logo

          ในยุคปัจจุบันการ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” เป็นทางออกสำหรับยุคปัจจุบัน ยุคที่เศรษฐกิจไม่ดีบางคนก็เงินช็อต หมุนไม่ทัน ยิ่งใครที่มีบัตรเครดิตหลายใบก็ยิ่งอ่อนใจ เรียกว่าแต่ละเดือนต้องจ่ายค่าบัตรเครดิตกันแบบชักหน้าไม่ถึงหลังกันเลยทีเดียว แต่ในเมื่อใช้จ่ายไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบกันไปและผ่อนหนักให้เป็นเบาด้วย “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” นั่นเอง 

แล้วการ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” คืออะไร

        สำหรับคำว่ารีไฟแนนซ์นั้น เราอาจจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการ รีไฟแนนซ์รถ รีไฟแนนซ์คอนโด หลาย ๆ คนเลยสงสัยว่า “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” นั้นต่างกันไหม คำตอบก็คือ แทบจะไม่ต่างกันเลยการ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” นั้นคือการไปขอวงเงินอีกที่หนึ่ง ไปปิดหนี้อีกที่หนึ่ง เช่นติดหนี้ บัตรเครดิต ของธนาคารกสิกร แต่เราไปขอเครดิต citibank เพื่อ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” เมื่อทาง citibank อนุมัติ เราก็เปลี่ยนมาผ่อนชำระกับ citibank เลย หรือถ้าใครหนี้ติดบัตรเครดิตหลาย ๆ ใบ จะไปขอ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” เป็นทางเลือกที่เลยทีเดียว เพราะการผ่อนชำระกับสถาบันการเงินเดียวนั้น ทำให้แต่ละเดือนนั้นยอดชำระของเราก็จะน้อยลงไป และเป็นการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดภาระรายจ่าย เพราะการจ่ายดอกเบี้ยเพียงที่เดียวนั้น ย่อมถูกกว่าการจ่ายดอกเบี้ยหลาย ๆ ที่อยู่แล้ว

. . . . . . . . . .

เราควร“รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” ตอนไหน

           เงินเดือนแทบไม่เหลือ ถ้าเรามีความรู้สึกว่า พอสิ้นเดือนหลังจากจ่ายค่าบัตรเครดิต แล้วได้แต่ถอนหายใจ กับเงินที่เหลือและต้องใช้จ่ายไปอีก 30 วัน แล้วละก็รีบตั้งคำถามกับตัวเองเลยว่าจะ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารไหนดี

  • สังเกตเงินต้น ไม่ใช่เพียงแต่รูดแล้วก็ชำระไปเรื่อย ๆ ควรจะสังเกตดูเงินต้นด้วย ยกตัวอย่างผ่อนไปชำระไปแล้ว 6-7 เดือน เมื่อดูเงินต้นแทบจะไม่ลดแสดงว่าดอกเบี้ยสูงแน่ ๆ ก็ควรรีบ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” ได้แล้ว
  • มีบัตรเครดิตหลายใบไม่พอ แต่ละใบวงเงินเต็มอีกต่างหาก ในกรณีแบบนี้มีโอกาสเป็นอย่างมากที่จะไม่สามารถจ่ายได้ วิธีแก้คือต้องรวมหนี้ไว้ที่เดียวคือการ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” นั่นเอง
  • อยากได้เงินมาช่วยแก้ไขสภาพคล่อง การ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” ก็สามารถตอบโจทย์ได้ ยกตัวอย่างเช่น ยอดหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด 100,000 บาท แต่เมื่อเราไปขอ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” กับสถาบันการเงินใหม่แล้วได้ยอด 150,000 บาท ส่วนต่าง 50,000 บาทนั้นเราสามารถเอาไปใช้แก้ไขสภาพคล่องได้

แล้วถ้าหากเรายื่นขอ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” แล้วได้ยอดไม่ถึงอย่างที่เราต้องการ ?

