logo

ห้องสไตล์ลอฟท์ “LOFT” มีที่มายังไง ทำไมถึงฮิต?

          นิวบ์เชื่อว่าในทุกวันนี้หลายๆท่านคงจะเคยพบเห็นหรือเคยผ่านตาในส่วนของที่อยู่อาศัยแบบลอฟท์ (Loft) กันมาแล้วบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาห้องสไตล์ลอฟท์ เริ่มถูกนำมาเป็นจุดขายตามโครงการคอนโดมิเนียมต่างๆในไทย ทั้งระดับทั่วไปและ Luxury ด้วยจุดเด่นของเพดานห้องที่สูงกว่าอาคารแบบปกติทั่วๆไป และในบางแห่งยังสามารถเสริมชั้นลอยเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในยูนิตได้มากยิ่งขึ้นกว่าห้องแบบมาตรฐานปกติในขนาดพื้นที่เดียวกัน จึงไม่แปลกที่ Loft จะเป็นที่นิยมทั้งในกลุ่ม Developer และกลุ่มผู้ซื้ออย่างมากไม่นานหลังจากที่มีโครงการรูปแบบนี้เปิดตัวขึ้น

------------------------------

• ลอฟท์คืออะไร มีที่มาจากไหน?

• ลอฟท์มีข้อดีและข้อบกพร่องของลอฟท์มีอะไรบ้าง?

• ใครเหมาะกับห้องแบบลอฟท์ที่สุด?

------------------------------

ลอฟท์คืออะไร มีที่มาจากไหน?

          ก่อนจะเข้าเรื่องไปไกลกว่านี้ สำหรับใครที่มาใหม่ในวงการอสังหาฯหรือการออกแบบบ้าน ลอฟท์ (Loft) คือการดัดแปลงอาคารที่เคยใช้ประโยชน์ด้านอื่นมาก่อนโดยเฉพาะเป็นโกดังเก็บสินค้าหรือโรงงานทอผ้ารวมถึงอาคารเพื่อการพาณิชย์จากบางยุคสมัยเพื่อใช้เป็นอาคารที่อยู่อาศัย ซึ่งอาคารกลุ่มนี้จะมีจุดเด่นที่มีช่วงระหว่างพื้นและเพดานที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอาคารอื่นที่สร้างหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีช่องหน้าต่างที่ใหญ่รับแสงธรรมชาติเต็มที่

โดยในอเมริกาเหนือหลังจากที่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆในย่านใจกลางเมืองเริ่มปิดตัวและย้ายฐานการผลิตออกนอกพื้นที่ ปล่อยให้อาคารเหล่านี้ถูกทิ้งให้ว่างเปล่าและทรุดโทรม ต่อมาเมื่อเมืองมีความแออัดมากขึ้น อาคารที่อยู่อาศัยทั่วไปในยุคนั้นยังมีไม่เพียงพอ คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่(ในสมัยนั้น)ก็เลือกที่จะมาขอเช่าพื้นที่ในอาคารโกดังหรือโรงงานเก่าใกล้ใจกลางเมืองเหล่านี้ดัดแปลงเพื่ออยู่อาศัย เนื่องจากจะได้ราคาที่ถูกกว่า รวมถึงมีพื้นที่กว้างขวางกว่าการเช่าอพาร์ตเม้นมาตรฐานในสมัยนั้น โดยเฉพาะกลุ่มศิลปินจะนิยมใช้ลอฟท์เป็นทั้งที่บ้านพัก ห้องสร้างสรรค์ผลงาน และ showroom แสดงผลงานจัดปาร์ตี้ไปในตัว เป็นการใช้พื้นที่ได้อย่างหลากหลาย

เมื่อการดัดแปลงอาคารโรงงานและโกดังเก่าเป็นที่อยู่อาศัยได้รับความนิยมมากขึ้น ที่นครนิวยอร์คจึงมีการบังคับใช้ข้อกฎหมาย Loft Law เมื่อ ค.ศ.1982 ปลดล็อคข้อกำหนดอาคาร อนุญาตให้ดัดแปลงและใช้อาคารอื่นซึ่งเดิมไม่ได้สร้างเพื่ออยู่อาศัยให้สามารถใช้เพื่ออยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากนั้น Loft จึงเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจมากขึ้น สามารถพบเห็นได้ทั่วไปจากสื่อภาพยนตร์ตะวันตกอย่างเรื่อง “Big (1988)” เป็นต้น

