logo

บัตร JCB คืออะไร? แตกต่างจากบัตรอื่นยังไง? มีสิทธิพิเศษอะไรบ้าง? เรื่องที่ต้องรู้ถ้ามีความประสงค์อยากจะสมัครและเมื่อสมัครเป็นผู้ถือบัตรผ่านสถาบันทางการเงิน ผู้ถือบัตร JCB จะได้รับสิทธิประโยชน์อะไร ? และควรใช้จ่ายบัตรแทนเงินสดใบนี้อย่างไรให้ได้ประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด เพราะบัตรที่กำลังถืออยู่ไม่ได้เป็นแค่บัตรแทนเงินสดในเมืองไทยหากครอบคลุมไปไกลถึงต่างประเทศในแถบเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ใครชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรวมถึงการรับประทานอาหาร บทความนี้สามารถให้คำตอบผู้ถือบัตรได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ส่วนจะมีอะไรบ้าง สามารถติดตามอ่านเรื่องราวดี ๆ บัตร JCB กันได้เลย

1. บัตร JCB คืออะไร ? ต่างจาก Master Card อย่างไร ?

          เชื่อว่าใครหลายคนก็คงอยากไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ดินแดนที่มีจุดร่วมระหว่าง “ความทันสมัย “ อย่างตึกรามบ้านช่อง แสงสี แฟชั่น แต่ในขณะเดียวกัน ยังคงดำรงค์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะวัฒนธรรมการชงชา ชงอย่างไรให้อร่อยและถูกหลักการ รวมไปถึงอาหารการกินที่เน้นความปราณีตในทุกขั้นตอนการปรุง จะไปญี่ปุ่นทั้งที การพกเงินสดเป็นเรื่องล้าสมัย แต่การมีบัตรแทนเงินสด นอกจากสบายแล้วยังพกพาง่ายไม่ยุ่งยาก เรามาเริ่มต้นทำความรู้จัก บัตร JCB ซึ่งเป็นคำย่อมาจากคำว่า “Japan Credit Bureau บัตรเครดิต JCB คืออะไร มีคำตอบดังนี้ 

 

          JCB ไม่ใช่ชื่อของธนาคารเหมือนอย่าง SCB หรือ ธ.ไทยพาณิชย์อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจกัน หากบัตรเครดิต JCB คือ “ ผู้ให้บริการบัตร Credit Card “ จากประเทศญี่ปุ่นแต่เมื่อมาร่วมมือกับ Local Bank ในประเทศไทยถึงกลายมาเป็น JCB หลายสกุล เช่น Kbank JCB , KTC JCB , Krungsri JCB เป็นต้น

ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

          ในส่วนของ Master Card เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายในการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีทั้ง บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรพรีเพด ซึ่งโดยปกติ ร้านค้าจะรับบัตร Master Card มากกว่า 30 ล้านร้านค้า อีกทั้งมีตู้ ATM ที่สามารถกดเงินสดได้ 2 ล้านตู้ใน 200 ประเทศทั่วโลก และที่สำคัญ ยังคงมี Promotion ให้กับผู้ถือบัตร เช่น ผู้ถือบัตร World หรือ World Elite Master Card เน้นความสะดวกสบายในการเข้าพักตามโรงแรม มีบริการ Internet ไร้สาย , กีฬา , Entertainment , Shopping , และงาน Events ในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นต้น

          สรุปคือ การใช้จ่ายทั้ง 2 บัตร ไม่ว่าจะเป็นบัตร Master หรือบัตรเครดิต JCB คือ สามารถใช้ได้ทั่วโลก เพียงแต่ บัตร JCB มีโปรโมชั่นส่วนลดในส่วนของร้านอาหาร 20% - 50% ซึ่งมากกว่าบัตร Master Card และสำหรับคำถามที่ว่า บัตร JCB ผ่อนของได้ไหม? ก็ต้องตอบเลยว่าสามารถผ่อนของได้ แต่ตัวบัตรนั้นเหมาะแก่การนำวงเงินในบัตรไปใช้ในการซื้อสินค้าและบริการที่ได้สิทธิพิเศษที่ติดมากับบัตร การใช้บีตร JCB ในแบบนี้นั้นจะคุ้มค่ามากกว่า

 

2. บัตร JCB สิทธิประโยชน์ สิทธิพิเศษบัตร JCB ที่ญี่ปุ่น ได้อะไร ? เหมาะกับใคร ?