           ถึงแม้ตอนแรกเราจะตั้งยอดเงินเกินจำนวนไปแล้วแต่ทางสถาบันการเงินก็ยังอนุมัติให้ตำกว่าที่เราต้องการ ในกรณีนี้นั้น ให้เราเลือกที่เอาไปปิดยอด ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่สุดก่อน ส่วนอื่น ๆ ที่ดอกเบี้ยถูกลงมาก็ค่อย ๆ ผ่อนชำระไปเรื่อย ๆ การทำวิธีนี้ยังดีกว่า ที่จะต้องรับภาระเท่าเดิม

 

ใครบ้างที่สามารถยื่นขอ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” ได้

          ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วทุกคนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตนั้นสามารถทำได้หมดทุกคน แค่ในความเป็นจริงแล้วทางสถาบันการเงินที่เราไปทำเรื่องนั้นก็จะตรวจสอบประวัติโดยละเอียด ไม่ว่าการค้างชำระ รวมถึงเครดิตบูโรอีกด้วย ส่วนคุณสมบัติโดยทั่วไป ของผู้ที่จะยื่น “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” ก็คล้ายกับการสมัครบัตรเครดิต ซึ่งผู้ที่จะสมัครนั้นต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป และสถาบันการเงินก็จะขอข้อมูลส่วนตัวในเบื้องต้น อย่าง ชื่อ นามสกุล , เพศ, สถานการณ์สมรส, อาชีพ, รายได้, หลักทรัพย์, ที่อยู่ หนี้มีอะไรบ้าง และต้องมีเงินเดือน 15,000 ขึ้นไป สำหรับใครมีอาชีพการงานที่มั่นคง ไม่มีประวัติเครดิตที่เสีย ก็จะได้รับการอนุมัติ ง่ายเข้าไปอีก ส่วนสำหรับเอกสารหลักฐานที่จะยื่นขอ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” ก็มีดังนี้

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ธนาคารไหนดี

เอกสารขอรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

พนักงานประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือข้าราชการ

  •  สำเนาบัตรประชาชน ,สำเนาบัตรข้าราชการ
  •  สลิปเงินเดือน
  •  หนังสือรับรองเงินเดือน
  •  หน้าเล่มของสมุดบัญชีเงินฝาก
  •  หลักฐานการเป็นหนี้ของสถาบันการเงินอื่น

ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจหรือประกอบอาชีพอิสระ

เมื่อทำเรื่องเสร็จแล้วทางสถาบันการเงิน ก็จะใช้เวลาตรวจสอบ 2-3 วันถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็จะได้รับการอนุมัติ

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารไหนดี

          กับคำถามที่ว่า แล้วจะรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารไหนดี จริง ๆ ในปัจจุบันนั้นสถาบันการเงินแทบจะทุกแห่งนั้น จะเปิดให้ ไฟแนนซ์บัตรเครดิต เหมือนกันหมด แต่เราจะรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารไหนดีนั้นก็คงต้องพิจารณากันให้ถี่ถ้วน อย่างแรกเลยก็คืออัตราดอกเบี้ย ถ้าดอกเบี้ยไม่ได้น้อยกว่าที่เดิม หรือมากกว่า ก็อาจจะลองดูสถาบันการเงินอื่นแทนเพราะหากดอกเบี้ยไม่ต่างกันก็ไม่มีประโยชน์อะไร และอีกอย่างที่ควรต้องดูก็คือระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้เพื่อให้เราผ่อนชำระได้อย่างไม่เดือดร้อนและเครียด ส่วนใหญ่ระยะเวลาก็จะมีตั้งแต่ 18 เดือน ถึง 72 เดือน ถัดมาวงเงินที่จะได้รับ ก็ควรต้องสูงที่สุด อย่างน้อยก็ต้องใกล้เคียงกับจำนวนเงินที่เราต้องการเพื่อไปปิดหนี้บัตรเครดิตใบอื่น ๆ ส่วนเงื่อนไขอื่น ๆ เช่นรายได้ขั้นต่ำของผู้ขอสินเชื่อนั้นก็แล้วแต่เงื่อนไขของสถาบันการเงิน ที่แตกต่างกันออกไป

