logo

          วิธีไล่งู ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของบ้านหลาย ๆ คนควรทราบเอาไว้ เพราะ งู ถือเป็นสัตว์ที่พบได้บ่อย ๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ดังนั้นทุก ๆ บ้าน โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีเด็กเล็ก คนชราติดเตียง หรือสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะไม่สามารถปกป้องตัวเองจากอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้เลย วิธีไล่งูมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่อย่างง่าย ๆ ไปจนถึงวิธีที่ยาก วันนี้ CondoNewb จึงมีวิธีไล่งูออกจากบ้านแบบง่าย ๆ ที่ไม่ยุ่งยากและได้ผลจริงมาให้ทุกคนได้รู้กัน

เพราะอะไรงูถึงเข้าบ้าน

          การที่งูนั้นจะเข้าบ้านนั้น มีสาเหตุมาจากหลาย ๆ อย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะ การสร้างบ้านอยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของงู หรือในบ้านมีอาหารที่งูต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง หรือการใช้กาวดักหนู ใช้ยาเบื่อสำหรับกำจัดสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งเมื่องูได้กลิ่น ก็จะมาเพื่อกินซากสัตว์เหล่านั้นนั่นเอง นอกจากนี้งูอาจเข้ามาในบ้านด้วยสาเหตุที่ว่า เห็นพื้นที่ในบ้านเป็นที่ปลอดภัยสำหรับการวางไข่หรืออยู่อาศัย เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งอาหารชั้นเยี่ยมแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ไม่มีศัตรูคอยกวนใจ และไม่มีน้ำท่วมขังอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนของประเทศไทยที่มักมีฝนตกชุก และทำให้พื้นที่ต่าง ๆ มีน้ำท่วมขังอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากเจ้าของบ้านหลังไหนกำลังหวั่นใจกับเจ้าสัตว์เลื้อยคลานตัวร้ายตัวนี้ ก็อย่าลืมที่จะศึกษาวิธีไล่งูเอาไว้ก่อน เผื่อเอาไว้ว่าวันไหนที่งูเข้าบ้านขึ้นมาจริง ๆ จะได้รับมือและจัดการได้อย่างทันท่วงที

ก่อนจะเริ่มใช้วิธีไล่งู

          วิธีไล่งูออกจากบ้านนั้น มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งหลาย ๆ วิธีเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย และสามารถทำได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามควรคำนึงอยู่เสมอว่า งู เป็นสัตว์ที่สามารถสร้างอันตรายให้กับเราได้เสมอ ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับงู งูสังเกตและพิจารณาลักษณะของงูก่อนว่า เป็นงูที่มีพิษหรือไม่ โดยสังเกตจากลักษณะส่วนหัวของงู ซึ่งงูที่มีพิษ ส่วนใหญ่มักมีลักษณะของหัวเป็นรูปสามเหลี่ยม แต่หากงูตัวไหนมีลักษณะของหัวเป็นรูปทรงกลมมน มักจะเป็นงูที่ไม่มีพิษ 

วิธีไล่งูที่มีพิษจากบ้าน

งูมีพิษ จะมีลักษณะปากที่แหลมเป็นรูปสามเหลี่ยม

วิธีไล่งูที่ไม่มีพิษออกจากบ้าน

งูที่ไม่มีพิษ จะมีลักษณะปากที่มนกลม

โดยเมื่อสังเกตและพิจารณาลักษณะของงูเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากเป็นงูที่มีพิษหรือเป็นงูที่มีขนาดใหญ่มากจนคาดว่าจะไม่สามารถรับมือได้ไหว ควรรีบกันคนในบ้านออกจากพื้นที่ดังกล่าวและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพื่อขอความช่วยเหลือทันที แต่หากเป็นงูที่ไม่มีพิษและสังเกตแล้วว่าไม่มีพิษ จึงจะเริ่มลงมือใช้วิธีไล่งูออกจากบ้านวิธีต่าง ๆ ได้ 