บัตรเครดิตสำหรับท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น

Local Bank เกือบทุกธนาคารในประเทศไทยได้จับมือกับ JCB ผู้ให้บริการทางการเงินจากประเทศญี่ปุ่นทำให้เกิด บัตร JCB ในหลายสกุล ถามว่า ธนาคารไหนให้สิทธิพิเศษมากสุด อันนี้อยู่ที่วิจารณญาณตลอดจนความต้องการที่มีดังนี้

  • บัตร JCB ในไทย สิทธิพิเศษบัตร JCB ที่ญี่ปุ่น ใครชอบไปเที่ยวประเทศนี้ บัตร JCB ตอบโจทย์ความต้องการนั้นเต็ม 100%
  • สิทธิพิเศษบัตร JCB ที่ญี่ปุ่น สำหรับผู้ถือบัตร JCB สามารถใช้บริการ Airport Lounge ฟรีที่สนามบินหลักในญี่ปุ่นได้ถึง 28 แห่ง ข้อมูลนี้ Update เมื่อปี 2018
  • นอกเหนือจากนั้น เมื่อเดินทางไปพักผ่อนที่ Hawaii , Hong kKong , Singapore , Korea และ China ผู้ถือบัตร JCB สามารถเข้าไปใช้บริการ Airport Lounge ได้ฟรี โดยไม่มีเงื่อนไข
  • สำหรับผู้ถือบัตร JCB จะมีส่วนลดค่าบริการตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น อาทิ Airport Bus มีส่วนลดถึง 20% จากทั้งหมดถึง 4 สนามบิน ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วม Promotion ก็มีส่วนลดอีกเช่นกัน เช่น Tokyo Tower มีส่วนลด 30% รวมถึงสิทธิพิเศษบัตร JCB ที่ญี่ปุ่นยังมีส่วนลดเพิ่มอีก 5% เมื่อไปชมภาพยนตร์ที่ Big Cenema , Takeya หรือตึกม่วงของไทย , Marui , Donki , รวมถึงสถานที่อื่น ๆ เป็นต้น
  • และสุดท้าย สิทธิพิเศษบัตร JCB ที่ญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารญี่ปุ่น ผู้ถือบัตร JCB สามารถได้สิทธิประโยชน์จากการลดราคาค่าอาหารถึง 20% รายชื่อร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย ว่ากันว่า เป็นร้านอาหารที่มีความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ เช่น ร้าน Momo Paradise , Saboten , Umenohana , Ootoya , Hagakure , Tamaruya Honten เป็นต้น นี่คือความมหัศจรรย์ของบัตร JCB บัตรเพียงใบเดียวคุ้มค่าจริง ๆ

บัตร JCB เหมาะกับใคร ?

  • ให้ดูจากคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยปกติ กำหนดไว้ว่า ผู้สมัครต้องทำงานประจำ เป็นพนักงานบริษัท / รับราชการ
  • อัตราเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท
  • เหรียญมี 2 ด้าน ต้องเป็นผู้ที่บริหารเงินเป็น ไม่ใช้จ่ายผ่านบัตรจนลืมนับเงินสดในกระเป๋าว่าแท้จริงแล้วเหลือเท่าไหร่
  • เหมาะกับผู้ที่มีหนี้สินน้อย การใช้จ่ายเกินตัวผ่านบัตร JCB นับว่าเป็นการสร้างหนี้โดยไม่รู้ตัว ควรมีความยับยั้งชั่งใจก่อนกลายเป็นหนี้
  • ข้อดีของบัตรเครดิต JCB คือ มีไว้แทนเงินสด สำหรับใครบางคนที่หมุนเงินไม่ทัน สามารถใช้บัตรแทนเงินสดใบนี้ไปก่อน เหมาะสำหรับ เจ้าของกิจการ พ่อค้าแม่ค้า ที่ต้องใช้เงินในการหมุนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ

3. รวบรวมบัตรที่ร่วมกับ JCB ใช้แล้วคุ้ม 3 Local แบงค์ที่น่าสนใจ

 บัตรเครดิต JCB คืออะไร หลายคนคงได้คำตอบจากหัวข้อย่อยที่ผ่านมา สำหรับหัวข้อนี้ จะขอรวบรวมบัตรที่ร่วมกับ JCB ใช้แล้วคุ้ม มีธนาคารไหนที่ร่วมกับ JCB บ้าง ซึ่งเคยเกริ่นไว้แล้ว ตามมาเลย

3.1 บัตรเครดิต กรุงศรีเจซีบี แพลทินัม JCB 

บัตรเครดิต กรุงศรีเจซีบี แพลทินัม JCB

ผู้ให้บริการ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด มหาชน เป็นเสมือนบัตรแทนเงินสดที่มีโปรโมชั่นมากมาย อาทิ ยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพในกรณีที่บัญชียังมีการเคลื่อนไหว แต่หากไม่มีการใช้จ่ายใด ๆ ผ่านบัตรเป็นเวลา 12 เดือนตามที่กำหนดไว้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าธรรมเนียมรายปี และที่พลาดไปไม่ได้เลย ลักษณะเด่นของบัตรแทนเงินสด บัตรที่ร่วมกับบัตร JCB เมื่อมียอดใช้จ่าย 800 บาท / สลิป ณ. ร้านอาหารทั่วโลกในระยะเวลาที่กำหนดไว้ดังนี้นั่นก็คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค 2563 - 31 ธ.ค 2563 หากเกิน จะไม่ได้รับสิทธิ์ในเรื่องของส่วนลดและอาจต้องรอทางธนาคารประกาศ Promotion ใหม่ ๆ

 รับส่วนลด 10 % ณ. ร้านอาหารยอดนิยม ซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 9 ร้าน ได้แก่ Chabutan , Dak Galbi , DGB , Gyu Kaku , Katsuya , On Yasai , See Fah , Tenya และ Yoshinoya Promotion ตั้งแต่ 1 ม.ค 2563 - 31 ธ.ค 2563 พิเศษสุด ๆ สำหรับ Promotion ร้อน ๆ เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค 2563 - 31 ธ.ค 2564 ผู้ถือบัตรที่ร่วมกับบัตร JCB สามารถรับส่วนลดพิเศษ ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นอื่น ๆ ร่วม 100 กว่าร้านค้า

 

3.2 KTC JCB Platinum  

KTC JCB Platinum

เป็นอีก 1 Local Bank ของธนาคารกรุงไทย ที่เป็นพันธมิตรร่วมกับ JCB บัตร JCB เสมือนแทนเงินสด บัตรนี้ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นมากเป็นพิเศษ สำหรับสิทธิพิเศษบัตร JCB ที่ญี่ปุ่น ให้อะไรบ้าง คำตอบคือ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและมีการใช้จ่ายผ่านบัตร รับคะแนนสูงสุด KTC Forever คูณ 2 แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสะสม ผ่าน JBC Special Offer กับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น ฮอกไกโด โตเกียว โอซาก้า ฟูกุโอกะ โอกินาว่า สิทธิพิเศษตั๋วโดยสารรถบัสของสนามบิน มีส่วนลด 20 % สำหรับตั๋วโดยสารจาก Air Port ถึงย่าน Downtown ระยะเวลาแคมเปญ 1 ก.ค 2020 - 30 มิ.ย 2021 รับส่วนลดตั๋วเดินทางได้สูงสุดถึง 4 ใบ / ต่อการซื้อ 1 ครั้ง