 

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารไหนดี เรามีข้อมูลมาให้เปรียบเทียบ

ธนาคารไทยพาณิชย์ 

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตไทยพาณิชย์

  • วงเงินสินเชื่อสูงสุด 3,000,000 ดอกเบี้ยต่ำสุด 9.99 % ระยะการผ่อนชำระสูงสุด 72 เดือน ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ หรือบุคคลในการค้ำประกัน

ธนาคารออมสิน 

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ธนาคารออมสิน

  • วงเงินสินเชื่อสูงสุด 300,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 8.50 % ระยะการผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ หรือบุคคลในการค้ำประกัน (แต่ต้องมีเงินเดือน 30,000 ขึ้นไปสำหรับพนักงานประจำ ส่วนข้าราชการนั้นต้องมีเงินเดือน 18,000บาทขึ้นไป)

ธนาคาร CIMB 

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ธนาคาร CIMB

  • วงเงินสินเชื่อสูงสุด 1,500,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 9 – 28 % ต่อปี ระยะการผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี มีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 ขึ้นไป

ธนาคารกรุงไทย 

  • วงเงินสินเชื่อสูงสุด 1,000,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 13.87 % ต่อปี มีรายได้ 30,000 ต่อเดือนขึ้นไป

ธนาคาร UOB 

  • วงเงินสินเชื่อสูงสุด 1,500,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 19.99 % ระยะการผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี มีรายได้ขั้นต่ำ 30,000

ธนาคารกรุงศรี  

  • วงเงินสินเชื่อสูงสุด 2,000,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 19.99 – 28 % ต่อปี ระยะการผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี (ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 ขึ้นไป)

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารไหนดี? แล้วถ้า citibank มีรีไฟแนนซ์ล่ะ?

          มาดูกันว่าการ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต กับ citibank มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง อย่างแรกเลยคือวงเงิน ทาง citibank นั้นยอมให้ผู้ยื่นขอสินเชื่อ มีภาระหนี้สูงถึง 150 % ของรายได้ อย่างเช่นถ้าเงินเดือน 40,000 บาท สามารถจ่ายหนี้ต่อเดือนได้ถึง 60,000 โดยผู้ยื่นขอกู้นั้นต้องไม่มีประวัติชำระล่าช้า หรือประวัติบูโร โดยวงเงินสินเชื่อสูงสุด 1,500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 7.99 % ต่อปี และการสมัครนั้นรวดเร็วด้วยทางออนไลน์ โดยใช้เวลาเร็วสุดในการอนุมัติ ภายใน1วัน ทำการเท่านั้น

         และนี่ก็คือการเปรียบเทียบสถาบันการเงินต่างโดยประมาณ สำหรับคนที่คิดไม่ออกว่าจะ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารไหนดี ก็พิจารณาเปรียบเทียบกันเอาว่าสถาบันการเงินไหนเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

 

“รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่สุด แต่อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

          การ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” นั้นถึงแม้จะถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาในด้านภาระหนี้สินของบัตรเครดิตและเป็นการทำให้การเงินมีสภาพคล่องมากขึ้นแต่เมื่อหากใครเข้าสู่กระบวนการ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” แล้วนั้น ก็ควรจะพยายามอย่าสร้างหนี้เพิ่ม ค่อย ๆ ผ่อนจ่ายไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็จะหมดหนี้เอง ดังคำกล่าวที่ว่าการไม่มีหนี้คือลาภอันประเสริฐที่หลาย ๆ คนมักจะเอามาพูดเล่นกันอย่างติดปาก เพราะหากยังสร้างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็คงจะไม่มีวันหมดสิ้นกันสักที และคงต้อง “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” อย่างไม่รู้จักจบสิ้น เรายังมีบทความแนะนำบัตรเครดิต พร้อมทั้งบทความคำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารเงิน คอยเสิร์ฟให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามอยู่เสมอ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าจ้า