logo

          พูดถึงถนนราชดําเนิน หลายคนคงมีภาพและนึกถึงเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป และเชื่อว่ายังคงมีอีกหลายคน ที่เติบโตมากับถนนสายนี้ อีกหลายคนที่เกิดมาพร้อมกับถนนราชดำเนินในอดีต แน่นอนว่ายุคสมัยทำให้ความสวยงามและมุมมองที่แต่ละคนมีต่อถนนราชดำเนินแตกต่างกันออกไปนั่นเอง ความเป็นย่านเมืองเก่า กลับกลายเป็นเสน่ห์ของถนนสายนี้ จนทำให้เกิดความสวยงาม ไม่ว่าจะตอนเช้า สาย บ่าย ค่ำ ถนนราชดําเนินก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา ที่ดินถนนราชดำเนินมีเรื่องราวมากมายในประวัติศาสตร์ และในปัจจุบันที่ดินแถบนี้จะน่าซื้อหรือน่าอยู่มากน้อยแค่ไหน วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเรื่องราวต่าง ๆ บนถนนราชดําเนินพร้อมทั้งแง่มุมของราคาที่ดิน เรื่องราวในเชิงอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงความเป็นย่านเมืองเก่าสู่ความเป็นปัจจุบัน ในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

- รู้จักถนนราชดำเนินในอดีต และการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

- ราคาที่ดินถนนราชดําเนินในปัจจุบัน

- ที่ดินไหนที่ดินหลวง ที่ดินไหนเอกชน

- โครงการน่าสนใจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งถนนราชดําเนินและใกล้เคียง 

- การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา การพัฒนาพื้นที่ ความเป็นย่านเมืองเก่า โดดเด่นอย่างไร 

รู้จักถนนราชดำเนินในอดีต และการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

เมื่อปีพุทธศักราช 2442 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ให้สร้างถนนราชดําเนินขึ้นเพื่อเป็นที่เสด็จพระราชดำเนินระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังดุสิต อีกทั้งเพื่อความสวยงามของบ้านเมือง และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในสมัยนั้น เราจึงได้เห็นถนนราชดําเนินอันกว้างขวาง นั่นก็เป็นเพราะพระราชประสงค์ของพระองค์ท่านนั่นเอง ทั้งสองฟากฝั่งของถนนคือที่ตั้งของวังและสถานที่ราชการใหญ่ ๆ ในสมัยนั้น และไม่ได้ให้มีร้านเล็ก ๆ รวมไปถึงตึกแถว เพราะไม่ได้ตั้งใจให้แถบนี้เป็นย่านร้านค้า โดยในขณะนั้นมีพระราชดำริว่า เมื่อสร้างถนนที่ตำบลบ้านพานถม จะต้องรื้อป้อมหักกับจากดัสกร น่าจะรักษาชื่อป้อมไว้ใช้เป็นชื่อถนนแต่หากจะเรียกถนนหักกำลังดัสกร ก็ดูจะแปลกไป จึงให้พระราชทานนามว่าถนนราชดําเนิน

ถนนราชดำเนิน

          ในอดีต แบ่งออกเป็น 3 ช่วง เนื่องด้วยมีคลองสามสาย ได้แก่ คลองหลอด , คลองบางลำพู , คลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งจะมีสะพานเชื่อมต่อถนน 3 แห่ง ได้แก่ สะพานผ่านพิภพลีลา , สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และสะพานมัฆวานรังสรรค์ ในสมัยนั้นพระองค์ทรงได้มีพระราชดำริให้ตัดถนนราชดําเนินเมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก ส่งให้ปรับตามแบบยุโรป อย่างที่เราเห็นกันบริเวณถนนราชดำเนินนอกในปัจจุบัน บนทางเดินริมถนนปลูกต้นมะฮอกกานี ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศและทำให้ถนนราชดําเนินเป็นถนนที่สวยงามที่สุดในยุคนั้น

