logo

          มีคำถามว่าทำไมถังดับเพลิงถึงยังเป็นสิ่งจำเป็น ? แม้ว่าในปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวล้ำนำสมัยไปมากมายแล้ว เรามีทั้งระบบตัดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรอัตโนมัติ เรามีเครื่องตรวจจับควัน เรามีสปริงเกอร์ฉีดน้ำอัตโนมัติ ฯลฯ แต่อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านั้น มีไว้เพียงแค่เตือนภัย หรือแก้ปัญหา เมื่อมีเหตุลุกลามไปมากแล้ว แต่ในที่พักอาศัย อาคารบ้านเรือน คอนโดมิเนียม หรือในโรงงาน แม้จะมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติแล้วก็ตาม ถังดับเพลิงก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นเครื่องมือสำคัญลำดับแรกที่จะช่วยระงับเหตุ ลดการสูญเสียหากเกิดไฟไหม้เฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว

          ซึ่งถังดับเพลิงเป็นอุปกรณ์ในการดับเพลิงที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในเรื่องการระงับเหตุ แต่ถังดับเพลิงก็มีมากมายหลายประเภทให้เลือก ตามแต่ละกรณีการเกิดเพลิงไหม้ที่มีวัสดุและเชื้อเพลิงที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกถังดับเพลิงมาใช้งานให้เหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นในการลดอันตรายจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด แต่เราจะเลือกใช้แบบไหน ชนิดไหนนั่นแหละ ที่เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนการใช้งาน เราจะพาไปรู้จักกับเรื่องที่ทุกคนต้องรู้ ถังดับเพลิงใช้งานอย่างไร ยี่ห้อไหนดี ? เพื่อเราจะได้ตัดสินใจใช้ให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง

. . . . . . . . . .

ถังดับเพลิงคืออะไร ?

          หลายคนอาจจะเคยเห็นถังดับเพลิงที่ติดอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีทั้งขนาดและสีที่ต่างกันออกไป เราอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมถังดับเพลิงต้องมีหลายสี แต่ละสีแตกต่างกันหรือไม่ วิธีใช้ถังดับเพลิงใช้อย่างไรถึงจะถูกต้อง จริง ๆ แล้ว ถังดับเพลิงก็คืออุปกรณ์สำหรับดับเพลิง หรือดับไฟแบบเคลื่อนย้ายได้นั่นเอง ลักษณะคือเป็นถังแรงดัน ภายในบรรจุน้ำหรือสารเคมีชนิดต่าง ๆ กันไป มีสลักนิรภัย มีไกสำหรับเปิดและปิด มีมือจับ และมีสายฉีดพร้อมหัวพ่น

          คุณสมบัติหลักของถังดับเพลิงก็มีไว้เพื่อดับไฟ ระงับเหตุที่เพิ่งเริ่มต้น เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามบานปลาย และสารเคมีที่อยู่ในถังดับเพลิงแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น คาร์บอนไดออกไซค์ ผงเคมีแห้ง เคมีสูตรน้ำ หรือโฟม โดยจะมีฉลากบอกที่ข้างตัวถังดับเพลิง ซึ่งฉลากข้างถังนั้นก็ยังระบุประเภทเป็น Class A, Class B, Class C, Class D หรือ Class K ซึ่งหมายถึงสารที่บรรจุอยู่ในถังชนิดนั้น ๆ สามารถใช้กับเพลิงไหม้ประเภทใด ชนิดใด รูปแบบใดได้บ้างนั่นเอง

. . . . . . . . . .

