังเดี่ยว ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วนั้น ทั้งวิธีใช้เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ และวิธีใช้เครื่องซักผ้า ฝาหน้า ต่างมีทั้งข้อดี และข้อเสีย แตกต่างกันออกไป ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาเครื่องซักผ้า แนะนำว่า ให้เลือกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวคุณเอง จะดีกว่าค่ะ

เครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือฝาบน แบบไหนดีกว่ากัน

สำหรับการเลือกซื้อเครื่องซักผ้านั้น ถือเป็นปัญหาระดับชาติอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะสำหรับทั้งพ่อบ้าน และแม่บ้าน อาจมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า จะเลือกวิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบฝาบน หรือวิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า แบบไหนดีกว่ากัน และวิธีใช้เครื่องซักผ้า ทั้งสองแบบนี้ แตกต่างกันอย่างไร ดังนั้นในวันนี้ เราจะมาพาคุณไปดูกันว่า เครื่องซักผ้าแบบไหน และวิธีใช้เครื่องซักผ้า ที่จะตรงใจคุณมากที่สุด โดยประเภทของวิธีการใช้เครื่องซักผ้านั้น สามารถแบ่งย่อยออกไปได้อีก ตัวอย่างเช่น เครื่องซักผ้าแบบฝาบนถังเดี่ยว หรือสองถัง ซึ่งมีทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบธรรมดา และเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า ก็ยังสามารถอบผ้าได้อีกด้วย และรายละเอียดอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เรายังไม่ได้กล่าวถึง แต่วันนี้เราจะมาพูดกันแบบโดยรวม เพราะสุดท้าย ท้ายสุดแล้วนั้น วิธีใช้เครื่องซักผ้าก็แบ่งได้เพียงแค่ 2 ประเภท คือ เครื่องซักผ้าแบบฝาบน และเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

วิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

สำหรับวิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้านั้น ถือเป็นที่นิยมมาก ๆ ในปัจจุบันนี้ ซึ่งเราจะเห็นได้จาก ตามร้านซักผ้า ที่เปิดให้บริการหยอดเหรียญตลอด 24 ชั่วโมง ลักษณะจะเป็นแบบถังซักผ้าทั่วไป เพียงแค่เปลี่ยนจากเปิดด้านบน มาเปิดด้านหน้าแทน โดยการหมุนของถังซักนั้น จะเป็นลักษณะหมุนแบบวงล้อ เพื่อหมุนให้ผ้าตกลงไปมาเรื่อย ๆ สามารถซักได้ทั้งน้ำร้อน และน้ำเย็น ซึ่งหากคุณใช้น้ำร้อนในการซัก จะเป็นการฆ่าเชื่อแบคทีเรียไปในตัวด้วย แต่มีข้อเสียที่ว่า จะใช้เวลาในการซัก นานกว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาบน โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง อีกทั้งยังจุผ้าได้ในปริมาณที่น้อยกว่าแบบฝาบน และเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้านั้น ยังใช้พื้นที่ในการติดตั้งมากกว่าฝาบน โดยจะใช้พื้นที่ประมาณ 45 เซ็นติเมตร แต่เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้านั้น จะใช้พื้นที่อยู่ที่ประมาณ 50 – 60 เซ็นติเมตร ด้วยเรื่องราคานั้น เป็นที่แน่นอนว่า คุณภาพของเครื่องฝาหน้าจะดีกว่าฝาบน จึงต้องมาพร้อมกับราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าฝาบนเป็นอย่างมาก

เครื่องซักผ้าแบบฝาบน

สำหรับวิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบฝาบนนั้น คือ รูปแบบวิธีการใช้เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า โดยมีลักษณะเหมือนเครื่องซักผ้าแบบทั่วไป การใส่ผ้าด้วยการเปิดฝาด้านบน การปั่นผ้า จะเป็นแบบใบพัดหมุนไปมา ตัวถังเป็นแบบตั้งตรง แต่ความประสิทธิภาพในการซักนั้น จะต่ำกว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า ไม่สามารถซักคราบสกปรกได้ 100% เนื่องจาก ลักษณะการปั่นผ้านั้น เป็นเพียงแค่การหมุนจากใบพัดด้านล่าง สลับกันไปซ้ายขวา อีกทั้งยังมีกำลังหมุนค่อนข้างน้อยกว่า หากกรณีที่บรรจุผ้าเยอะ ๆ จะทำให้การเสียดสีกันของผ้าน้อย จึงทำให้คราบสกปรกนั้น หลุดออกได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ยังมีความสามารถในการซักที่รวดเร็ว และสามารถจุผ้าได้ครั้งละมาก ๆ แต่ก็ยังเป็นที่แน่นอนว่า วิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบฝานั้น ยังมีข้อเสียอยู่ อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วนั้นคือ ไม่สามารถซักคราบสกปรกได้ 100% อีกทั้ง ยังเปลืองน้ำ และกินไฟ มากกว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า ส่วนราคานั้น ถือได้ว่า มีราคาค่อนข้างถูกกว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าเป็นอย่างมาก จึงเหมาะสำหรับคุณพ่อบ้าน และคุณแม่บ้าน ที่มีงบประมาณอย่างจำกัด

