logo

บ้านกรมบังคับคดี น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนอยากมีบ้าน แต่อาจจะไม่ได้มีงบมากมายนัก จึงมองหาช่องทางที่มาของบ้านมือสองในระดับราคาที่เอื้อมถึงได้ ซึ่งการซื้อบ้านกรมบังคับคดี จึงเข้ามาตอบโจทย์ได้ในเรื่องนี้ แต่หากใครต้องการจะซื้อบ้านกรมบังคับคดีก็ต้องทำการบ้านติดตามกันไว้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียว่าสอดคล้องกับตัวเราหรือไม่, การเตรียมตัวก่อนเข้าประมูลบ้าน กรมบังคับคดี 2563 ต้องทำอย่างไร, ขั้นตอนที่จะเกิดขึ้นในการประมูลบ้าน กรมบังคับคดี 2563 เป็นอย่างไร รวมทั้งเมื่อชนะการประมูลแล้วจะต้องจ่ายเงินยังไง เป็นต้น ดังนั้นอย่าได้รอช้า พร้อมแล้วไปหาคำตอบในของบ้านกรมบังคับคดีกันเลย

. . . . . . . . . .

บ้านกรมบังคับคดี คือ อะไร ?

           หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าบ้านกรมบังคับคดีคืออะไร จึงต้องอธิบายที่มาที่ไปก่อนว่า บ้านกรมบังคับคดีก็คือบ้านที่ถูกยึดมาจากเจ้าของเดิมที่ไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ธนาคารได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว หากเราซื้อบ้านแบบไม่มีเงินสด วิธีการที่เราใช้คือการขอสินเชื่อธนาคารมาซื้อบ้าน จากนั้นก็ทยอยผ่อนคืนธนาคารไปเรื่อย ๆ จนครบกำหนดระยะสินเชื่อ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทางก็คือคนที่กู้ไปนั้น ไม่สามารถผ่อนชำระคืนแก่ธนาคารได้ ธนาคารจึงยึดเอาทรัพย์นั้นมาขายทอดตลาด เพื่อเปิดโอกาสให้คนเข้ามาประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีนั้นเอง ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของคำว่าบ้านกรมบังคับคดี

บ้านกรมบังคับคดี คืออะไรซื้อยังไง

บ้านกรมบังคับคดี มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ?

ข้อดีของบ้านกรมบังคับคดี

          หากใครกำลังสงสัยว่า แล้วการซื้อบ้านกรมบังคับคดีนั้น จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง ก็ต้องบอกเลยว่า จุดเด่นที่เป็นข้อดีหลัก ๆ ของการซื้อบ้านกรมบังคับคดี ก็คือราคาขายที่ถูกกว่าราคาตลาดทั่วไป เนื่องจากราคาเริ่มต้นในการประมูลบ้านกรมบังคับคดีจะมาจากราคาประเมิน ไม่ได้ใช้ราคาขายตามตลาดทั่วไป ยิ่งหากนำบ้านของกรมบังคับคดีมาขายทอดตลาดหลายครั้ง ราคาเริ่มต้นในการเปิดการประมูลบ้านของกรมบังคับคดีก็จะยิ่งมีราคาถูกลงเรื่อย ๆ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบ้านกรมบังคับคดีจึงน่าสนใจนั่นเอง นอกจากนี้ บ้านของกรมบังคับคดีที่จะนำมาขายทอดตลาดยังอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นทำเลใดก็ตาม ซึ่งไม่ต่างจากบ้านมือสองที่ประกาศขายทั่วไป เรียกได้ว่าบ้านในทำเลเดียวกัน แต่หากเป็นบ้านกรมบังคับคดีจะมีราคาขายที่ถูกกว่าบ้านมือสองทั่วไป นั้นเอง