1. วิธีไล่งูด้วยน้ำมันก๊าด

          สำหรับวิธีไล่งูออกจากบ้านวิธีแรกเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ใช้ได้ผลสำเร็จมานักต่อนัก ด้วยเหตุที่ว่างูเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นแรง ๆ แล้วยิ่งต้องมาเจอกับน้ำมันที่มีกลิ่นฉุน ๆ อย่างน้ำมันก๊าด แล้วละก็ มีอันต้องหนีออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็วแน่นอน โดยให้เอาน้ำมันก๊าดไปราดใกล้ ๆ หรือรอบ ๆ บริเวณตัวงู โดยเว้นทิศทางเพื่อให้งูได้หนีออกไปได้ เพียงเท่านี้งูก็จะเริ่มทนกลิ่นเหม็นฉุนไม่ไหวและหนีไปยังทิศทางอื่นในที่สุด แต่สำหรับใครที่จะใช้วิธีไล่งูออกจากบ้านวิธีนี้ ควรสังเกตด้วยว่าพื้นที่ใกล้ ๆ มีแหล่งเชื้อเพลิง หรือวัตถุต้นกำเนิดของไฟหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงตามมาในภายหลัง โดยวิธีนี้นอกจากจะช่วยไล่งูให้ออกจากบ้านแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้งูตัวอื่น ๆ เข้ามาในบ้านด้วยเช่นกัน เพียงใช้น้ำมันก๊าดราดให้ทั่วบริเวณรั้วบ้านเท่านั้น

2. วิธีไล่งูด้วยกัมมะถัน

          สำหรับวิธีไล่งูออกจากบ้านวิธีต่อมา ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ใช้ได้ผลใกล้เคียงกับวิธีไล่งูวิธีแรกเลยทีเดียว เพราะกัมมะถันนั้นก็มีกลิ่นเหม็นฉุนเช่นเดียวกับน้ำมันก๊าด เพียงใช้น้ำกำมะถัน ผสมให้เข้ากันกับน้ำ จากนั้นราดบริเวณใกล้ ๆ ที่งูอยู่ หรือจะใช้สำหรับป้องกันงูเข้าบ้านด้วยการด้วยการราดรอบ ๆ บ้าน หรือบริเวณรางน้ำ ก็สามารถช่วยให้เจ้างูตัวร้ายไม่มากวนใจทุกคนในครอบครัวอีก

3. วิธีไล่งูด้วยน้ำมันเครื่องเก่า ๆ

          เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ บ้านคงมีน้ำมันเครื่องเก่า ๆ กลิ่นฉุน ๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรวางอยู่ในบ้านหรือโรงรถ ซึ่งน้ำมันเครื่องเก่า ๆ นี้เองสามารถช่วยไล่งูออกบ้านได้ด้วย โดยวิธีไล่งูออกจากบ้านวิธีนี้ก็เหมือนกับการใช้น้ำมันก๊าดในการไล่งู เพราะงูนั้นเกลียดกลิ่นแรง ๆ ของน้ำมันเหล่านี้เป็นอย่างมาก ถ้าหากเราเทน้ำมันเครื่องเก่าใส่ผ้าขี้ริ้ว จากนั้นวางไว้ในบริเวณที่งูอาศัยอยู่ งูก็จะเริ่มรู้สึกไม่ชอบและต้องการหนีออกไปให้เร็วที่สุดนั่นเอง 

4. วิธีไล่งูด้วยมะกรูด

          สำหรับวิธีไล่งูออกจากบ้านวิธีต่อมา เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายมาก ๆ และใช้ของที่มีอยู่ในครัวเรือนอยู่แล้ว เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความเหม็นฉุนและเป็นสายธรรมชาติ เพราะวิธีนี้ใช้เพียงผลมะกรูดที่มักใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารตามบ้านเรือนของคนไทยที่มีอยู่แล้ว เพียงนำผลมะกรูดมาผ่าครึ่ง จากนั้นวางไว้ในพื้นที่ที่งูอยู่ กลิ่นของมะกรูดก็จะเริ่มไล่งูให้ออกจากบ้านไป ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีไล่งูจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ง่ายดายแล้ว ยังสามารถใช้ปกป้องบ้านจากงู เช่นเดียวกับวิธีไล่งูด้วยน้ำมันก๊าดและกัมมะถันด้วย เพียงนำผลมะกรูดมาผ่าครึ่งและนำไปวางไว้บริเวณรอบ ๆ บ้าน ทั้งบริเวณม้านั่ง บริเวณรั้ว หรือพื้นที่สำหรับวางของเก่าหรือของที่ไม่ได้ใช้แล้วซึ่งมักจะเป็นที่หลบซ่อนตัวของงู เพียงจุดละ 1-2 ผลก็จะช่วยป้องกันบ้านจากงูได้แล้ว

มะกรูดช่วยไล่งูจากบ้านได้

5. วิธีไล่งูด้วยน้ำส้มสายชู

          น้ำส้มสายชูช่วยกันงูได้อย่างไร? ต่อมาเป็นวิธีไล่งูออกจากบ้านด้วยน้ำส้มสายชูสารพัดประโยชน์ ที่นอกจากจะขจัดคราบสิ่งสกปรกและกลิ่นเหม็นอับต่าง ๆ ได้แล้ว ยังสามารถช่วยไล่งูออกจากบ้านได้ด้วย เพียงนำน้ำส้มสายชูเทใส่ผ้าให้ชุ่ม จากนั้นวางไว้ในบริเวณที่งูอยู่ กลิ่นฉุนจากน้ำส้มวายชูก็จะสามารถไล่งูออกจากบ้านไปได้ นอกจากนี้หากใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชู เช็ดตามบริเวณพื้น ผนัง หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่นอกตัวบ้าน ก็สามารถป้องกันงูไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวายในบ้านได้อีกด้วย

6. วิธีไล่งูด้วยตาข่ายดักงู

          ตาข่ายดักงูถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เราจับงูออกจากบ้านได้รวดเร็วขึ้น โดยการนำตาข่ายวางเอาไว้ในบริเวณที่คาดว่างูจะเลื้อยไป จากนั้นรอจังหวะเพื่อให้งูเข้าไปติดกับตาข่ายก็สามารถนำงูออกไปทิ้งยังบริเวณอื่นได้ แต่สำหรับวิธีไล่งูออกจากบ้านวิธีนี้ ควรแน่ใจก่อนว่างูที่เข้าบ้านมานั้นต้องไม่มีพิษและมีขนาดเล็กพอที่จะสามารถรับมือไหว นอกจากนี้ยังควรพิจารณาขนาดของงูและตาข่ายให้มีความเหมาะสมกัน เพื่อที่งูจะได้ไม่สามารถหลุดรอดไปได้ และสำหรับใครที่ต้องการป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้านอีก ก็สามารถนำตาข่ายกางไว้บริเวณรอบ ๆ ตัวบ้าน หรือทางที่คิดว่างูจะเลื้อยเข้ามา โดยควรใช้ตาข่ายที่มีตาถี่ ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้งูสามารถลอดเข้ามาภายในตัวบ้านได้นั่นเอง

7. วิธีไล่งูด้วยน้ำยาไล่งู

          หลังจากใช้วิธีไล่งูออกจากบ้านด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปบ้างแล้ว คราวนี้มาไล่งูด้วยวิธีแบบสำเร็จรูปและรวดเร็วอีกหนึ่งวิธีอย่างการใช้น้ำยาไล่งูที่มีขายตามท้องตลาดกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าหรือแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ซึ่งมีราคาถูก และมีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบน้ำ ผง หรือสเปรย์ ซึ่งแตกต่างกันไปแต่ละยี่ห้อ และบางยี่ห้อเองก็มีน้ำยาไล่งูที่ผลิตจากสมุนไพร หรือสารสกัดจากธรรมชาติที่ไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อสัตว์และคนในบ้าน เรียกได้ว่าหมดกังวลทั้งเรื่องงูและเรื่องอันตรายจากสารเคมีได้เลย

รู้วิธีไล่งูก็ต้องรู้วิธีป้องกัน

        หลังจากรู้วิธีไล่งูออกจากบ้านกันไปแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของบ้านหลาย ๆ คนควรรู้เอาไว้นั่นก็คือวิธีป้องกันไม่ให้งูเข้าบ้าน เพราะถ้าหากเราป้องกันงูไม่ให้เข้ามาในบ้านได้ ก็จะคลายความกังวลไปหลายอย่างเลยทีเดียว วิธีป้องกันไม่ให้งูเข้าบ้านนั้นทำได้ง่าย และไม่น่าหวั่นใจเท่าวิธีไล่งู ดังนั้น CondoNewb จึงอยากให้ทุก ๆ คนมาช่วยป้องกันบ้านจากสัตว์ร้ายตัวนี้กัน

1. กำจัดแหล่งอาหารของงู

           แน่นอนว่าหากบ้านหลังไหนเป็นที่สะสมแหล่งอาหารของงู งูก็ยิ่งอยากจะเข้าไปอยู่อาศัยมากขึ้น โดยแหล่งอาหารของงูมีมากมายหลากหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร หรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ที่เราทิ้งไว้ไม่เป็นที่ หรือจะเป็นพวกนก หนู กบ ตุ๊กแก หรือสัตว์ขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อในบ้านมีการใช้กาวดักหนู หรือยาเบื่อเพื่อกำจัดตุ๊กแก หรือสัตว์ต่าง ๆ โดยไม่ได้นำซากสัตว์ที่ตายแล้วออกไปทิ้ง เมื่องูได้กลิ่นซากสัตว์ต่าง ๆ เหล่านั้น ก็จะเลื้อยเข้ามายังบริเวณบ้าน เพื่อหวังจะกินซากสัตว์เหล่านั้นนั่นเอง