เตรียมตัวซักผ้า กับเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ ต้องเตรียมอะไรบ้าง

หลังจากที่คุณได้เภทเครื่องซักผ้ากันไปแล้ว จากนั้น เราเรียนรู้กันถึงเรื่องการซักผ้า และวิธีใช้เครื่องซักผ้ากันค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอาจมองข้ามไป และยิ่งหากปล่อยไว้นานแล้ว เสื้อผ้าสวย ๆ ของเพื่อน ๆ ทั้งหลาย อาจเสียหาย หรือมีคราบสกปรกฝั่งแน่นก็เป็นได้เช่นกันค่ะ ด้วยสิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ควรแยกผ้าสกปรก แยกผ้าขาว และผ้าสีออกจากกัน เพื่อเป็นการป้องกันผ้าสีตกใส่กัน ที่สำคัญ หากมีเสื้อผ้าตัวไหนมีคราบเปรอะเปื้อนเป็นพิเศษ ควรแยกผ้านั้น ๆ ออกจากกองผ้า เพื่อนำไปซักด้วยโปรแกรมพิเศษ ขจัดคราบเปรอะเปื้อนโดยเฉพาะ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะวันนี้ เราจะมาแนะนำวิธีใช้เครื่องซักผ้า ซักผ้าของคุณให้ดูใหม่อยู่เสมอ มาฝากกันค่ะ พร้อมแล้วตามเรามาได้เลยค่ะ

1. วิธีนำผ้าเข้าเครื่องซัก

 วิธีใช้เครื่องซักผ้าที่ดีคือ ใส่ผ้าเข้าเครื่องให้เต็ม แต่ไม่ควรที่จะแน่นเกินไป เพราะการใส่ผ้ามากเกินไปนั้น เป็นวิธีใช้เครื่องซักผ้าที่ผิด เพราะอาจทำให้เสื้อผ้าที่ซักนั้น ไม่สะอาดเท่าที่ควร สิ่งสำคัญคือ ตรวจสอบความจุของเครื่องซักผ้า เพราะโดยทั่วไปแล้ว เครื่องซักผ้าแต่ละประเภทนั้น จะมีพร้อมกับคู่มือ แนะนำวิธีนำผ้าใส่เข้าเครื่อง และนอกจากนี้ สำหรับเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ ๆ จะมีระบบประหยัดน้ำ ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้น้ำน้อยมากที่สุด ดังนั้น คุณจึงควรใส่ใจ เวลาที่นำผ้าเข้าเครื่อง อีกทั้งการนำผ้าเข้าเครื่องเป็นจำนวนมากเกินไป ทำให้ผิดกับวิธีใช้เครื่องซักผ้า อาจทำให้การทำงานของเครื่องซักผ้า เกิดความผิดปกติ จนทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

2. ใช้น้ำยาซักผ้า แบบไหนดี

ถือเป็นสิ่งที่คุณต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะหากคุณใช้ผงซักฟอกที่มากเกินไป อาจทำให้เสื้อผ้าเกิดการอับชื้นได้ ซึ่งสาเหตุนั้น มาจากสารเคมีที่อยู่ในผงซักฟอก คือ ที่อยู่ดีที่ดีของเชื้อรา ที่อาศัยอยู่ตามท่อเครื่องซักผ้า อีกทั้งการใส่ผงซักฟอกที่มากเกินไป คือวิธีใช้เครื่องซักผ้า แบบให้เครื่องซักผ้าเสื่อมสภาพไว และพังก่อนเวลาอันควร แนะนำว่า ควรอ่านฉลากที่อยู่บนกล่องผงซักฟอก หรือขวดน้ำยาซักผ้า จะมีการแนะนำว่า คุณควรใช้ในปริมาณที่เท่าไร จึงจะเหมาะสมกับปริมาณผ้าที่คุณซัก ที่สำคัญ น้ำยาซักผ้า ไม่ใช่ของราคาถูก ดังนั้นหากคุณต้องการประหยัด จึงไม่ควรใช้ในปริมาณมาก แต่ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม จะดีกว่า