ข้อเสียของบ้านกรมบังคับคดี

         แต่ทุกอย่างบนโลก เมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสีย และข้อเสียของการซื้อบ้านกรมบังคับคดีก็คือ ขั้นตอนการซื้อบ้านกรมบังคับคดี ที่จะกำหนดขั้นตอนต่าง ๆ พร้อมทั้งเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้เป็นหลักฐานในการเข้าประมูล ซึ่งการเปิดประมูลบ้านกรมบังคับคดีแต่ละครั้ง จะกำหนดช่วงวันและเวลาที่แน่นอน เราจึงต้องไปตามเวลาที่กำหนดไว้ จึงอาจไม่ได้สร้างความสะดวกในการซื้อเหมือนกับการซื้อบ้านมือสองทั่วไป ที่เราสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าของบ้านเมื่อไหร่ก็ได้ จะเข้าไปดูบ้านมือสองเมื่อไรก็ได้ หรือแม้แต่ราคาซื้อขาย ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงของผู้เป็นเจ้าของบ้านมือสองและเราที่เป็นผู้ซื้อ จึงไม่ต้องมีตัวกลางอย่างกรมบังคับคดีมาเป็นตัวกลางใด ๆ นั้นเอง 

        อีกหนึ่งข้อเสียที่พบได้จากการซื้อบ้านกรมบังคับคดีก็คือ สภาพบ้านที่ขายทอดตลาด เพราะเชื่อว่ามีหลายครั้งที่พอลองไปดูสภาพบ้านจริงแล้วโทรมมากจนรับไม่ไหว หากจะตกแต่งเพิ่มเติมอาจจะต้องใช้เงินทุนอีกเป็นจำนวนมาก สุดท้ายแล้วราคาบ้านกรมบังคับคดีที่ดูเหมือนถูกกว่าราคาบ้านมือสองทั่วไป เมื่อรวมกับค่าซ่อมแซมแล้ว อาจจะสูงกว่าก็เป็นได้ แต่กรณีนี้ก็อาจเป็นไปได้ หากใครต้องการเฉพาะที่ดินจริง ๆ อาจจะเป็นที่ดินในย่านทำเลดี ที่เรียกว่าแค่ซื้อที่ดินก็ถูกกว่าราคาตลาดแล้ว โดยยังมีงบการก่อสร้างบ้านเตรียมพร้อมไว้แล้ว จึงไม่มีปัญหาเรื่องทุนก่อสร้างใด ๆ ดังนั้น ข้อเสียเรื่องสภาพบ้านโทรม อาจไม่ใช่ปัญหาในการซื้อบ้านกรมบังคับคดี ก็เป็นได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่า เรามองเห็นคุณค่าของบ้านกรมบังคับคดีในมุมใดนั้นเอง

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเข้าประมูลบ้าน กรมบังคับคดี 2563

          หากใครกำลังมองหาบ้านหลังใหม่ ในระดับราคาเอื้อมถึง และยังสามารถเลือกบ้านหลังที่ชอบได้เอง ต้องบอกว่าการซื้อบ้านกรมบังคับคดีนั้น ก็มีขั้นตอนต่างไปจากการซื้อขายบ้านปกติเอาเสียหน่อย แต่หากคิดว่าเป็นสิ่งที่เราทำได้ มีเอกสารเตรียมพร้อม เพียงแค่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนอีกสักหน่อยก็น่าจะซื้อบ้านกรมบังคับคดีได้อย่างไม่ยาก ดังนั้น ลองมาดูรายละเอียดกันว่า ก่อนจะซื้อบ้านกรมบังคับคดีนั้น เราต้องเตรียมตัวก่อนเข้าประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดียังไงบ้าง แล้วหลักฐานที่ต้องนำมาใช้ในวันประมูลมีอะไรบ้าง ซึ่งวันประมูลจริง จะต้องมีการลงทะเบียนก่อนจะเข้าประมูลได้ และรายละเอียดอีกมากมาย พร้อมแล้ว ไปหาคำตอบเกี่ยวการซื้อบ้านกรมบังคับคดีกันเลย

การประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดี

          เริ่มต้นด้วยการเตรียมตัวก่อนเข้าประมูลบ้านของกรมบังคับคดี เชื่อว่าใครที่กำลังจะเข้าประมูลบ้านของกรมบังคับคดี ย่อมมีต้องการทำการบ้านกันมาล่วงหน้าก่อนอยู่แล้วต้องการจะซื้อบ้านกรมบังคับคดีหลังใด โดยข้อมูลที่ควรจะทราบก่อนจะเข้ามาประมูลจริง ได้แก่ รายละเอียดทรัพย์ เช่น บ้านเลขที่เท่าไหร่, เป็นอาคารประเภทไหน, ขนาดที่ดินเท่าไหร่, พื้นที่ใช้สอยเท่าไหร่, จำนวนห้องนอน, จำนวนห้องน้ำ รวมทั้งสถานที่ตั้ง เป็นต้น

