logo

 "ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตยุคปัจจุบันที่ขาดไม่ได้" การเดินไฟในบ้านและอาคารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการเดินไฟในบ้านสำหรับบ้านหรืออาคารที่สร้างใหม่ หรือการซ่อมแซมปรับปรุงเดินไฟในบ้านสำหรับบ้านหลังเก่า แต่การเดินไฟในบ้านนั้นมีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเดินสายไฟแบบลอย หรือเดินสายไฟเเบบตีกิ๊ฟยึดสายไฟไว้กับผนัง และการเดินสายไฟแบบราง ด้วยการร้อยสายไฟในท่อที่มีทั้งแบบฝังในผนังและยึดติดกับผนัง

          แต่การเดินไฟในบ้านแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่หรือบ้านเก่าเป็นเรื่องยุ่งยาก ที่เราต้องวางแผนให้รอบคอบ พิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ให้ดี เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องของความสวยงามแล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเรื่องของความปลอดภัย หากเดินไฟในบ้านผิดหรือต้องรื้อซ่อมจะเป็นปัญหาที่ชวนปวดหัวกันเลยทีเดียว ดังนั้นเราจะมาดูกันว่า การเดินไฟในบ้าน แบบไหนเหมาะกับบ้านคุณ และมีข้อควรระวังอะไรบ้างในการเดินไฟในบ้าน รวมถึงการดูแลรักษาต้องทำอย่างไรนั่นเอง

. . . . . . . . . .

มารู้จักกับระบบส่งไฟ ก่อนเดินไฟในบ้าน

          การเดินไฟในบ้านเป็นเรื่องสำคัญ ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญในการติดตั้ง แต่เราก็ควรมาทำความเข้าใจ รู้จักกับระบบไฟฟ้าในบ้านด้วยตัวเองกันก่อน ว่าระบบไฟฟ้ามีแบบไหนบ้าง

1. ระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟส

          เป็นระบบไฟฟ้าที่มีสายไฟ 2 เส้น เส้นที่มีกระแสไฟเรียกว่าสายเฟส หรือเรียกอีกอย่างว่าสายเคอร์เรนต์ (Current Line) เส้นที่ไม่มีกระแสไฟเรียกว่าสายศูนย์ หรือสายนิวทรัล (Neutral Line) แรงดันไฟฟ้าที่ใช้สำหรับบ้านทั่วไปจะมีขนาดกำลัง 220 โวลท์ ระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟสนี้ มักจะใช้กับบ้านหรืออาคารทั่วไปที่มีการใช้ไฟไม่มาก

2. ระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟส

          เป็นระบบไฟฟ้าที่มีสายไฟ 3 เส้น และสายนิวทรัล หรือสายศูนย์ อีก 1 เส้น หรือเรียกอีกอย่างว่า ระบบ 3 เฟส 4 สาย แรงดันไฟฟ้าที่ใช้จะมีขนาด 220/380 โวลท์ ระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟสนี้ มักจะใช้กับบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ที่มีการใช้ไฟฟ้ามาก รวมไปถึงตึก อาคาร โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ การนำระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟส มาใช้กับบ้าน จะแยกกระจายไฟออกเป็นแต่ละเฟสเพื่อใช้งาน เป็นการเฉลี่ยการใช้ไฟ ทำให้ประหยัดค่าไฟ แต่การติดตั้งก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า

          สรุปคือทั้ง 2 แบบ สามารถนำมาใช้เดินไฟในบ้านได้เหมือนกัน เพียงแต่เราต้องพิจารณากันว่าบ้านของเรานั้นหลังเล็กหรือหลังใหญ่ มีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณมากน้อยแค่ไหน ใช้ไฟกี่จุด คำนวณค่าใช้จ่ายจากการติดตั้ง และความคุ้มค่าในระยะยาวออกมา เราจะรู้ว่าควรจะเดินสายไฟในบ้านแบบไหนดี

. . . . . . . . . .

รู้หรือไม่สายไฟบ้านมีกี่ชนิด ก่อนเดินไฟในบ้าน

          สายไฟบ้านแยกออกเป็นชนิดหลัก ๆ ได้ 3 ประเภทของการใช้งาน เรามาดูกันว่ามีสายไฟชนิดไหนบ้างที่เหมาะกับการเดินไฟในบ้าน ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายไฟแบบรางเดิน สายไฟแบบลอย

1. สายไฟ THW

          เป็นสายไฟทองแดงแบบเส้นแกนเดี่ยว สายไฟแบบนี้หุ้มทองแดงด้วยฉนวนพลาสติก PVC เหมาะสำหรับใช้งานเดินสายไฟแบบลอยเดินไฟในบ้าน หรือเดินไฟทั่วไป มีน้ำหนักเบา แต่เพราะสายหุ้มสาย THW ที่เป็นพลาสติก PVC เป็นวัสดุที่ไม่ทนทานต่อความชื้น จึงไม่เหมาะกับเดินสายไฟลงดิน หรือร้อยท่อฝัง