ห้องสไตล์ลอฟท์ จากภาพยนตร์เรื่อง Big (1988)

ภาพห้องสไตล์ลอฟท์ จากภาพยนตร์เรื่อง Big (1988)

          เมื่อได้รับความสนใจ ได้เป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการมากขึ้น ราคาซื้อขายหรือให้เช่าอพาร์ทเม้นต์แบบ Loft จึงสูงขึ้นอย่างมากจนท้ายที่สุดบรรดาศิลปินต่างๆก็ถูกผลักออกจากย่านเหล่านี้เพราะสู้ราคาไม่ไหว แทนที่ด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่(กว่า)ที่มีฐานนะดีกว่าเข้าครอบครองและอยู่อาศัยในอาคารสไตล์ Loft เหล่านี้แทน

          นอกจากที่อยู่อาศัยแล้ว การตกแต่งห้องสไตล์ลอฟท์ ยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก จนอาคารประเภทอื่นๆก็มีการตกแต่งในรูปแบบ Loft มากขึ้น ทั้งอาคารสำนักงานใน “The Intern (2015)” หรือตามร้านกาแฟต่างๆ เช่น Starbucks เป็นต้น

สำนักงานสไตล์ Loft ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Intern (2015)

ภาพสำนักงานสไตล์ Loft ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Intern (2015) ที่มา: Pinterest

ประเภทของอาคารแบบ Loft

          ในประเทศตะวันตกที่เป็นต้นกำเนิดอาคารแบบ Loft จะสามารถจำแนกได้หลักๆ 2 กลุ่ม ก็คือ

Industrial / Hard Loft&Soft Loft

1. Industrial / Hard Loft

          เป็น Loft ที่เกิดจากการนำอาคารเก่าเดิมที่สร้างเพื่อการอื่น อย่างโกดังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม หรืออาคารพาณิชย์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาคารจากยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ดัดแปลงให้สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ โดยหลังจากการบังคับใช้ Loft Law 1982 ทำให้อาคารอื่นๆในนิวยอร์คที่เข้าข่ายนี้จำนวนมากถูกนำมาพัฒนาใหม่เป็นที่อยู่อาศัย

2. Soft Loft

          เป็นอาคารสมัยใหม่ที่ถูกออกแบบให้เป็นอาคาร Loft โดยแท้ ซึ่งจะสร้างตามมาตรฐานอาคารสมัยใหม่ ณ ตอนนั้นทั้งหมด ด้วยที่ว่าความนิยมในอาคารแบบ Loft มีมากขึ้นและอาคารแบบ ข้อ.1 ไม่เพียงพอต่อ Demand ซึ่งอาคารที่อยู่อาศัยแบบ Loft ในไทยจะเป็นกลุ่มนี้ทั้งสิ้น เนื่องจากอาคาร Loft แท้แบบแรกจะถูกใช้เพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก เช่น The Jam Factory, Warehouse 30, Chavanich พระโขนง เป็นต้น

ประเภทของห้องแบบ Loft

          จบในส่วนของอาคารใหญ่กันไปแล้ว ทีนี้ห้องยูนิตภายในที่จะจัดให้เป็น Loft ก็สามารถแบ่งได้อีกเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่

ห้องแบบ Loft

1. Open Plan

          จะเป็นห้องชั้นเดียวแบบเปิดโล่งถึงกันเกือบทั่วทั้งยูนิต โดยใช้วิธีจัดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ตามมุมต่างๆของห้อง เช่น พื้นที่รับแขก พื้นที่ครัว พื้นที่ทำงาน และพื้นที่เตียงนอน อาจมีการแบ่งโซนของห้องด้วยการตั้งชั้นหรือตู้ทรงสูงกั้นพื้นที่ให้ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น ซึ่งมีเพียงห้องน้ำเท่านั้นที่มีการก่อกั้นผนังเต็มแยกพื้นที่ชัดเจน

2. Double Volume / Duplex

          น่าจะเป็นแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปมากที่สุดในไทย และเป็นจุดเด่นของห้องสไตล์ลอฟท์ ที่หลายๆที่นิยมกัน ด้วยระยะของเพดานที่สูงเกินอาคารที่อยู่อาศัยทั่วๆไป ซึ่งทำให้สามารถเติมชั้นลอยหรือ Mezzanine เข้าไปได้ ใช้แยกเป็นห้องนอนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ครัวและโซนพักผ่อนที่ชั้นหลักด้านล่าง

          หรือในบางโครงการอาจใช้วิธีเชื่อมยูนิตที่ซ้อนกันอยู่ชั้นบนและชั้นล่างเข้าด้วยกันเป็นแบบ Duplex ทำให้ได้พื้นที่ห้องที่มีความสูงถึง 2 ชั้นเต็ม เป็นลักษณะ Double Volume เป็นต้น

------------------------------

ลอฟท์มีข้อดีและข้อบกพร่องของลอฟท์มีอะไรบ้าง?