         และเมื่อถึงวันประมูลบ้านของกรมบังคับคดีจริง ผู้ที่จะเข้าประมูลอย่าลืมเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอประมูล ซึ่งเอกสารสำคัญดังกล่าว จะประกอบไปด้วย

  • บัตรประจำวันประชาชน หรือหากใครเป็นข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ก็สามารถใช้บัตรประจำตัวข้าราชการ , บัตรเจ้าหน้าที่รัฐ , บัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรืออาจจะใช้หนังสือเดินทาง ก็ได้เช่นกัน นอกจากบัตรจริงแล้ว อย่าลืมถ่ายสำเนาเซ็นรับรองถูกต้องมาด้วย 1 ฉบับ
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลที่นายทะเบียนได้รับรองไว้ไม่เกิน 1 เดือน สำหรับการเข้าประมูลบ้านของกรมบังคับคดีที่เป็นในนามของนิติบุคคล 
  • ใบมอบอำนาจ ปิดอากรแสตมป์ 30 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการประมูลบ้านกรมบังคับคดี แต่ไม่ได้มาด้วยตนเอง ก็สามารถให้บุคคลอื่นเข้าประมูลบ้านของกรมบังคับคดีได้เช่นกัน แต่ต้องเตรียมเอกสารดังกล่าวมาให้เรียบร้อยเสียก่อน และยังต้องเตรียมเอกสารอื่น ๆ อาทิ กรณีเป็นการประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีในนามของนิติบุคคล จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจ, หนังสือรับรองนิติบุคคล, สำเนาบัตรประจำตัวของผู้มีอำนาจในนิติบุคคลและสำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับอำนาจโดยต้องมีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องไว้เรียบร้อย

         ทันทีที่ถึงวันประมูลบ้านกรมบังคับคดีจริง ผู้ที่จะเข้าประมูลบ้านจะต้องการววางเงินสด หรืออาจจะเป็นแคชเชียร์เช็ค ไว้เป็นหลักประกันก่อนว่าเราจะเข้าสู้ราคาในการประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีครั้งนี้แน่นอน ซึ่งต้องบอกเลยว่าจำนวนเงินที่จะนำมาวางเป็นหลักประกันก่อนเข้าประมูลนั้น จะมีจำนวนมากน้อยต่างกันนไปตามตาระดับราคาของบ้านที่เราต้องการประมูล ซึ่งหากเป็นเกณฑ์ระดับราคาประเมินบ้านกรมบังคับคดี จะสามารถแบ่งได้ดังนี้

อัตราการวางเงินหลักประกัน

  •  ราคาประเมินไม่เกิน 1 แสนบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน ไม่น้อยกว่า 5%ของราคาประเมิน
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 1-2 แสนบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 10,000 บาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 2-5 แสนบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 25,000 บาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 5 แสนบาท-1 ล้านบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 50,000 บาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 1-3 ล้านบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 1.5แสนบาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 3-5 ล้านบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 2.5 แสนบาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 5-10 ล้านบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 5 แสนบาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 10-20 ล้านบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 1 ล้านบาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 20-50 ล้านบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 2.5 ล้านบาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 50-100 ล้านบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 5 ล้านบาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 100-200 ล้านบาท จะต้องวางเงินหลักประกัน 10 ล้านบาท
  •  ราคาประเมินไม่เกิน 200 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องวางเงินหลักประกันตามแต่ผู้ได้รับมอบหมายจะพิจารณา