3. วิธีเลือกโปรแกรมซักผ้า

สำหรับวิธีใช้เครื่องซักผ้า ในเรื่องของระบบโปรแกรม ที่อยู่ในเครื่องซักผ้านั้น จะขึ้นอยู่กับรุ่น และยี่ห้อของเครื่องซักผ้า เป็นเรื่องปกติที่ว่า เมื่อซื้อเครื่องซักผ้ามาแล้ว คุณจะพบกับโปรแกรมซักต่าง ๆ เยอะมาก จนในบางโปรแกรม ผู้ใช้อาจไม่เคยแตะต้องมันเลย ก็เป็นได้เช่นกัน แต่คุณรู้ไหมว่า การเลือกโปรแกรมซักที่ถูกต้องนั้น คือวิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบถูกต้อง เพราะมันจะช่วยป้องกัน ไม่ให้เสื้อผ้าของคุณเสียหาย ดังนั้น คุณจึงควรที่จะเลือกโปรแกรมในการซักผ้า ให้เหมาะกับเนื้อผ้าของคุณ โดยมีรายละเอียดดังนี้

- รอบปั่นปกติ คือ รอบปั่นที่เหมาะกับผ้าที่สกปรกมาก เนื่องจากมีรอบปั่นที่ไว

- รอบปั่นช้า คือ รอบปั่นที่ไม่รุนแรงนัก แต่ยังหนักพอที่จะทำความสะอาดได้ ดังนั้นจึงเหมาะกับพวกชุดชั้นใน หรือเนื้อผ้าที่มีใยละเอียดมาก

- รอบปั่นพิเศษ เหมาะสำหรับเนื้อผ้าที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ เพราะรอบซักลักษณะนี้ จะสามารถฆ่าได้ทั้งเชื้อโรค เพราะซักด้วยระบบไอน้ำ อีกทั้งในปัจจุบันนี้ เครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ ๆ นั้น ยังมีรอบซัก ที่ยังสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ที่สะสมอยู่ในตัวถังได้อีกด้วย

และหลังจากที่โปรแกรมการซักได้แล้ว จากนั้น คุณต้องเลือกอุณหภูมิของน้ำให้เหมาะสมกับเนื้อผ้า ตัวอย่างเช่น น้ำเย็นเหมาะสำหรับผ้าบอบบาง หรือ น้ำอุ่น เหมาะสำหรับผ้าสกปรกเล็กน้อย ถึงปานกลาง หรือผ้าสีเข้ม สุดท้าย น้ำร้อน เหมาะสำหรับการซักผ้าขนหนู หรือผ้าที่มีความสกปรกมาก นี่คือวิธีใช้เครื่องซักผ้าอย่างถูกต้อง

4. สำรวจโปรแกรมเครื่องซักผ้า

อย่างที่เราได้บอกไปข้างต้นแล้วว่า วิธีใช้เครื่องซักผ้าแต่ละเครื่องนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้น การที่คุณต้องเรียนรู้รายละเอียด เกี่ยวกับรุ่นของเครื่องซักผ้า และวิธีใช้เครื่องซักผ้า 2 ถัง รวมไปถึง วิธีใช้เครื่องซักผ้า ฝาหน้าอีกด้วย เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้คุณสามารถเลือกใช้โปรแกรมซักผ้า ได้อย่างถูกต้อง และถูกวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เนื่องจากจุดประสงค์ของการซักของการใช้เครื่องซักผ้าคือ เพื่อให้คุณได้รู้เวลาที่ต้องใช้ในการซักแต่ละครั้ง และคุณจะได้นำเวลาเหล่านี้ ไปสามารถทำประโยชน์อื่น ๆ ได้ และคุณจะรู้ว่า ควรกลับมานำผ้าออกตากในเวลาไหน

5. วิธีใช้เครื่องซักผ้า กับปุ่มเปิด และปิด

นี่คือสิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องที่ต้องทำก่อนกดปุ่มเปิดให้เครื่องทำงาน ต้องปิดฝาเครื่องซักครั้งก่อนทุกครั้ง เพราะผู้ใช้ในบางราย เคยกดปุ่มให้เครื่องซักผ้าทำงาน ก่อนที่จะเปิดฝาเครื่อง แต่ในบางรุ่นของเครื่องซักผ้า จะมีการแจ้งเตือนว่า ฝาเครื่องซักผ้ายังเปิดอยู่ และจะไม่เริ่มทำงาน แต่ในบางรุ่นของเครื่องซักผ้า จะไม่มีการแจ้งเตือน และเริ่มปั่นในทันที และนั่นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ก็เป็นได้เช่นกัน เมื่อเครื่องทำการปั่นผ้า โดยที่ฝาเครื่องยังไม่ปิด ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยง ควรตรวจสอบให้ละเอียดก่อนทุกครั้ง ก่อนที่จะกดปุ่มเริ่มซัก และเมื่อสำรวจวิธีใช้เครื่องซักผ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กดปุ่มเปิดเครื่อง จากนั้นตั้งค่าโปรแกรมการซัก ซึ่งวิธีเหล่านี้นั้น สามารถใช้ได้ทั้ง วิธีใช้เครื่องซักผ้า 2 ถัง และวิธีใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้า