ถนนราชดำเนิน

ขอบคุณภาพจาก : www.wikiwand.com

การเปลี่ยนแปลงของถนนราชดำเนินในปัจจุบัน

ถนนราชดำเนิน

          ในอดีต ตั้งแต่ปีพ.ศ 2480 เป็นต้นมา รัฐบาลก็ได้ออกพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดิน เพื่อสร้างอาคารริมถนนทั้งสองข้าง เป็นอาคาร 3 ชั้นครึ่งแบ่งตัวอาคารออกเป็นช่วง และให้มีการสร้างถนนซอยเล็ก ๆ ระหว่างตึกแถว บริเวณมุมของอาคาร กำหนดให้มีการก่อมุขโค้งครึ่งวงกลม ช่วงดาดฟ้า เทคอนกรีต เป็นการสร้าง แบบสมัยใหม่ในสมัยนั้น ทั้งยาง เป็นการแต่งผิวแบบขรุขระไม่ฉาบผิวเรียบเหมือนอาคารทั่วไป มีบันไดขึ้นสูง 3 ขั้นด้านหน้าอาคาร ซึ่งเป็นภาพที่เราเห็นกันจนชินตาในปัจจุบัน

          และตัวอาคารตึกแถวริมถนนราชดําเนินกลาง ซึ่งเป็นที่เห็นพ้องต้องกันว่ามีลักษณะสง่างาม จึงเป็นที่ตั้งของบริษัทห้างร้านใหญ่ๆและในปัจจุบันอาคารเหล่านี้ยังคงอยู่ในสภาพดี แม้ว่าแบบถนนจะได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นช่องเดินรถ 2 ช่องและมีเกาะกลางถนนรวมทั้งบาทวิถีทั้งสองข้างทางนั่นเอง

          การเปลี่ยนแปลงไปของวิถีชีวิตผู้คนแถบถนนราชดำเนินในอดีต ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย วิถีชีวิตที่เคยเรียบง่ายงดงามกลับมีสิ่งแปลกตาซึ่งเราเรียกกันว่าเจริญหูเจริญตา จากการได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมตะวันตก และสิ่งที่เรามักจะนึกถึงเสมอ คือ ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองซึ่งจะมีการประดับไฟสวยงามตลอดเส้นทาง เป็นภาพที่สร้างความประทับใจและถนนราชดำเนินก็กลายเป็นแลนด์มาร์คที่ทุกคนนึกถึงเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญๆ เหล่านั้น รวมทั้งเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของถนนราชดําเนิน ไม่ว่าจะเป็นเวทีมวยราชดำเนิน วิถีชุมชนอย่างชุมชนตรอกสาเก ชุมชนวัดราชนัดดา โรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งเคยเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวสุดหรูในเขตพระนคร ศูนย์รวมร้านตัดเสื้อและร้านทำผมสตรี ศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผมซึ่งด้านหลังจะค่อนข้างคึกคักเนื่องจากเป็นตลาด และโรงเรียนสตรีวิทยา รวมถึงร้านศึกษาภัณฑ์ต่าง ๆ 

          ในส่วนของสถานที่ได้ถูกบูรณะซ่อมแซม แต่ยังคงความรู้สึกของความเป็นย่านเมืองเก่า มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์มากมาย ในแง่ของการดำเนินชีวิต ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ที่เราเห็นกันจนคุ้นเคยในปัจจุบัน แต่เอกลักษณ์ที่สำคัญก็คือวิถีชีวิตที่ยังคงความเรียบง่าย ไม่ทิ้งกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทยนั่นเอง 

การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ดังกล่าวเหล่านี้ของถนนราชดําเนิน สะท้อนหรือส่งผลอะไร ต่อการอยู่อาศัยหรือการใช้ชีวิต รวมไปถึงที่ดินในแถบนี้มีการปรับราคาขึ้นลงอย่างไร ราคาที่ดินในปัจจุบัน ราคาขายราคาเช่า ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงหรือยุคสมัยที่เปลี่ยนไปหรือไม่? 