ทำไมถังดับเพลิงมีหลายสี วิธีใช้ถังดับเพลิงสีต่าง ๆ

          นอกจากฉลากที่ระบุสารเคมีภายในถังดับเพลิง และประเภทของการใช้งานแล้ว ถังดับเพลิงที่เราเห็นก็มีหลายสี แล้ววิธีใช้ถังดับเพลิงแต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร แต่หากเราแยกให้เห็นกันชัด ๆ จะเห็นว่าถังดับเพลิงในยุคปัจจุบันนั้น แบ่งออกเป็น 3 สีหลัก ๆ คือ ถังดับเพลิงสีแดง สีเขียว และสีเงินหรือสเตนเลส แบ่งออกได้ดังนี้

1. ถังดับเพลิงสีแดง ชนิดผงเคมีแห้ง (Dry Chemical Extinguishers)

          คุณลักษณะของสารภายในถังจะเป็นแบบผงเคมีแห้ง Dry Chemical และอัดก๊าซไนโตรเจน ถังดับเพลิงชนิดนี้พบเห็นมากที่สุด และใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วไป ถังดับเพลิงสีแดงชนิดผงเคมีแห้งใช้ดับไฟได้กับไฟทุกประเภท Class A, Class B และ Class C วิธีใช้ถังดับเพลิงเมื่อฉีดออกมาจะเป็นฝุ่นผง มีประสิทธิภาพในการดับไฟสูง สามารถดับไฟขนาดไฟกองใหญ่ ระงับปฏิกิริยาเคมีของการเกิดเพลิงไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับการใช้ในอาคาร บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม และโรงงานอุตสาหกรรม ติดตั้งได้ทั่วไปทั้งภายในและภายนอกอาคาร

2. ถังดับเพลิงสีแดง ชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide CO2 Extinguishers)

          โดยถังดับเพลิงประเภทนี้ภายในจะบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เอาไว้ ปลายกระบอกฉีดจะใหญ่เป็นพิเศษ วิธีใช้ถังดับเพลิงชนิดนี้เมื่อฉีดพ่นออกมาแล้ว จะมีลักษณะเป็นไอเย็นจัดจากน้ำแข็งแห้ง ครอบคลุมบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนและช่วยให้ดับไฟลงได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งคราบสกปรก สามารถใช้ดับเพลิงได้ทั้งประเภท Class B และ Class C ได้ดีมาก เหมาะสำหรับห้องที่มีเครื่องจักรกลต่าง ๆ ห้องเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โรงอาหาร โรงงาน ฯลฯ

3. ถังดับเพลิงสีเขียว

          เป็นชนิดสารเหลวระเหย Non CFC เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีคุณสมบัติของถังดับเพลิงประเภทนี้เรียกว่าสารสะอาด Clean Agent เป็นก๊าซที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ ถังดับเพลิงสาร BF2000 จะมีน้ำหนักเบา ทำให้เคลื่อนย้ายได้สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน สามารถดับไฟได้ทุกประเภท Class A Class B และ Class C ใช้งานในระยะใกล้ ๆ ประมาณ 3-8 ฟุต ถังดับเพลิงชนิดสารเหลวระเหยจะไม่ทิ้งคราบตรงบริเวณที่ฉีด วิธีใช้ถังดับเพลิงเหมาะสำหรับการใช้งานภายในพื้นที่ หรือบริเวณที่ต้องรักษาความสะอาดจากฝุ่นละออง ถังดับเพลิงสีเขียวจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อใช้ภายในอาคาร และเหมาะสำหรับติดตั้งไว้ภายในอาคารที่เป็นอากาศถ่ายเทสะดวก

4. ถังดับเพลิงสีเงิน ชนิดน้ำยาโฟม (Foam Extinguishers)