          ในเมื่อ Loft เป็นที่นิยมและเป็นที่สนใจมากขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีจุดเด่นอะไรแน่ๆ ถึงได้ขายได้ขายดี ใครๆก็อยากมีไว้ครอบครอง ฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าห้องแบบ Loft มีประโยชน์ในเรื่องอะไรบ้างครับ

ข้อดี :

 1. ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งไม่อึดอัด : ด้วยลักษณะของห้องที่มีเพดานสูง ช่วยให้ไม่รู้สึกว่าพื้นที่ห้องที่อยู่คับแคบและอึกอัด 

 2. จัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้อิสระ : หากเป็นห้องแบบ Open Plan ผู้อยู่อาศัยสามารถจัดโซนห้องได้อย่างอิสระ ไม่ถูกบังคับด้วยฝาผนังตามผังห้อง สามารถใช้ความสร้างสรรค์ได้ตามใจนึกเลยละครับ

 3. ประหยัดการใช้หลอดไฟ : ห้องได้รับแสงสว่างธรรมชาติจากภายนอกเต็มที่ จากบานหน้าต่างทรงสูงขนาดใหญ่ ทำให้ช่วงกลางวันแทบไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเลย

          แต่ทุกสิ่งย่อมมีด้านมืด แล้วห้องสไตล์ลอฟท์ มีข้อเสียอะไรซ่อนอยู่บ้าง และจะจัดการกับปัญหาเกล่านี้ยังไงได้บ้างให้เดือนร้อนน้อยที่สุดกัน

ข้อบกพร่อง :

 1. สิ้นเปลืองการใช้พลังงาน : ด้วยความเป็นห้องที่เปิดโล่ง เพดานสูง ไร้ผนังแบ่งกั้นสัดส่วน อาจมีผลเสียในเรื่องของการใช้เครื่องปรับอากาศ ที่ต้องใช้ไฟฟ้ามากกว่าห้องขนาดปกติ

 วิธีแก้ไข : ในส่วนนี้อาจทำให้ห้องหมดเสน่ห์ Loft ไปบ้าง แต่วิธีเดียวที่แก้ได้คือการกั้นผนังแบ่งส่วนนั่นเอง โดยอาจเลือกติดตั้งเป็นผนังบานเลื่อน Slide กั้นปิดพื้นที่ห้องนอน ให้เครื่องปรับอากาศทำงานเฉพาะห้องในเวลากลางคืน ไม่ทำงานหนักให้พื้นที่อื่นๆของห้องที่ไม่ได้ใช้งาน แล้วเลื่อนเก็บให้ห้องเปิดโล่งเวลากลางวันในส่วนของ Loft แบบ Open Plan ครับ ขณะที่ห้องแบบมีชั้นลอยอาจเลือกกั้นผนังกระจกพร้อมประตู ให้ห้องยังได้รับแสงจากหน้าต่างและประหยัดเครื่องประอากาศไปในตัว

  2. บันได : ในส่วนนี้จะเป็นปัญหาเฉพาะของห้อง Lofts แบบที่ 2 ที่เป็น Double Volume หรือ Duplex ด้วยบางโครงการการทำบันไดเชื่อมชั้นสองค่อนข้างเล็กและแคบ เช่น เป็นบันไดชั้น 50 องศา เป็นบันได้ลิง(Ladder) หรือบันได้แบบวน(Spiral Staircase) ซึ่งอาจใช้งานไม่สะดวกนักเมื่อเทียบกับบันได้ปกติ ที่ความชันไม่เกิน 38 องศา