          ซึ่งต้องบอกเลยว่า หากทรัพย์กรมบังคับคดีที่เราสนใจและต้องการเข้าประมูลนั้น หากเป็นประเภทห้องชุด หรือที่ดินจัดสรร หลายคนอาจตั้งคำถามว่าแล้วพวกค่าส่วนกลางที่ค้างชำระมาตั้งแต่เจ้าของคนเก่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบภาระส่วนนี้ หรือ อาจจะเป็นค่าบำรุงรักษาค้างจ่ายหรือค่าจัดการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ใครจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการจ่ายชำระหนี้เหล่านี้ ก็ต้องบอกว่า ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ผู้ที่เป็นนิติบุคคล ของห้องชุดที่เข้าประมูลนั้นจะต้องยื่นเรื่องต่อเจ้าหน้าที่หรือพนักงานของกรมบังคับคดีภายใน 30 วัน หลังจากได้รับคำบอกกล่าวจากเจ้าหน้าที่พนักงาน จากนั้นจะเป็นเรื่องระหว่างเจ้าหน้าที่บังคับคดีและนิติบุคคลที่ต้องประสานงานต่อกัน เราผู้ที่เข้าประมูลบ้านกรมบังคับคดีจึงไม่ต้องรับภาระที่เจ้าของเดิมค้างจ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  

          และเมื่อมาถึงวันประมูลบ้านกรมบังคับคดี ต้องบอกว่ามีหนึ่งขั้นตอนสำคัญก่อนจะเข้าประมูลซื้อบ้านกรมบังคับได้ นั่นก็คือ ขึ้นตอนของการลงทะเบียน โดยผู้เข้าประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีจะต้องลงทะเบียนแบบลงทะเบียนของกรมบังคับคดี ซึ่งต้องวางพร้อมกับเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คเป็นหลักฐานการเข้าประมูล หรืออาจจะใช้อีกวิธีหนึ่งก็ได้ เป็นการทำรายงานผ่านระบบ EDC ที่ย่อมาจากคำว่า Electronic Data Capture ก็ได้เช่นกัน หลังจากนั้น ผู้ประมูลบ้านกรมบังคับคดีจะต้องทำสัญญาหรืออาจจะเรียกว่าข้อตกลงกับกรมบังคับคดีในการเสนอราคา 

          หลังจากที่ผู้ประมูลบ้านกรมบังคับคดีได้ลงทะเบียนพร้อมกับวางเงินที่จะเป็นหลักประกันเรียบร้อยแล้ว ลำดับต่อไป ผู้ประมูลบ้านกรมบังคับคดีจะได้รับป้ายเข้าประมูลพร้อมกับลำดับจากพนักงาน เพื่อใช้สำหรับการเสนอราคา และเข้าไปนั่งในสถานที่จัดเตรียมไว้

ขั้นตอนประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดี ต้องทำยังไงบ้าง ?

          หลังจากที่เราทำความเข้าใจในการเตรียมตัวเพื่อเข้าประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอกสารที่ใช้ในการวางก่อนเข้าประมูลบ้านกรมบังคับคดี หรือจะเป็นการเตรียมตัวในเรื่องของเงินสดที่จะนำมาวางเป็นหลักฐานในการเข้าประมูลบ้านของกรมบังคับคดีเรียบร้อยแล้ว เราจะมาหาคำตอบกันต่อว่า เมื่อถึงช่วงเวลาของการประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีแล้ว จะเป็นอย่างไรกันบ้าง รายละเอียดดังนี้

ซื้อบ้านกรมบังคับคดีต้องทำยังไง

          ต้องบอกเลยว่าในช่วงเริ่มต้นในการประมูลบ้านกรมบังคับคดีนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจะเริ่มทำการอธิบายถึงวิธีการขายและเงื่อนไข รวมทั้งข้อกำหนดในการขายทอดตลาดก่อนว่าจะมีขั้นตอนเป็นอย่างไรกันบ้าง จากนั้นจะเริ่มลงรายละเอียดในส่วนของบ้านกรมบังคับคดี โดยการสอบถามว่ามีผู้ได้เสียอย่างไร อาทิ เจ้าหนี้อย่างธนาคารพาณิชย์ทั่วไปจะเริ่มอ่านคำพิพากษาลูกหนี้ตามคำพิพากษา จากนั้นจะเป็นรายละเอียดบ้านกรมบังคับคดีเบื้องต้น ตามมาด้วยการประกาศขายราคาเริ่มต้นในการขายทอดตลอด ซึ่งราคาเริ่มต้นในการขายทอดตลาดของการประมูลบ้านของกรมบังคับคดีแต่ละครั้ง จะไม่เหมือนกัน โดยจะกำหนดราคาเริ่มต้นต่างกัน ดังนี้

  • กรณีบ้านของกรมบังคับคดีที่มีการประมูลขายทอดตลาดครั้งที่ 1 จะใช้ราคาเริ่มต้นจากคณะกรรมการ แต่ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ จะเปลี่ยนเป็นการใช้ระดับราคาประเมินของเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ แต่ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้เช่นกัน จะเปลี่ยนไปใช้ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นราคาเริ่มต้นในการประมูลบ้านกรมบังคับคดีแทน
  • กรณีบ้านของกรมบังคับคดีที่มีการประมูลขายทอดตลาดเป็นครั้งที่ 2 จะเกิดได้ หลังจากการประมูลครั้งที่ 1 ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูล จึงทำให้เกิดเป็นการประมูลขายทอดตลาดครั้งที่ 2 ขึ้น โดยเจ้าหน้าที่บังคับคดีจะกำหนดราคาเริ่มต้นเป็นจำนวนร้อยละ 90 ของราคาประเมิน
  • กรณีบ้านของกรมบังคับคดีที่มีการประมูลขายทอดตลาดเป็นครั้งที่ 3 จะเกิดได้ หลังจากการประมูลครั้งที่ 2 ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูล ระดับราคาเริ่มต้นในการประมูลจะเปลี่ยนไปเช่นกัน เมื่อเกิดเป็นการประมูลขาดทอดตลาดครั้งที่ 3 ขึ้น เจ้าหน้าที่บังคับคดีจะกำหนดราคาเริ่มต้นเป็นจำนวนร้อยละ 80 ของราคาประเมิน
  • กรณีบ้านของกรมบังคับคดีที่มีการประมูลขายทอดตลาดเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งจะถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นสำหรับการนำบ้านกรมบังคับเข้ามาประมูลเป็นครั้งที่ 4 หลังจากการประมูลครั้งที่ 3 ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูล โดยะดับราคาเริ่มต้นในการประมูลครั้งนี้จะเปลี่ยนไปเดิม เมื่อเกิดเป็นการประมูลขาดทอดตลาดครั้งที่ 4 ขึ้น เจ้าหน้าที่บังคับคดีจะกำหนดราคาเริ่มต้นเป็นจำนวนร้อยละ 70 ของราคาประเมิน แต่กรณียังเกิดการประมูลในครั้งอื่นต่อไปหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่บังคับคดีจะยังคงราคาประมูลเริ่มต้นเดิมที่ร้อยละ 70 ของราคาประเมินต่อไป

          หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วการประมูลบ้านกรมบังคับ จะดำเนินไปอย่างไรต่อหลังจากทราบราคาเริ่มต้นในการเปิดประมูลบ้านกรมบังคับคดีแล้ว ต้องบอกว่าหลังจากเริ่มแล้ว จะการเกิดยกป้ายตามแต่ผู้เข้าประมูลต้องการจะจ่ายเท่าไหร่ เพื่อที่จะชนะการประมูลและได้เป็นเจ้าของบ้านกรมบังคับคดีหลังนั้น โดยเจ้าหน้าที่บังคับคดีจะประกาศให้ทราบว่า การยกป้ายเพื่อสู้ราคาประมูลในแต่ละครั้งจะเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งละเท่าใด ซึ่งจำนวนตัวเงินที่แจ้งไปนั้น จะเป็นตัวเลขที่ใช้ในการสู้ประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีจนจบรายงาน แต่ในกรณีที่ผู้เข้าประมูลต้องการจะให้ราคาประมูลทรัพย์เพิ่มสูงกว่าที่กำหนดไว้ก็สามารถทำได้เช่นกัน

         หลังจากนั้นก็จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนของการประมูลอย่างแท้จริง ก็คือการยกป้ายประมูลแข่งกัน หากใครยกป้าย ก็ได้สิทธิ์เป็นผู้ได้ราคาประมูลบ้านกรมบังคับคดีนั้น โดยผู้ประมูลบ้านของกรมบังคับคดีอาจจะใช้ระดับราคาเพิ่มตามที่เจ้าหน้าที่บังคับคดีแจ้งไว้ก็ได้ หรือจะแจ้งเป็นตัวเลขที่มากกว่าก็ได้เช่นกัน

         โดยทุกครั้งที่มีผู้ประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดียกป้ายเสนอราคา เจ้าหน้าที่บังคับคดีจะทำการนับครั้งที่ 1 เป็นจำนวน 3 ครั้ง และนับครั้งที่ 2 เป็นจำนวน 3 ครั้ง แล้วนับครั้งที่ 3 เป็นจำนวน 3 ครั้ง ซึ่งหากผู้เข้าประมูลต้องการสู้ราคาประมูล จะต้องทำการยกป้ายให้ได้ภายในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่บังคับคดีจะนับจบเสียก่อน ซึ่งหากนับครบเรียบร้อยแล้ว ยังไม่มีผู้ประมูลบ้านบังคับสู้ราคาต่อ เจ้าหน้าที่บังคับคดีจะขานรับราคาสูงสุดจำนวน 3 ครั้ง พร้อมกับเคาะไม้ เป็นอันว่า บ้านของกรมบังคับคดีหลังนั้นเป็นอันยุติการขายทอดตลาดเรียบร้อย

          ซึ่งต้องบอกเลยว่า ยุคนี้เราอยู่กับด้วยเทคโนโลยี ดังนั้นการปรับตัวขององค์กรก็ต้องตามให้ทันโลกเช่นกัน ซึ่งสำหรับการประมูลบ้านกรมบังคับคดีเอง ต้องบอกว่าผู้ที่สนใจจะเข้าประมูลบ้านกรมบังคับคดี สามารถทำการประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน โดยวิธีการก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย เพียงแต่ต้องมีการติดต่อจองเครื่องซึ่งติดตั้งอยู่ที่สำนักงานบังคับคดีก่อนจะถึงวันที่มีการประมูลบ้านของกรมบังคับคดีขายทอดตลาด จากนั้นทำสัญญารับทราบเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ เกี่ยวกับการเสนอราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับเจ้าหน้าที่บังคับคดี ณ สำนักงานเครือข่าย จากนั้นเมื่อถึงวันประมูลบ้านของกรมบังคับคดีจริง จะต้องการการแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่บังคับคดีก่อน จากนั้นทำการวางหลักประกันและเงินสดหรือแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายสำนักงานบังคับคดีที่ตนเองเสนอราคา จากนั้นจะได้รับรหัสเข้าใช้อุปกรณ์ โดนรหัสนี้จะระบุการประมูลบ้านกรมบังคับคดีตามที่ระบุไว้เท่านั้น ดังนั้นจะไม่สามารถนำรหัสนี้ไปใช้ในการเข้าประมูลทรัพย์อื่น ๆ ได้

หากชนะการประมูลบ้านกรมบังคับคดีแล้ว ต้องทำอะไรต่ออีกบ้าง ?

ชนะประมูลบ้านกรมบังคับคดีต้องทำอย่างไร

          หลักจากจบการยกป้ายประมูลบ้านกรมบังคับคดีจนชนะเรียบร้อยแล้ว สิ่งต่อไปที่ผู้ชนะการประมูลต้องทำ ก็คือ การทำตามสัญญาซื้อขายของกรมบังคับคดี พร้อมกับชำระเงินตามราคาที่ได้สู้ประมูลบ้านกรมบังคับคดีจนชนะได้ 

          หลายคนถามว่าถ้ายังไม่มีเงินสดแบบเต็มจำนวนมาจ่ายค่าประมูลเต็มราคา ควรจะทำอย่างไร ก็ต้องตอบว่า โดยปกติแล้ว เหตุการณ์แบบนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องทำสัญญาซื้อขายเป็นหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่บังคับคดีว่า จะชำระส่วนที่เหลือหลังจากเงินวางประกันก่อนเข้าประมูลนั้น จะนำเงินมาจ่ายชำระภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันซื้อบ้านกรมบังคับคดีเป็นต้นไป 

         คำถามต่อมาคือ ถ้ายังไม่สามารถหาเงินสดมาชำระได้ภายใน 15 วัน หรืออาจจะเป็นการซื้อบ้านกรมบังคับดีด้วยการกู้ขอสินเชื่อธนาคารเอาไว้ และ ธนาคารที่เรายืนขอกู้ไม่สามารถดำเนินเรื่องให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันได้ ก็ต้องบอกว่าไม่ต้องเป็นกังวลแต่อย่างใด เพราะผู้ชนะการประมูลบ้านกรมบังคับคดีสามารถทำหนังสือขอขยายระยะเวลาการพิจารณาให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยเตรียมเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อมาเป็นหลักฐานเพิ่มเติมได้ แต่ขบวนการขอยื่นระยะเวลาเช่นนี้จะต้องทำต่อเจ้าหน้าที่บังคับคดีก่อนจะครบ 15 วันตามที่กำหนด และระยะเวลาที่ผู้ชนะการประมูลสามารถขยายได้สูงสุดต้องไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันครบกำหนด ซึ่งขั้นตอนการขอยื่นระยะชำระเงินออกไปนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าบังคับคดีว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร หลังจากนั้นแล้ว ผู้ชนะการประมูลบ้านของกรมบังคับคดีจะทำการชำระค่าอากรในอัตราร้อยละ 0.5 ของราคาที่ซื้อบ้านกรมบังคับคดีมา โดยได้รับเอกสารที่เกี่ยวกับกลับคือนี้ อย่างเช่น เอกสารสิทธิ์ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้ชนะการประมูลบ้านกรมบังคับคดี ซึ่งเอกสารเหล่านี้เอง คือ หลักฐานในการติต่อขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กับเจ้าหน้าที่ที่ดินในภายใหลังนั้นเอง

         หลายคนอาจกังวลว่า แล้วถ้าชนะการประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีมาเรียบร้อยแล้ว แต่กลับไม่สามารถหาเงินมาข่ายบ้านกรมบังคับคดีได้ตามที่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ แม้จะขอยืดเวลามาแล้วก็ตาม หากเป็นเช่นนี้แล้ว ต้องบอกเลยว่า ทางเจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการริบเงินมัดจำที่เราได้เคยได้วางไว้เป็นหลักประกันตั้งแต่ก่อนเข้าประมูลบ้านของกรมบังคับคดี ซึ่งข้อตกลงนี้จะเป็นไปตามรายละเอียดที่จะไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย หลังจากนั้นบ้านกรมบังคับคดีหลังนี้จะถูกนำไปออกประมูลเพื่อนขายทอดตลาดอีกครั้งในเวลาต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าพนักงานบังคับคดี จะแจ้งกลับมาที่ผู้ชนะการประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดีด้วยว่า การขายทอดตลาดครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นในวัน เวลา และสถานที่ขายใด นั้นเอง

        ทั้งหมดนี้ คงทำให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าใจแล้วว่า บ้านกรมบังคับคดีคืออะไร ? สำหรับคนที่สนใจบ้านมือสองที่มีราคาต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างในแต่ละเวลา เช่น การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าประมูลบ้านกรมบังคับคดี 2563, ขั้นตอนการประมูลซื้อบ้านกรมบังคับคดี รวมทั้ง หากชนะการประมูลบ้านกรมบังคับคดีแล้ว ต้องทำอะไรต่ออีกบ้าง นอกจากนี้ สิ่งที่ลืมไม่ได้คือการทำความเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียของการซื้อบ้านกรมบังคับคดี เพราะภายใต้ราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปนั้น แท้จริงแล้วยังแอบแฝงไปด้วยต้นทุนในการก่อสร้างซ่อมแซมมากน้อยแค่ไหน หากทุกอย่างยังอยู่ในจำนวนเงินทุนที่ยังพอรับได้ หรืออาจจะแค่ต้องการที่ดินแปลงงามที่ไม่สามารถหาได้ในราคานี้อีกแล้ว ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่เราไม่ควรมองข้ามบ้านกรมบังคับคดีนั้นเอง สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเรื่องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ สามารถติดตามบทความเกี่ยวกับการลงทุน และบทความแนะนำบ้านน่าสนใจ ได้ที่นี่ เพราะเรายังมีบทความดี ๆ คอยเสิร์ฟให้เพื่อน ๆ อยู่เสมอ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