          ถังดับเพลิงสีเงิน หรือสีสเตนเลส เนื่องมาจากสารที่บรรจุมีโฟมและน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เนื้อสารใช้โฟมที่ชื่อว่า Premix Foam AFFF หรือ AR-AFFF เมื่อผสมกับน้ำและฉีดใช้จะเกิดเป็นโฟมออกมา แล้วจะกลายเป็นฟองโฟมกระจายครอบคลุมเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้อยู่ ทำให้ไฟขาดออกซิเจนและช่วยลดอุณหภูมิความร้อน รวมถึงการปิดพื้นผิวของของเหลวอย่างน้ำมันได้เป็นอย่างดี โดยเนื้อโฟมจะเข้าไปปิดผิวน้ำมันตัดอากาศออกจากกองเพลิง วิธีใช้ถังดับเพลิงชนิดน้ำยาโฟม ใช้ดับเพลิงไหม้ประเภท Class A และ Class B แต่ไม่สามารถใช้ดับเพลิงไหม้ประเภท Class C ได้ เนื่องจากโฟมมีส่วนผสมของน้ำที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า เหมาะสำหรับติดตั้งในที่พักอาศัย ในครัว หรือสถานที่ที่มีความเสี่ยงจากเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันและสารระเหยติดไฟ

5. ถังดับเพลิงสีเงิน ชนิดน้ำ (Water Extinguishers)

 ถังดับเพลิงชนิดน้ำ ซึ่งภายในตัวถังจะบรรจุน้ำธรรมดาและก๊าซเอาไว้ เหมาะสำหรับการใช้ดับเพลิงไหม้ประเภท Class A เพื่อเข้าไปช่วยลดอุณหภูมิความร้อนของเชื้อเพลิง ที่ส่วนใหญ่เป็นวัตถุหรือของแข็ง เช่น ไม้ กระดาษ ผ้า พลาสติก โดยเหมาะสำหรับการใช้ดับเพลิงกับอาคาร บ้านพักอาศัย บนเรือโดยสาร เป็นต้น

6. ถังดับเพลิงสีเงิน (Wet Chemical)

 ถังดับเพลิงชนิดนี้บรรจุโพแทสเซียมอะซิเตต Potassium Acetate เอาไว้ วิธีใช้ถังดับเพลิงชนิดนี้ เหมาะสำหรับใช้ดับเพลิงประเภท Class K ไฟไหม้ที่เกิดจากคราบน้ำมัน น้ำมันที่ใช้ในครัว ไขมันสัตว์ หรือของเหลว สำหรับใช้ในการประกอบอาหาร เหมาะสำหรับใช้ในห้องครัว ร้านอาหาร และโรงอาหาร เป็นต้น

          นอกจากนั้น ยังมีถังดับเพลิงประเภทอื่น ๆ แยกย่อยไปอีกหลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ หรือวิธีใช้ถังดับเพลิงแบบเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป โดยถังดับเพลิงที่กล่าวมาทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. มอก. 332-2537 มอก.882–2532 และมาตรฐานสากลอื่น ๆ เช่น มาตรฐานของ NFPA10 มาตรฐานของ UL (Underwriter Laboratory) เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งนอกจากการเลือกวิธีใช้ถังดับเพลิงตามประเภท Class ต่าง ๆ ยังมีการเลือกตาม Fire Rating อีกด้วย

. . . . . . . . . .

การแบ่งประเภทของเพลิงไหม้ เพื่อการใช้ถังดับเพลิงที่ถูกต้อง

          เพลิงไหม้เกิดจากเปลวไฟที่ลุกไหม้บนเชื้อเพลิง หรือบนวัตถุชนิดต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ และความรุนแรงจากเพลิงไหม้นั้นมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะและชนิดของเชื้อเพลิง การดับไฟให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพจึงต้องมีการแบ่งประเภทของเพลิงไหม้ตามเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เพื่อให้สามารถเลือกวิธีใช้ถังดับเพลิงได้อย่างเหมาะสมที่สุด เพื่อระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที เพลิงไหม้แบ่งประเภทออกเป็น Class ได้ดังนี้

1. เพลิงไหม้ประเภท Class A (Ordinary Combustibles)

          เพลิงไหม้ประเภทนี้เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดา หรือเชื้อเพลิงโดยทั่วไปที่ติดไฟง่าย เช่น กระดาษผ้า พลาสติก ไม้ ขยะ ฯลฯ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่พบได้ในชีวิตประจำวัน ตามอาคาร บ้านพักอาศัย ซึ่งเพลิงไหม้วัสดุประเภทนี้สามารถดับไฟได้ด้วยน้ำ