 วิธีแก้ไข : หากสามารถจัดสรรพื้นที่ในห้องได้ใหม่อย่างลงตัว อาจเลือกปรับโครงสร้างบันได้ให้กว้างขึ้นและชันน้อยลง โดยใช้เป็นบันได้วนกลับแบบตัว “U” หรือตัว “L” ให้สามารถเดินสะดวกขึ้นแต่ไม่เปลืองพื้นที่ในห้องจนเกินไปครับ หรือหากยากต่อการปรับโครงสร้างบันได อาจเลือกติดตั้งราวจับที่มั่นคงเสริมเข้าไปแทน

------------------------------

แบรนด์ The LOFTS โดย Raimon Land

          ในประเทศไทยเราจะสามารถพบเห็นคอนโดแบบ Loft ได้ที่บ้าง ซึ่งตามที่แนะนำไปว่าที่อยู่อาศัยแบบ Loft ในไทย มักจะเป็นแบบ Soft Loft คือ ตั้งใจออกแบบและสร้างให้เป็น Loft โดยตรง ไม่ใช่อาคารดัดแปลงตามที่พบเห็นในตะวันตก ซึ่งอาคารลักษณะ Loft ในไทย Developer ที่เด่นในอาคารลักษณะนี้เห็นจะไม่พ้น Raimond Land โดยโครงการที่นับว่าเข้าลักษณะความเป็น Loft จริงๆ เริ่มจากการเป็นยูนิตเพดานสูง และเติมยูนิต Loft แบบ Double Volume / Duplex เข้าไปในบางช่วงบางชั้นของอาคาร ซึ่งเริ่มแบบจริงจังครั้งแรกที่

แบรนด์ The LOFTS โดย Raimon Land

 1. The LOFTS Ekkamai : มีห้องสไตล์ลอฟท์ เพียงบางยูนิตในอาคาร

             - ความสูงเพดาน : 2.4 – 2.8 ม.

             - ราคา ReSell ห้องเริ่มต้นที่ 4.4 ลบ.

             - ทำเล: BTS เอกมัย, ถนนใหญ่สุขุมวิท

 2. The LOFTS Asoke : ห้องห้องสไตล์ลอฟท์ ที่ช่วงชั้นบนๆของอาคาร

             - ความสูงเพดาน : 3.15 – 5.6 ม.

             - ราคาห้องเริ่มต้นที่ 8.0 ลบ.

             - ทำเล: ถนนอโศกมนตรี, MRT เพชรบุรี

 3. The LOFTS Silom : ห้องห้องสไตล์ลอฟท์ ที่ช่วงชั้นบนๆของอาคาร

             - ความสูงเพดาน : 3.0 – 5.6 ม.

             - ราคาห้องเริ่มต้นที่ 9.5 ลบ.

             - ทำเล: ถนนประมวญ ใกล้ถนนสีลม

 4. The LOFTS Ratchathewi : ห้องสไตล์ลอฟท์ ในบางชั้นบางช่วงของอาคาร

             - ความสูงเพดาน : 3.0 – 4.7 ม.

             - ราคาห้องเริ่มต้นที่ 6.2 ลบ.

             - ทำเล: BTS ราชเทวี, ถนนพญาไท

*ข้อมูล ณ ธ.ค. 2562

------------------------------

โครงการแบบ Lofts ของ Developer อื่นๆ

          ซึ่งนอกจากนี้ Developer เจ้าอื่นๆก็มีการพัฒนาโครงการประเภท Loft ออกมาแข่งขันในตลาดอสังหาฯไทยเช่นกัน ซึ่งโครงการใหม่ๆสไตล์ Loft ก็มีจำนวนไม่น้อยเลย ได้แก่

โครงการแบบ Lofts ของ Developer อื่นๆ

 1. Altitude Unicorn Sathorn – Tha Phra : มีห้องสไตล์ลอฟท์ เพียงบางยูนิตในบางชั้นของอาคาร

             - ความสูงเพดาน : 2.7 – 4.6 ม.

             - ราคาห้องเริ่มต้นที่ 2.49 ลบ.

             - ทำเล: BTS ตลาดพลู, ถนนราชพฤกษ์

 2. Ken Attitude : ห้องสไตล์ลอฟท์ เป็นส่วนใหญ่ของโครงการ

             - ความสูงเพดาน : ห้อง Loft 4.9 ม.

             - ราคาห้องเริ่มต้นที่ 1.69 ลบ.

             - ทำเล: นนทบุรี, MRT สะพานพระนั่งเกล้า

 3. Park Origin Ratchathewi : ห้องสไตล์ลอฟท์ ทั้งโครงการ

             - ความสูงเพดาน : 4.25 ม.