 บัตร JCB ส่วนลดพิเศษ สำหรับการเช่าสัญญา Wifi Router ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเชื่อมต่อ internet ระหว่างท่องเที่ยวได้ในพื้นที่ ๆ มีสัญญาณการให้บริการโดยมีราคาค่าเช่าเพียง 550 เยน / วัน ไม่รวมค่าภาษี และไม่มีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพิ่มเติมตอนคืน / รับเครื่อง Wifi Router JCB แจแปน Guide เป็น Application ที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือบัตรที่ได้เข้าไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะเพื่อเข้าถึงข้อมูลสาธารณูประโภค เช่น ที่ตั้งตู้ ATM รวมถึง ข่าวคราวความเคลื่อนไหวสิทธิประโยชน์บัตร JCB JCB Plaza บัตร JCB สถานที่ตั้งเพื่ออำนวยความสะดวก JBC Plaza Tokyo ตั้งอยู่ใกล้ Ginza เพียงแค่เดินก็ถึง เวลาทำการ 11.00 - 19.00 ให้ข้อมูลทั้งในรูปของแผ่นพับ ข้อมูลท่องเที่ยว ข้อมูลร้านค้าในเครือข่าย JCB มีบริการฉุกเฉิน กรณีบัตร JCB สูญหายหรือถูกโจรกรรม ในส่วนของ JBC Plaza Kyoto ตั้งอยู่ในอาคารสถานี Kyoto ชั้น 2 ตรงทางเข้า Kyoto Theater เวลาทำการ 10.00 - 18.00 เปิดบริการทุกวัน ให้ข้อมูลการจองทัวส์ โรงแรม , ร้านอาหาร , บัตรเข้าชมงานหรืออื่น ๆ มีบริการฉุกเฉิน รับฝากสัมภาระและอีกมากมาย เป็นต้น

 

3.3 SCB JCB PLATINUM ของธนาคารไทยพาณิชย์  

SCB JCB PLATINUM

เป็นอีก 1 บัตรที่เข้าร่วมกับทาง JBC ซึ่งเจ้าของบัตรสามารถใช้ประโยชน์จาก Campaing ได้มากมาย ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีวิต บริการห้องรับรองภายในสนามบินมากกว่า 60 แห่งทั่วโลก รับส่วนลดร้านอาหารชั้นนำ เริ่มต้นที่ 10% เมื่อมีการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน รับสิทธิ์คืนเงิน 3% ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร SCB JCB 25 บาท / สลิป จะได้คะแนนสะสมเป็นจำนวน 1 คะแนน

รับฟรี Menu พิเศษ หากมีการใช้จ่ายผ่านบัตร เอาใจสายกินโดยเฉพาะกับ 100 กว่าร้านอาหารที่ร่วมรายการในประเทศไทย เช่น ร้าน Shabuton , Shabu Shabu On Yasai, Ootoya , Gyu - Kaku , Saboten , Katsuya และ Yoshinoya เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าบัตร JCB นั้น หากได้สมัครสมาชิกแล้ว คุ้มค่า โดยเฉพาะผู้ถือบัตรที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวซึ่งแต่ละบัตรก็จะมีจุดเด่น campaing ที่แตกต่างกันออกไป ใครชอบเที่ยวประเทศในแถบเอเชีย อาจเลือกใช้บริการจากธนาคารไทยพาณิชย์หรือใครที่เสพติด Lifestyle ความเป็นประเทศญี่ปุ่น บัตรจากธนาคารกรุงไทยที่เข้าร่วม Campaing น่าจะเหมาะสม เอาเป็นว่า ใครชอบแบบไหน สามารถศึกษาอ่านจากบทความเอาไว้เป็นแนวทางก่อนทำเรื่องสมัครบัตร เพื่อไม่พลาดความสนุก คุ้มค่า ราคาสบายกระเป๋า กับการมีบัตร JCB ไว้ในครอบครอง สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสินเชื่อ และบัตรเครดิต สามารถติดตามได้ที่นี้ เรามีทั้งเรื่องราวอัพเดทข่าวอสังหา และเรื่องการเงิน ให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามอยู่เสมอ สำหรับทความหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร มาติดตามกันต่อได้ในบทความหน้าค่ะ