2. เพลิงไหม้ประเภท Class B (Flammable Liquids)

          เพลิงไหม้ประเภทนี้เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลวติดไฟ หรือที่มีส่วนประกอบจากน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าซ ก๊าซไวไฟ ฯลฯ โดยเชื้อเพลิงเหล่านี้จะพบได้ในงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น การผลิตสี เชื้อเพลิงประเภท Class B สามารถลุกไหม้ได้นานเมื่อมีออกซิเจน การดับเพลิงไหม้ประเภทนี้ต้องกำจัดออกซิเจนรอบ ๆ บริเวณออกก่อน

3. เพลิงไหม้ประเภท Class C (Electrical Equipment)

          เพลิงไหม้ประเภทนี้เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าอยู่ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านตลอดเวลา เช่น ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า แบตเตอรี่มอเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอยู่ตลอดจะทำให้เกิดความร้อนสูง หากเกิดชำรุดเสียหายอาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ประเภท Class C ได้ การดับเพลิงไหม้ประเภทนี้ต้องตัดระบบไฟฟ้าก่อนลงมือดับไฟ

4. เพลิงไหม้ประเภท Class D (Combustible Metals)

          เพลิงไหม้ประเภทนี้ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อเพลิงชนิดที่เป็นโลหะติดไฟได้ เช่น อลูมิเนียม (Aluminium) แมกนีเซียม (Magnesium) ไทเทเนียม (Titanium) และโพแทสเซียม (Potassium) ฯลฯ เชื้อเพลิงประเภทนี้จะพบได้ในห้องปฏิบัติการ ห้องทดลอง รวมไปถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้งานโลหะประเภทต่าง ๆ เหล่านี้เพลิงไหม้ประเภท Class D ไม่สามารถดับด้วยน้ำได้

5. เพลิงไหม้ประเภท Class K (Combustible Cooking)

          เพลิงไหม้ประเภทนี้มักจะเกิดจากน้ำมันที่ใช้ในครัว ไขมันสัตว์ คราบน้ำมันของเครื่องครัว รวมถึงของเหลวต่าง ๆ ที่ใช้ในการประกอบอาหาร เป็นเชื้อเพลิงที่พบได้ในบ้านพักอาศัย ห้องครัวคอนโดมิเนียมและในร้านอาหารทั่วไป

. . . . . . . . . .

วิธีใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกต้อง

  1. ก่อนการใช้งานให้มั่นใจว่าอยู่เหนือลม และยืนอยู่ห่างจากบริเวณที่ไฟลุกไหม้ ประมาณ 2-3 เมตร
  2. ดึงสลักนิรภัยถังดับเพลิง หรือลวดรั้งที่คันบีบ เพื่อปลดล็อกวาล์วหัวถังออก
  3. ใช้มือจับด้ามจับของถังดับเพลิง และสายฉีดให้แน่นหนาหันหัวฉีดออกจากตัว
  4. ยกสายฉีด หรือหัวฉีด พุ่งชี้ไปกึ่งกลางของจุดที่ไฟลุกไหม้โดยทำมุม 45 องศา
  5. กดหรือบีบไกบังคับคันบีบ เพื่อทำการฉีดให้สารเคมีพุ่งออกมา
  6. ให้ฉีดสารเคมีไปตามทางยาว ให้เข้าไปใกล้จุดกำเนิดเปลวไฟมากที่สุด และส่ายหัวฉีดไปมา ซ้าย-ขวา ช้า ๆ
  7. รอจนเปลวไฟดับสนิท แล้วค่อยฉีดในจุดต่อไป

. . . . . . . . . . .

แนะนำถังดับเพลิงยี่ห้อไหนดี ?