ราคาที่ดินถนนราชดําเนินในปัจจุบัน

          ตารางประเมินราคาที่ดินถนนราชดําเนินในปี 2563 หลังจากที่รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ได้มีการประกาศราคาประเมินทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะเริ่มใช้ 1 มกราคม 2564 ทำให้เห็นภาพราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งในเขตพระนคร ราคาที่แพงที่สุดคือ 1 ล้านบาทต่อตารางวา ราคาถูกที่สุด 50,000 บาทต่อตารางวา ทั้งนี้เราสามารถตรวจสอบราคาที่ดินแบบออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ของกรมธนารักษ์กระทรวงมหาดไทย สิ่งที่ต้องเตรียม คือโฉนดที่ดินที่แสดงเลขที่ดินอย่างชัดเจน เราก็จะได้ทราบราคาประเมินที่ดินภายในไม่เกิน 2 นาที

          กลับมาที่ราคาที่ดินถนนราชดําเนิน ซึ่งถือว่าถนนราชดำเนินในอดีตอยู่ในย่านกรุงเก่าอยู่ในเขตพระนคร ซึ่งเป็นส่วนที่ราคาพุ่งพรวด แม้ว่าราคาที่ดินที่แพงที่สุดคือย่านธุรกิจที่สำคัญอย่างถนนสีลม, เพลินจิต, พระราม 1 แต่ รับรองได้เลยว่าในส่วนของถนนราชดำเนินพลอยได้รับผลกระทบ จากการประเมินราคาที่ดินในครั้งนี้ซึ่งเป็นการประเมินเพื่อรองรับการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ โดยที่ดินในแนวรถไฟฟ้า ทางด่วน เขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาที่ดินจากที่ดินเปล่า ปรับเพิ่มสูงขึ้น 8% ถึง 10% โดยในช่วงตั้งแต่ถนนพระสุเมรุ เขตพระนคร ซึ่งเชื่อมต่อมาถึงถนนราชดําเนินในปัจจุบัน ตารางวาละ 470,000 บาท จัดว่าอยู่ในช่วงราคาประเมินที่ดินที่สูงที่สุด 10 อันดับแรกของกรุงเทพฯ

ที่ดินไหนที่ดินหลวง ที่ดินไหนเอกชน

           หลักเกณฑ์หลักการในการจำแนกที่ดินถนนราชดำเนินในอดีต จนถึงปัจจุบันเพื่อให้ง่ายต่อการสรรหา จัดหาหรือครอบครองเป็นเจ้าของโดยสามารถแบ่งประเภทของที่ดินออกเป็น 2 ประเภท ก็คือที่ดินของรัฐ และที่ดินของเอกชน ซึ่งจำแนกออกตามความหมายของที่ดิน ดังนี้

          ที่ดินของรัฐ คือที่ดินที่อยู่ในความดูแลของทางราชการ ซึ่งมีหลายหน่วยงานทำหน้าที่ในการดูแลรักษา อาทิ กรมธนารักษ์ , กรมพัฒนาที่ดิน , กรมส่งเสริมสหกรณ์ , กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช, สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม, เป็นต้น ใด ๆ ที่ไม่เข้าข่ายการดูแลของรัฐบาลถือว่านั่นคือที่ดินของเอกชนนั่นเอง

          นอกจากนี้แล้ว ถนนราชดำเนินในอดีต ที่ดินของรัฐ ยังถือว่าเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันโดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแล หมายถึงที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ให้ประชาชนใช้ร่วมกัน เช่น ที่ดินชายตลิ่ง ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ซึ่งถือว่าเป็นสาธารณสมบัติ รวมไปถึงที่ดินที่ตั้งสถานที่ราชการต่าง ๆ

          ทั้งนี้ การจัดการที่ดินทั้งของรัฐและเอกชนอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ซึ่งแบ่งออกเป็นพระราชบัญญัติต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดินอีกมากมายด้วยเช่นกัน

          ทั้งนี้ การจัดการที่ดินทั้งของรัฐและเอกชนอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ซึ่งแบ่งออกเป็นพระราชบัญญัติต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดินอีกมากมายด้วยเช่นกัน

โครงการน่าสนใจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งถนนราชดําเนินและใกล้เคียง

          จากการเปลี่ยนแปลงของถนนราชดำเนินในอดีต Concept ของถนนที่ถูกออกแบบเอาไว้ตั้งแต่ดั้งเดิม ถูกเปลี่ยนแปลงให้แยกตัวอาคารออกมาเป็นหลายหลัง มีการถอนถอดหรือลักษณะอาคารแบบเดิมด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาและความเห็นที่แตกต่างกันออกไป แต่เนื่องด้วยอาคารส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักหรือถูกทำลายได้ทั้งหมด แต่กระนั้นอาคารเหล่านี้ก็ยังคงถูกปล่อยปละละเลยไม่ได้รับการดูแลรักษาจนเกิดความชำรุดทรุดโทรม

          แต่ด้วยความที่ถนนราชดําเนิน คือถนนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นมากกว่าถนนเส้นอื่นในประเทศไทย ในฐานะที่เป็น "ถนนสัญลักษณ์ของความก้าวหน้า" นับตั้งแต่ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ถนนเส้นนี้ก็กลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองและเกิดความศิวิไลตามแบบฉบับของชาวตะวันตก ดังนั้นเพื่อให้ช่วงระยะเวลาในปัจจุบันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย ทั้งรูปแบบพื้นที่ถนนราชดำเนินในอดีต อารมณ์ สังคม ภูมิทัศน์ การทำให้ถนนราชดำเนิน กลับมาเป็นถนนที่มีความศิวิไลและเป็นสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้าของสังคมไทยต่อไปจนถึงอนาคต ภายใต้บริบทต่าง ๆ มากมายทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมไปถึงเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงรุดหน้าไปอย่างมาก

           ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงกลายเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่บริเวณถนนราชดําเนินกลาง ไปสู่ต้นแบบการออกแบบเมืองของกรุงเทพฯ นำความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มาปรับปรุงให้มีความโดดเด่น ทั้งทางกายภาพ โชคดีที่ถนนราชดำเนินมีข้อได้เปรียบทั้งทำเลที่ตั้งและเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง จึงกลายเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญในการฟื้นฟู พื้นที่แถบนี้ ในใจกลางกรุงรัตนโกสินทร์ โดยโครงการพัฒนาผังเมืองนี้ใช้เวลาในการดำเนินงานทั้งสิ้น 4 ปี และได้มีการปรับปรุงพื้นที่จำนวน 4 โซน ได้แก่

โซนที่ 1 ประตูสู่การเรียนรู้

           จะถูกจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้เรื่องราวถนนราชดำเนินในอดีต ปัจจุบันและอนาคต และจะถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่ รอบสถานีขนส่งมวลชนย่านประวัติศาสตร์ ประกอบด้วยห้องสมุด, นิทรรศการ, โรงภาพยนตร์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะและหอชมเมือง ร้อยเรียงเรื่องราวประตูสู่ราชธานีรัตนโกสินทร์ จุดตัดของ เมืองหลายยุคสมัย ภาพจำต่าง ๆ ที่เป็นภูมิสัญลักษณ์ของถนนราชดำเนิน และจุดเปลี่ยนถ่ายระบบขนส่งมวลชนในอนาคต

โซนที่ 2 จัตุรัสแห่งปัญญา

          มิติแห่งการพบปะสังสรรค์และมีเสรีภาพในการแลกเปลี่ยนความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างผู้คนในสังคม เป็นพื้นที่แห่งการถ่ายทอดความคิดพลังเชิงสัญลักษณ์ ความหมายของศูนย์กลางแห่งความก้าวหน้า

โซนที่ 3 ก้าวหน้านวัตกรรม

          เป็นพื้นที่ที่จะมีการจัดแสดงถึงความก้าวหน้าทางด้านนวัตกรรมของไทย อาทิเช่น สำนักงาน พิพิธภัณฑ์บ้านและหอชมเมือง จุดชมวิวโดยรอบ รวมถึงความต่อเนื่องความผูกพันกับพื้นที่ชุมชนที่อยู่อาศัย

โซนที่ 4 ไทยทำไทยคิด

          ความภาคภูมิใจของสังคมไทย ถนนราชดำเนินในอดีตที่ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบศิลปะวัฒนธรรมผลิตภัณฑ์และสิ่งประดิษฐ์ เบื้องหลังโครงการพระราชดำริ ทำเลที่ตั้งเชื่อมต่อกับระบบการท่องเที่ยวของเกาะรัตนโกสินทร์ โครงการพัฒนาในอนาคตเฉลิมพระเกียรติและสถานีรถไฟฟ้าสนามหลวง

 

         โดยการอนุรักษ์ผังอาคารฝั่งริมถนนราชดําเนินกลางยังคงยึดเอาเอกลักษณ์และความ นิยมของยุคสมัยนั้น โดยใช้สถาปัตยกรรมดั้งเดิม มุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศการเดินเท้า ส่งเสริมการดัดแปลงอาคารเพื่อรองรับระบบกิจกรรมใหม่ๆ แต่ยังคำนึงถึงความสมดุลและอนุรักษ์ สถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับภูมิทัศน์อันงดงามของถนนราชดําเนินกลาง

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม 

         โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ระยะทางช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) คืออีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลง ของถนนราชดำเนินโดยเส้นทางการวิ่งเริ่มต้นที่สถานีบางขุนนนท์ลักษณะเป็นอุโมงค์ใต้ดินวิ่งไปตามแนวทางรถไฟเดิม ไปยังโรงพยาบาลศิริราช จากนั้นวิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ขนานไปกับสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ลอดใต้พื้นถนนราชดําเนินผ่านสนามหลวง และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นเบี่ยงเส้นทางไปตามแนวถนนหลานหลวงจนถึงแยกยมราช กระทั่งสิ้นสุดที่สถานีสุวินทวงศ์บริเวณสามแยกรามคำแหงสุวินทวงศ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงการสร้างทางวิ่งใต้ดินที่มีความยาวมากถึง 27 กิโลเมตรและโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ 8.9 กิโลเมตร

          โดยในระหว่างนี้ก็ได้มีการขุดถนนราชดําเนินกลางลึกลงไปถึง 20 เมตร เพื่อสร้างอาคารจอดรถ 3-4 ชั้นจำนวน 2 อาคาร สำหรับรองรับรถไฟฟ้าสายสีส้ม รองรับได้ 150 คัน เพื่อแก้ไขปัญหารถติดพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ งบประมาณกว่า 300 ล้านบาทคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาก่อสร้างรวม 3 ปี โดยคาดว่าจะเริ่มขั้นตอนต่าง ๆ หลังจากการอนุมัติ ในปี 2561 สิ้นสุด 2564

          ซึ่งหากแผนการเป็นไปตามนี้ เชื่อได้เลยว่าถนนราชดําเนินจะกลายเป็นย่านที่มีราคาที่ดินพุ่งสูง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตขึ้นอีก ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม

การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา การพัฒนาพื้นที่ ความเป็นย่านเมืองเก่า โดดเด่นอย่างไร

          จากความรุ่งเรืองของถนนราชดำเนินในอดีต สู่ความเจริญในปัจจุบันของถนนราชดําเนินทำให้เรายังคงเห็นภาพความงดงามที่มีเสน่ห์มาก ๆ ของถนนสายหลักแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถนนที่เคยเงียบเหงาในอดีต ถูกปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ให้สองฟากฝั่งข้างทางมีความสวยงามและทันสมัยสะดวกสบายมากขึ้น ระบบสาธารณูปโภค การคมนาคม สะดวกสบายและเจริญขึ้นด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ห้างสรรพสินค้าที่อยู่รายรอบ และเอกลักษณ์อันโดดเด่นของถนนราชดําเนิน ก็คือความสวยงามความกว้างใหญ่การประดับตกแต่งไฟในเทศกาลเฉลิมฉลองต่าง ๆ ความเป็นย่านเมืองเก่า จึงไม่ได้น่ารังเกียจแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ทำให้พื้นที่แถบราชดำเนิน มหานครชั้นในแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่น่าอาศัย และ กลิ่นอายของความเป็นเมืองเก่าทำให้ถนนราชดําเนินมีความโดดเด่น เหนือถนนทุกสายในกรุงเทพฯ ก็ว่าได้ ครั้งหน้าเราจะนำความรู้หรือการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอนโด อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