วิธีดูแลเครื่องซักผ้าฝาหน้า ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

เป็นที่แน่นอนว่า สำหรับในปัจจุบันนี้ ทุก ๆบ้าน ต้องมีเครื่องซักผ้า เป็นอย่างแน่นอน หรือหากมีบางบ้านที่ยังคงซักมืออยู่ ก็คงเป็นจำนวนที่น้อยมาก และเครื่องซักผ้าที่กำลังได้รับความนิยมนั้น คงหนีไม่พ้นเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า เพราะเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่ต้องการเครื่องซักผ้าดี ๆ มีฟังก์ชั่นเยอะ ๆ และมีพื้นที่น้อย ที่ต้องจัดสรรพื้นที่ทุกอย่างให้ลงตัวอย่างพอดี ดังนั้นเครื่องซักผ้าฝาหน้า จึงเป็นตัวเลือกหลักในการตัดสินใจเลือก แต่ถึงอย่างไรนั้น คุณก็ต้องรู้จักวิธีใช้เครื่องซักผ้า ฝาหน้า หรือวิธีใช้เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ นั่นเอง เพื่อเป็นการรักษาให้เครื่องซักผ้าอยู่กับเราไปนาน ๆ และการวิธีการที่เราจะต้องบำรุงรักษานั้น มีอะไรบ้าง ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

1. วิธีใช้เครื่องซักผ้าที่ดีอันดับแรกเลยคือ ต้องเช็ดขอบยางประตูทุกครั้ง เมื่อใช้งานเสร็จ เนื่องจากขอบยางประตูถือนั้น คือจุดอ่อนของเครื่องซักผ้าฝาหน้า ดังนั้น หากเราดูแลไม่ดี มันอาจรั่ว หรือเกิดอาการขึ้นราได้ ทางที่ดี เราควรสละเวลาเพียงแค่ 1 นาที เช็ดทำความสะอาดยางขอบประตูให้แห้ง

2. วิธีใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้าที่ดีนั้น ต้องไม่ทิ้งผ้าที่ซักเสร็จแล้วไว้ในเครื่องนาน ๆ เมื่อซักผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณควรที่จะนำผ้าออกตากทันที เพราะหากคุณผ้าที่ซักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไว้ในเครื่องนาน ๆ เครื่องซักผ้าจะมีความชื้นอยู่ภายใน และนั่นอาจมีโอกาสที่จะขึ้นราได้ อีกทั้งยังเกิดกลิ่นอับชื้นได้ง่ายอีกด้วยเช่นกัน

3. วิธีใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้า ไม่ควรที่จะปิดฝาหน้าเครื่องทิ้งไว้ หลังจากใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้อนี้ ถือว่าทำได้ง่ายมากที่สุดแล้ว ด้วยการเพียงแค่เปิดประตูหน้าเครื่องทิ้งไว้ ถือเป็นวิธีใช้เครื่องซักผ้าที่ดี เพราะจะทำให้เครื่องซักผ้า ไม่มีความชื้นสะสม อีกทั้งยังสามารถสดโอกาสการเกิดเชื้อราได้อีกด้วย

4. วิธีใช้เครื่องซักผ้า ให้อยู่กับเรานาน ๆ นั้น ควรหมั่นทำความสะอาดช่องใส่ผงซักฟอก และช่องเติมน้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะหากคุณไม่เคยทำความสะอาดเลย ทั้งช่องผงซักฟอก และช่องเติมน้ำยาปรับผ้านุ่ม อาจเกิดเชื้อราขึ้นได้

5. วิธีใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้า ควรที่จะทำความสะอาดตัวกรองน้ำทิ้ง โดยในเครื่องซักผ้าฝาหน้า จะมีฟังก์ชั่นที่เขียนไว้ว่า “Drain Pump Filter” คือตัวกรองน้ำทิ้ง ซึ่งมันจะมีประโยชน์อย่างมาก ในกรณีที่ลืมของไว้ในกระเป๋า เช่น เศษกระดาษ หรือ เหรียญเงิน ตัวกรองนี้ จะช่วยดักไม่ให้ของเหล่านั้นลงในท่อระบายน้ำ แต่เมื่อนาน ๆ ไป มันจะกักเป็นเศษด้ายก้อนใหญ่ ดังนั้นเราจึงควรทำความสะอาดทุก 2 อาทิตย์ เป็นอย่างน้อย

นอกจากบทความ วิธีใช้เครื่องซักผ้า ในวันนี้ ครั้งหน้าเราจะนำเรื่องราวเกร็ดความรู้หรือปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเรานะคะ