logo

          ช้อปดีมีคืน คือมาตรการที่ทางรัฐบาลผุดไอเดียขึ้นมาช่วงเดือนต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้เม็ดเงินกลับเข้าสู่เศรษฐกิจก่อนที่จะสิ้นสุดปี 2563 โดยประเด็นหลักของโครงการ “ช้อปดีมีคืน” คือการจูงใจให้ประชาชนออกมาใช้เงินโดยนำการ “ลดหย่อนภาษี” มาเป็นจุดดึงดูดให้ประชาชนออกมาใช้เงินในช่วงสิ้นปี ซึ่งโครงการนี้จะจัดขึ้นพร้อม ๆ กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการกำลังใจ ให้ประชาชนได้ ซึ่งหลังจากที่โครงการนี้ถูกประกาศออกมา ก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีเพราะตลาดหุ้นค้าปลีกบวก แรงทันที 

ช้อปดีมีคืนคืออะไร

          ซึ่งโครงการช้อปดีมีคืน ทางรัฐบาลก็ตั้งเป้าว่าจะสามารถดึงเม็ดเงินจากประชาชนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของไทยได้มากถึง 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง COVID-19 กำลังแพร่ระบาด และทำให้ประชนไม่กล้าออกมาจับจ่ายใช้สอยได้เป็นอย่างดี และวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักทุกซอกทุกมุมของโครงการช้อปดีมีคืน รวมถึงเปรียบเทียบกันระหว่างโครงการช้อปดีมีคืน และโครงการคนละครึ่ง ว่าแตกต่างกันอย่างไร และโครงการไหนเหมาะกับเพื่อน ๆ มากที่สุด 

. . . . . . . . . .

รายละเอียดโครงการช้อปดีมีคืน

ช้อปดีมีคืน ใครเข้าร่วมได้บ้าง

- คนเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2563 และจะยื่นแบบภาษีในต้นปี 2564

- ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน

- ต้องไม่ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง

- ต้องไม่เป็นนิติบุคคล

ช้อปดีมีคืน สิ้นสุดเมื่อไหร่?

- เริ่มต้น 23 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563 

ช้อปดีมีคืน ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการลดหย่อนภาษี?

- ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการ 

- ใบเสร็จจากร้านค้า เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ช้อปดีมีคืน มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?

- นำบิลมาลดหย่อนภาษีรวมกันได้สูงสุด 30,000 บาท เท่านั้น

- ต้องซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT

- ต้องเก็บหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบ จากการซื้อสินค้า เพื่อเป็นหลักฐาน โดยสามารถนำใบเสร็จหลายใบ ใช้ยื่นลดหย่อนภาษีรวมกันได้

- สามารถซื้อสินค้าได้ทั้งทางหน้าร้าน และทางออนไลน์ (โดยต้องขอใบกำกับภาษีในขั้นตอนการจ่ายเงินด้วย เพื่อนำมาลดหย่อนภาษี)

ช้อปดีมีคืนซื้ออะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง?

- ช้อปดีมีคืน ไม่สามารถใช้ได้กับประเภทสินค้าต่อไปนี้ สุรา, เบียร์ และไวน์, ค่าน้ำมัน และก๊าซ, ค่าหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร, ค่าบริการธุรกิจนำเที่ยว, ยาสูบ, รถยนต์, มอเตอร์ไซค์ และเรือ, ค่าบริการ E-book, ค่าที่พักโรงแรม, ทองคำ

รับเงินคืนจากช้อปดีมีคืนอย่างไร

รับเงินจากโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ยังไง?

          อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าโครงการช้อปดีมีคืน นั้นเลือกเอาการลดหย่อนภาษีมาเป็นแรงจูงใจในการกระตุ้นให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย ดังนั้นผู้ที่เข้าร่วมโครงการนั้นจะไม่ได้รับเป็น Cash Back เป็นเงินสดมาใช้สอย หรือได้รับเงินวอลเลทแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แต่จะเป็นการใช้จ่ายไปก่อน แล้วนำใบเสร็จในการช้อป ใช้ มายื่นเพื่อลดหย่อนภาษีปลายปี โดยจะลดหย่อนภาษีตามจริง และยอดเงินที่เราใช้จ่ายไปนั้นนำมาลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท ซึ่งทางโครงการจะใช้อัตราภาษีคำนวณจากเงินได้สุทธิต่อปี ตามลำดับขั้นดังนี้

เงินเดือนเท่านี้ ลดหย่อนภาษีช้อปดีมีคืนได้กี่บาท ?

  • ผู้มีเงินได้สุทธิต่อปี 150,001 – 300,000 บาท ปกติเสียภาษีที่อัตรา 5%

หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท จะได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 1,500 บาท

  • ผู้มีเงินได้สุทธิต่อปี 300,001 - 500,000 บาท ปกติเสียภาษีที่อัตรา 10%

หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท จะได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3,000 บาท

  • ผู้มีเงินได้สุทธิต่อปี 500,001 - 750,000 บาท ปกติเสียภาษีที่อัตรา 15%

หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท จะได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 4,500 บาท

  • ผู้มีเงินได้สุทธิต่อปี 750,001 - 1,000,000 บาท ปกติเสียภาษีที่อัตรา 20%

หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท จะได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 6,500 บาท

  • ผู้มีเงินได้สุทธิต่อปี 1,000,001- 2,000,000 บาท ปกติเสียภาษีที่อัตรา 25%

หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท จะได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 7,500 บาท

  • ผู้มีเงินได้สุทธิต่อปี 2,000,001- 5,000,000 บาท ปกติเสียภาษีที่อัตรา 30%

หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท จะได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 9,000 บาท

  • ผู้มีเงินได้สุทธิต่อปี 5,000,001 บาทขึ้นไป ปกติเสียภาษีที่อัตรา 35%

หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท จะได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 10,500 บาท

          เนื่องจากมีการเข้าใจผิดไปมาก จากการพาดหัวข่าว ว่าเราจะได้รับเงินจากการลดหย่อนภาษีถึง 30,000 บาท แต่อย่างที่เห็นว่าเมื่อเรานำตารางอัตราเสียภาษีมากางดูแบบนี้ เราก็จะพบว่าเรานั้นจะไม่ได้รับการลดหย่อนภาษีถึง 30,000 บาท อย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่ตัวเลข 30,000 บาทนี้ คือเพดานจำนวนเงินที่เราสามารถซื้อสินค้าได้มากสุด เพื่อนำเงินจำนวนนั้นมาลดหย่อนภาษี (ซึ่งสามารถซื้อจากหลากหลายร้าน แล้วนำใบเสร็จมารวบรวมกันให้ได้ยอด 30,000 บาทได้) ซึ่งจำนวนเงินที่เราจะได้คืนจากการซื้อสินค้า หรือได้ลดหย่อนภาษีนั้นจะขึ้นอยู่กับรายได้สุทธิต่อปีของเราเอง ยิ่งมีรายได้สุทธิมาก ก็จะยิ่งได้รับการลดหย่อนภาษีมาก ตามขั้นบันไดอัตราการเสียภาษีนั่นเอง ยิ่งรายได้ต่อปีเยอะ ก็จะได้ลดหย่อนภาษีเยอะ หากรายได้สุทธิต่อปีน้อยก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีน้อยตามไปด้วย 

ช้อปดีมีคืนเหมาะกับใคร

ช้อปดีมีคืนเหมาะกับใคร?

          สำหรับโครงการช้อปดีมีคืนนั้น เป็นโครงการที่กระตุ้นให้ผู้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้อยู่แล้ว ออกมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปี โดยรายได้รวมเริ่มต้นที่ต้องยื่นเสียภาษีรายได้นั้นจะต้องอยู่ที่ 150,000 บาทต่อปีขึ้นไป หรือเฉลี่ยเดือนละ 12,500 บาทขึ้นไป ดังนั้นผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้จะต้องมีรายได้ประมาณนึง หรือมีแพลนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด ก็สามารถเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนนี้ได้เลยเช่นกัน แต่ต้องขอย้ำว่าต้องขอใบเสร็จที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่านั้นนะคะ โดยเมื่อไปซื้อสินค้าที่ร้าน ก็อาจจะต้องบอกกับทางร้านล่วงหน้าว่าขอใบเสร็จที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้นค่ะ 

          นอกจากนี้ หากเพื่อน ๆ เป็นคนที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย หรือมีแพลนที่ต้องใข้จ่ายเงินในระยะเวลาที่โครงการช้อปดีมีคืนกำหนด คือ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 อยู่แล้ว การเก็บใบเสร็จที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ก็จะทำให้เราประหยัดได้มากขึ้นเช่นกัน แต่ต้องขอแจ้งอีกครั้งว่าสำหรับนิติบุคคลนั้นไม่สามารถเข้าร่วมโครงกาช้อปดีมีคืนได้นะคะ โครงการนี้นั้นสงวนไว้ให้สำหรับประชาชนทั่วไปเท่านั้นค่ะ 

โครงการช้อปดีมีคืนต้องลงทะเบียนไหม?

          สำหรับโครงการช้อปดีมีคืนนั้น จะแตกต่างจากโครงการอื่น ๆ ที่ปกติแล้วจะต้องลงทะเบียน และมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ เพราะโครงการช้อปดีมีคืนนั้น “ไม่ต้องลงทะเบียน” เพื่อน ๆ สามารถจับจ่ายใช้สอย เก็บใบเสร็จที่เราใช้จ่ายไป แล้วนำไปลดหย่อนภาษีได้เลย ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนเพื่อขอเข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด และโครงการนี้ ไม่มีการจำกัดจำนวนของผู้เข้าร่วมโครงการด้วย เพื่อน ๆ สามารถเข้าร่วมโครงการได้เลย หากเป็นผู้มีรายได้สุทธิต่อปีตั้งแต่ 150,001 – 300,000 บาท ขึ้นไป และเป็นผู้ที่จะยื่นแบบภาษีในต้นปี 2564 อยู่แล้ว หากเพื่อน ๆ เข้าเกณฑ์ก็อย่าลืมเก็บใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีกันด้วยนะคะ 

โครงการช้อปดีมีคืน กับโครงการคนละครึ่ง ต่างกันยังไง ?

ช้อปดีมีคืน กับคนละครึ่ง

          หลังจากได้รู้จักรายละเอียด และข้อมูลเกี่ยวกับโครงการช้อปดีมีคืนไปแล้ว เราก็จะขอกล่าวถึงอีกโครงการลูกพี่ลูกน้องที่ภาครัฐออกมาส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ออกมาในช่วงเดียวกัน ซึ่งโครงการคนละครึ่งนั้น ก็จะเป็นโครงการที่ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยกับผู้ประกอบการ ร้านค้าระดับย่อย แต่จะเป็นการลงทะเบียนเพื่อรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลผ่านการให้เงินอุดหนุนบนแอปพลิเคชัน G-Wallet ที่มีชื่อแอปพลิเคชันว่า แอป “เป๋าตัง” ซึ่งผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการนี้ จะต้องทำการลงทะเบียน เพื่อเข้าร่วมโครงการ และมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งแตกต่างจากโครงการช้อปดีมีคืน ที่ไม่ต้องลงทะเบียน และไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

          ตอนนี้เองนิวบ์ก็เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงกำลังสับสนว่าระหว่างโครงการ ช้อปดีมีคืน กับโครงการคนละครึ่งนั้นแตกต่างกันอย่างไร แล้วเราเหมาะกับโครงการไหน หรือสามารถเข้าร่วมโครงการไหนได้บ้าง เพราะสองโครงการนี้นั้นมีความคล้ายคลึงกัน และออกมาในระยะเวลาไล่เลี่ย แถมยังโครงการยังสิ้นสุดในระยะเวลากันด้วย แต่สองโครงการนี้นั้นมีความแตกต่างอย่างชัดเจนทั้งกลุ่มผู้เข้าร่วม และวิธีการในการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งทาง CondoNewb จะขอสรุปให้เพื่อน ๆ เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

1. การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืน กับโครงการคนละครึ่ง

โครงการช้อปดีมีคืน : ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมรายการ

โครงการคนละครึ่ง : ต้องลงทะเบียนที่เว็บไซต์ คนละครึ่ง.com 

2. การชำระเงินในการเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืน กับโครงการคนละครึ่ง

โครงการช้อปดีมีคืน : ชำระเงินสด แล้วเก็บใบเสร็จไว้เพื่อนำมาลดหย่อนภาษี 

โครงการคนละครึ่ง : ชำระเงินบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง

3. วิธีรับเงินคืนจากโครงการช้อปดีมีคืน กับโครงการคนละครึ่ง

โครงการช้อปดีมีคืน : ได้รับเงินคืนจากการนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีในปีภาษี 2563 ณ มีนาคม 2564

โครงการคนละครึ่ง : จะได้รับสิทธิคนละครึ่ง 150 บาท / วัน ทุก 06:00 น. ต้องเติมเงินเข้า G-wallet แล้วนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่ร่วมรายการ 

4. ระยะเวลาในการร่วมโครงการช้อปดีมีคืน กับโครงการคนละครึ่ง

โครงการช้อปดีมีคืน : 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563

โครงการคนละครึ่ง : 16 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563

5. สินค้าที่ไม่เข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืน กับโครงการคนละครึ่ง

โครงการช้อปดีมีคืน : สุรา, เบียร์ และไวน์, ค่าน้ำมัน และก๊าซ, ค่าหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร, ค่าบริการธุรกิจนำเที่ยว, ยาสูบ, รถยนต์, มอเตอร์ไซค์ และเรือ, ค่าบริการ E-book, ค่าที่พักโรงแรม, ทองคำ 

โครงการคนละครึ่ง : สลากกินแบ่งรัฐบาล, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ยาสูบ, บริการ

6. จำนวนสิทธิการเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืน กับโครงการคนละครึ่ง

โครงการช้อปดีมีคืน : ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์

โครงการคนละครึ่ง : 10 ล้านคน 

7. หากพบการกระทำผิดของโครงการ ต้องติดต่อที่ไหน

โครงการช้อปดีมีคืน

ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Ce nter) โทร. 1161 หรือ งานคืนภาษี สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ทั่วประเทศ

โครงการคนละครึ่ง

Email: [email protected]

เบอร์โทร: 02 273 9020 ต่อ 3697 3527 3548 3509

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เบอร์โทร: 02 273 9020 ต่อ 3697 3527 3548 3509

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เบอร์โทร: 02-111-1144 (24 ชั ่วโมง)

          ช้อปดีมีคืน และคนละครึ่ง ทั้งหมดทั้งมวลก็คือโครงการที่ทางรัฐบาลทำออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2563 ที่เพื่อน ๆ สามารถเข้าร่วมได้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และทำให้ท่องเที่ยว หรือซื้อสินค้าได้แบบได้ลดหย่อนภาษี นอกจากสองโครงการที่เราพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักแล้ว ยังมีโครงการอื่น ๆ อีกมากมายที่เพื่อน ๆ สามารถเข้าร่วมได้ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการบ้านดีมีดาวน์ และอื่น ๆ ที่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสื่อต่าง ๆ ได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ กันในวันนี้ และเรายังมีบทความดี ๆ คอยเสิร์ฟให้ทุกคนได้อัพเดท ทั้งสถานที่กินเที่ยวน่าสนใจ และอัพเดทข่าวอสังหา และเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างการตกแต่งคอนโด รวมไปถึงตอบคำถามคาใจเกี่ยวกับการอยู่อาศัย อย่าลืมติดตามกันไว้ จะได้ไม่พลาดบทความดี ๆ แบบนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