             - ราคาห้องเริ่มต้นที่ 8.99 ลบ.

             - ทำเล: แยกราชเทวี, ถนนเพรชบุรี

 4. Park Origin Chula – Samyan : ห้องสไตล์ลอฟท์ ทั้งโครงการ

             - ความสูงเพดาน : 4.25 ม.

             - ราคาห้องเริ่มต้นที่ 6.39 ลบ.

             - ทำเล: ถนนพระรามที่ 4, ตรงข้ามตลาดสะพานเหลือง

 5. Siamese Exclusive Ratchada : ห้องสไตล์ลอฟท์ บางยูนิตในบางชั้นของอาคาร

             - ความสูงเพดาน : 2.85 – 4.5 ม.

             - ราคาห้องเริ่มต้นที่ 3.9 ลบ.

             - ทำเล: MRT รัชดาภิเษก, ถนนรัชดาภิเษก

*ข้อมูล ณ ธ.ค. 2562

------------------------------

ใครเหมาะกับห้องสไตล์ลอฟท์ที่สุด

          จากประวัติของห้องแบบ Loft และข้อดีข้อด้อยที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ แปลได้ว่าที่อยู่อาศัยสไตล์ Loft น่าจะเหมาะกับผู้อยู่อาศัยวัยหนุ่มสาวมากกว่า ซึ่งหากไม่ใช่ห้องแบบ Open Plan แล้ว การที่ผู้สูงอายุต้องใช้บันไดขึ้น-ลงชั้นลอยบ่อยๆ อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่นัก ด้วยห้องแบบ Double Volume / Duplex จะนิยมสร้างห้องน้ำไว้ที่ชั้นล่างเป็นหลัก อาจเป็นอุปสรรคกับตอนที่ต้องใช้ห้องน้ำเวลาดึกโดยเฉพาะกับบันไดที่มีความชันมากกว่าปกติก็อาจเกิดอุบัติเหตุระหว่างอยู่อาศัยได้

------------------------------

เทรนด์ห้องสไตล์ลอฟท์ จะเป็นยังไงต่อไป?

          ด้วยความนิยมห้องสไตล์ลอฟท์ ยังคงมีอยู่ การพัฒนาโครงการแบบ Soft Loft จึงยังสามารถสร้างขึ้นมาได้อีกเรื่อยๆเพื่อสนอง Demand ของผู้อยู่อาศัย แต่อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า ห้องประเภท Loft อาจไม่ได้เหมาะกับผู้อยู่อาศัยทุกกลุ่ม รวมถึงมีข้อบกพร่องไม่ต่างจากห้องลักษณะอื่นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบไลฟ์สไตล์และช่วงวัยของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักด้วย ทั้งโครงการที่เปิดตัวใหม่ๆในไทยไม่เกิน 2 ปีที่ผ่านมา ก็มีเริ่มปรับการออกแบบให้มีระยะเพดานที่สูงขึ้นเฉลี่ย 2.7 – 2.8 ม. ให้ภายในห้องรู้สึกโปร่งไม่แพ้กัน เป็นตัวเลือกดึงดูดผู้ซื้อมากขึ้น

          โดยตามมุมมองของนิวบ์แล้ว การเลือกซื้ออยู่อาศัยในคอนโดประเภทไหนล้วนขึ้นอยู่กับความชอบความสนใจของผู้ที่จะอยู่อาศัยจริงเป็นสำคัญ หากรูปแบบห้องไม่ตอบโจทย์ Lifestyle ผู้อยู่อาศัย ห้องรูปแบบนั้นๆก็อาจขายต่อหรือปล่อยเช่าลำบาก อย่างอุปสรรคในเรื่องของความชันบันได เป็นต้น รวมถึง Developer ต้องมีกลุ่มผู้ซื้อสำหรับโครงการนั้นๆที่ชัดเจนอย่างคนวัยหนุ่มสาว และใส่ใจรายละเอียดการออกแบบเรื่องความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดข้อบกพร่องของคอนโดรูปแบบนี้นั่นเองครับ แล้วมาพบกับการพูดคุยแชร์ความรู้การแก้ปัญหาคอนโดได้ใหม่กับ CondoNewb นะครับ

------------------------------

Cr. ภาพจาก: Developer และ Pinterest

==============================

Written by NewbTay