2. สายไฟ VAF

          เป็นสายไฟทองแดงแบบเส้นแกนเดี่ยวเหมือนสาย THW สายไฟแบบนี้หุ้มทองแดงด้วยฉนวนพลาสติก PVC เช่นเดียวกัน ต่างกันตรงที่สาย VAF หุ้มด้วยฉนวนแบบ 2 ชั้น โดยชั้นแรกจะเป็นสายไฟสีขาวแบบที่เราเห็นโดยทั่วไป และชั้นในจะเป็นสีต่าง ๆ มีทั้งแบบ 2 สาย และ 3 สาย และมีสีตามสายไฟ เหมาะสำหรับใช้งานเดินไฟในบ้านทั้งเกาะตามผนังหรือเดินสายไฟแบบลอย แต่ก็ไม่เหมาะกับเดินสายไฟลงดิน หรือร้อยท่อฝังดิน

3. สายไฟ VCT

          เป็นสายไฟทองแดงที่มีทั้งเป็นแบบเส้นเดี่ยวและเส้นฝอย สาย VCT มีวัสดุฉนวนหุ้มทองแดงเป็นยางพารา เหมาะกับการเดินสายไฟภายนอกตัวอาคาร เพราะทนต่อความร้อนและความชื้นได้เป็นอย่างดี

. . . . . . . . . .

สีของสายไฟสำคัญอย่างไรกับการเดินไฟในบ้าน

          ก่อนจะเลือกว่าควรเดินสายไฟในบ้านแบบไหนดี หลายคนอาจเคยเห็นและสงสัยว่าทำไมสายไฟถึงมีหลายสี มีทั้งสีดำ สีแดง สีน้ำตาล สีเขียว และสีอื่นๆ อีก แล้วแต่ละสีแตกต่างกันหรือไม่ มีผลต่อการใช้งานอย่างไร การเดินสายไฟแบบราง เดินสายไฟแบบลอย ควรเลือกใช้สายไฟชนิดไหน การเลือกซื้อสายไฟมาใช้งานเดินไฟในบ้าน เราควรเลือกที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. รวมถึงผ่านมาตรฐานระดับสากล IEC เพราะจะได้ทั้งสายไฟที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด สีของสายไฟแยกตามการใช้งานได้ดังต่อไปนี้

  • สายเฟส L1 - ฉนวนหุ้มด้วยสีน้ำตาล
  • สายเฟส L2 - ฉนวนหุ้มด้วยสีดำ
  • สายเฟส L3 - ฉนวนหุ้มด้วยสีเทา
  • สายนิวทรัล N – ฉนวนหุ้มด้วยสีฟ้า
  • สายดิน G - ฉนวนหุ้มด้วยสีเขียวแถบเหลือง

. . . . . . . . . .

เลือกวิธีการเดินสายไฟในบ้านแบบไหนดี

          การเดินไฟในบ้านนั้นจะขึ้นอยู่กับพื้นที่และประโยชน์ในการใช้งาน รวมถึงการออกแบบดีไซน์ให้เหมาะกับสไตล์ของบ้านที่พักอาศัยของเราด้วยเช่นกัน การเดินไฟในบ้านมีด้วยกัน 3 แบบคือ การเดินสายไฟแบบตีกิ๊ฟยึดติดผนัง หรือเดินสายไฟแบบลอย การเดินสายไฟเเบบร้อยสายไฟผ่านท่อ หรือเดินสายไฟแบบราง ซึ่งการเดินไฟในบ้านแบบนี้ จะมีทั้งแบบร้อยท่อฝังผนังและร้อยท่อยึดผนัง เราต้องพิจารณาดูว่าเดินสายไฟในบ้านแบบไหนดี และเหมาะกับบ้านเรามากที่สุด

1. การเดินสายไฟแบบลอย

          หรือเดินสายไฟแบบตีกิ๊ฟท์ยึดติดผนัง การเดินสายไฟแบบลอยเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะการติดตั้งรวมถึงการกำหนดจุดต่อวงจรสวิทช์ต่าง ๆ ทำได้ง่ายมาก ไม่ยุ่งยากซับซ้อน การเดินไฟในบ้านแบบนี้สามารถดูแลตรวจตรา ซ่อมบำรุงได้สะดวก หากเกิดปัญหากับสายไฟ เช่น สายไฟชำรุดเสียหาย หรือต้องการเปลี่ยนสายไฟใหม่ให้เหมาะกับการใช้งาน ก็สามารถแก้ไขได้ทันที ไม่ต้องรื้อส่วนต่าง ๆ มากมาย การเดินสายไฟแบบลอยใช้การเดินสายไฟและยึดติดกับผนังด้วยการตีกิ๊ฟ หรือเข็มขัดรัดสายไฟเป็นระยะ ๆ สายไฟจะเรียงยาวไปตามแนวผนัง และที่สำคัญเดินสายไฟแบบลอยใช้งบประมาณน้อยกว่าการเดินไฟในบ้านแบบอื่นช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี

          แต่การเดินสายไฟแบบลอย หรือเดินสายไฟแบบตีกิ๊ฟยึดติดผนังนั้น ต้องใช้ช่างเดินสายไฟที่มีความชำนาญ เพราะมีข้อเสียในเรื่องของความสวยงามอาจทำให้รกสายตา ทำให้บ้านดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และการตีกิ๊ฟเป็นระยะ จะทำให้ผนังหรือพื้นผิวของบ้านเกิดความเสียหายได้

2. การเดินสายไฟแบบรางแบบฝังผนัง

          การเดินสายไฟแบบรางเป็นการร้อยสายไฟผ่านท่อร้อยสายไฟ (Electrical Conduit) ที่มีทั้งท่อโลหะและท่อพลาสติก ซึ่งการเดินไฟในบ้านแบบนี้คือการร้อยสายไฟไว้ในท่อเเละฝังไว้ในผนังอีกที ทำให้บ้านของเราดูสวยงาม เรียบหรูสะอาดตา ผนังบ้านไม่มีอะไรมาเกะกะ ที่สำคัญช่วยยืดอายุการใช้งานของสายไฟได้อย่างยาวนาน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าการเดินสายไฟแบบรางในบ้านของเรานั้นเลือกใช้ท่อสายไฟชนิดไหนด้วย หากเป็นท่อโลหะจะแข็งแรงทนทานมากกว่า การเดินสายไฟแบบรางฝังผนัง สามารถฝังได้ทั้งผนังเบา ผนังอิฐมอญ และผนังอิฐบล็อก แต่งบประมาณก็จะสูงกว่าด้วยเช่นเดียวกัน

          แต่การเดินสายไฟแบบรางแบบฝังผนัง จะมีข้อเสียที่การซ่อมบำรุงหากเกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่งจะมีความยุ่งยากซับซ้อน แม้การเดินสายไฟแบบนี้จะช่วยยืดอายุอุปกรณ์สายไฟต่าง ๆ ได้ก็จริง แต่ปัญหาที่ไม่คาดคิดก็อาจจะเกิดขึ้นได้ การรื้อซ่อมจะใช้ระยะเวลา และมีต้นทุนที่สูงกว่าการเดินไฟในบ้านแบบอื่น และการเดินสายไฟแบบรางแบบฝังผนังนั้น การติดตั้งก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเดินไฟในบ้านแบบอื่นด้วยเช่นเดียวกัน

3. การเดินสายไฟแบบรางยึดผนัง

          การเดินสายไฟแบบรางแบบนี้ทำได้โดยการร้อยสายไฟผ่านท่อร้อยสายไฟเช่นเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่จะยึดท่อไว้กับผนังบ้านด้านนอก แทนการฝังเข้าไปในผนัง เป็นเหมือนการ Mix & Match การเดินไฟในบ้าน 2 แบบแรกมาไว้รวมกันนั่นเอง การเดินสายไฟแบบรางยึดผนัง ช่วยให้บ้านสวยงาม ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และการดูแล ซ่อมบำรุงก็ทำได้ง่าย การเดินสายไฟแบบรางยึดผนังนั้นดีไซน์ได้หลายแบบ เป็นเหมือนการตกแต่งบ้านในยุคใหม่ให้ดูโมเดิร์นและมีความทันสมัย เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ แถมยังสะดวกปลอดภัยต่อการใช้งานอีกด้วย

. . . . . . . . . .

          การเดินไฟในบ้านขึ้นอยู่กับประโยชน์การใช้งาน สไตล์การออกแบบตกแต่งบ้านและงบประมาณเป็นสำคัญ การเดินสายไฟแบบรางอาจจะช่วยยืดอายุการใช้งานสายไฟได้ยาวนานกว่าการเดินสายไฟแบบลอยก็จริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานและการดูแลบำรุงรักษาด้วยเช่นกัน การเดินไฟบ้านทั้ง 3 แบบนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกเดินไฟในบ้าน แบบไหน ให้ปลอดภัยและเหมาะกับบ้านของเรานั่นเอง หากชื่นชอบบทความเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบ้านและคอนโดที่คอนโดนิวบ์นำมาแบ่งปันกัน ก็สามารถติดตามบทความน่าสนใจอื่น ๆ ได้อีก ทางเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และความรู้คอนโดทาง CondoNewb ได้เลย