2. ลดแหล่งที่อยู่อาศัยของงู

         งูเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในบริเวณที่รกทึบ และมีความชื้น ดังนั้นจึงควรจัดบ้านและบริเวณภายนอกให้สะอาดและปลอดโปร่งอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตัดหญ้าในสวนให้เรียบร้อย จัดพื้นที่เก็บของให้เป็นสัดส่วน โดยหากในบ้านมีของใช้ต่าง ๆ ที่ใช้งานไม่ได้แล้วหรือมีตอไม้ที่ผุพังวางกองรวมกันไว้ ควรรีบจัดการนำไปทิ้งและทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบให้เรียบร้อยในทันที เพราะงูอาจจะเข้ามาอยู่อาศัยภายในนั้นได้

การเลี้ยงแมวในบ้านช่วยไล่งูได้

3. เลี้ยงสัตว์ที่ไม่เป็นมิตรกับงู

           เพราะงูนั้นชอบอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย ไม่มีสัตรูหรือสัตว์ร้ายที่จะเป็นอันตรายต่อตัวมันเอง ดังนั้นหากบ้านไหนเลี้ยงแมว ห่าน สุนัขที่มีขนาดใหญ่ หรือสัตว์ที่ส่งเสียงดังและไวต่อกลิ่น ก็จะสามารถช่วยปกป้องบ้านให้ห่างจากอันตรายของงูได้ 

4. ซ่อมแซมรั้วบ้านไม่ให้มีช่องโหว่อยู่เสมอ

          เพราะรั้วบ้านที่มีความแข็งแรงถือเป็นกำแพงป้องกันงูด่านแรกที่จะช่วยให้ทุกคนในบ้านปลอดภัยจากงูได้ แต่หากกำแพงมีช่องโหว่ขนาดใหญ่จนงูสามารถเข้ามาในบ้านได้นั้น อันตรายก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังนั้นควรสังเกตและตรวจสอบรั้วบ้านให้มีความแข็งแรงและเรียบร้อยอยู่เสมอ โดยนอกจากรั้วบ้านแล้ว เจ้าของบ้านทุกคนควรตรวจสอบท่อน้ำปลายเปิดที่ต่อไปยังนอกตัวบ้านอยู่เสมอ โดยอาจนำตาข่ายไปครอบไว้บริเวณปลายท่อ เพื่อไม่ให้งูสามารถเข้ามาในบ้านผ่านท่อน้ำต่าง ๆ ได้ 

          สำหรับวิธีไล่งูทั้งหมดในบทความนี้นั้น เป็นวิธีการง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก และไม่ได้ใช้อุปกรณ์อะไรที่หาซื้อได้ยาก ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนจะสามารถใช้วิธีไล่งูเหล่านี้ได้ แต่อย่างไรก็ตามทุกคนควรคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและสมาชิกในครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ และถ้าหากประเมินสถานการณ์แล้วว่าไม่สามารถที่จะช่วยเหลือคนภายในบ้านหรือไม่สามารถทำอะไรได้จริง ๆ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือทันที โดยไม่ต้องรีรอหรือลังเลที่จะโทรไปขอความช่วยเหลือ และสำหรับใครที่เคยมีเหตุการณ์งูเข้าบ้านหรือเป็นกังวลว่างูจะเข้าบ้านตนเองหรือไม่ ก็ต้องไม่ลืมที่จะคอยทำความสะอาดบ้าน หรือบริเวณรอบ ๆ บ้านให้มีความสะอาดอยู่เสมอ ควรตัดหญ้าและพุ่มไม้ที่ขึ้นรกทึบเป็นประจำ และอาจใช้น้ำมันก๊าด น้ำมันเครื่องเก่า ๆ กัมมะถัน มะกรูด หรือน้ำส้มสายชู ราดหรือวางบริเวณรอบ ๆ บ้าน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เจ้างูตัวร้ายกลับมาก่อกวนใจทุกคนในบ้านอีก

          เรายังมีบทความตอบสารพันปัญหาเกี่ยวกับการอยู่อาศัย และตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทุนคอนโดมิเนียม พร้อมอัพเดทข่าวคอนโดมิเนียม อยู่เสมอ อย่าลืมติดตามเราเอาไว้นะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าจ้า