          อย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นแล้วว่า การเลือกใช้ถังดับเพลิงขึ้นอยู่กับว่า เราจะใช้งานป้องกันกับเหตุเพลิงไหม้ประเภท Class ไหน รวมถึงประสิทธิภาพในการดับไฟ (Fire Rating) ประมาณไหน ซึ่งวิธีใช้ถังดับเพลิงแต่ละยี่ห้อนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างกันไป การเลือกสีของถังดับเพลิงตามประเภทการใช้งาน สารเคมีที่บรรจุอยู่ภายใน ขนาด และมาตรฐานอุตสาหกรรม เป็นส่วนประกอบสำคัญในการตัดสินใจ

1. ถังดับเพลิงสีแดง แบบผงเคมีแห้ง XFIRE 2A2B

ถังดับเพลิง ยี่ห้อ XFIRE 2A2B | ภาพจาก : HomePro

 ถังดับเพลิง ยี่ห้อ XFIRE 2A2B แบบผงเคมีแห้ง ขนาด 5 ปอนด์ ปริมาณแรงดัน 195 PSI มีระยะเวลาในการฉีดประมาณ 14 วินาที ภายในบรรจุโมโนแอม โมเนียมฟอสเฟต วิธีใช้ถังดับเพลิงเมื่อฉีดออกมาจะเป็นฝุ่นละอองคล้ายแป้งสามารถดับเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพการใช้งานกับวัสดุเชื้อเพลิง เช่น กระดาษ ไม้ สิ่งทอ ยาง น้ำมัน แก๊ส และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ตัวถังดับเพลิงเป็นโครงสร้างจากเหล็กและโลหะ คุณภาพแข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน ได้มาตรฐาน มอก.332-2538

2. ถังดับเพลิงสีแดง แบบคาร์บอนไดออกไซด์ SATURN-5LB

ถังดับเพลิง ยี่ห้อ SATURN-5LB | ภาพจาก : HomePro

 ถังดับเพลิงยี่ห้อ SATURN-5LB ภายในบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อัดแน่นจนเป็นของเหลว ขนาด 5 ปอนด์ ตัวถังดับเพลิงทำมาจากวัสดุอัลลอยด์ วิธีใช้ถังดับเพลิงเมื่อฉีดออกมาจะเกิดเป็นไอควันอุณหภูมิเย็นจัด ช่วยลดความร้อน และเปลวไฟในบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ดับไฟได้ดีในระยะใกล้ และในที่อับ สะอาด ปลอดภัย ไม่มีกลิ่นฉุน ถังดับเพลิงยี่ห้อ SATURN-5LB มีประสิทธิภาพดีที่สุดกับเพลิงไหม้ประเภท Class B กับ Class C ผ่านการรับรองมาตราฐาน มอก.332-2537

3. ถังดับเพลิงสีเขียว แบบสารเคมีสูตรน้ำ IMPERIAL 6A20B

ถังดับเพลิง ยี่ห้อ IMPERIAL 6A20B | ภาพจาก : HomePro

 ถังดับเพลิง ยี่ห้อ IMPERIAL 6A20B เป็นถังดับเพลิงชนิดน้ำขนาด 10 ปอนด์ มาตรฐานฉลากเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วิธีใช้ถังดับเพลิงชนิดนี้จะทำให้ไม่เกิดเป็นฝุ่นขณะฉีด สามารถดับเพลิง ยับยั้ง หรือเพื่อชะลอการลุกลามของเปลวไฟได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระดับการดับไฟประเภท 6A20B ดีที่สุดกับเพลิงไหม้ประเภท Class A กับ Class B ถังดับเพลิง IMPERIAL 6A 20B ขนาดกำลังดี ไม่เทอะทะ เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่จำกัดได้เป็นอย่างดี มีน้ำหนักเบา จับถือง่าย

4. ถังดับเพลิงสีเงิน แบบโฟม SATURN AFFF

ถังดับเพลิง ยี่ห้อ SATURN AFFF | ภาพจาก : saturnfireproduct.com

 ถังดับเพลิง ยี่ห้อ SATURN AFFF ชนิดโฟม ขนาด 10 ปอนด์ ปริมาณแรงดัน 175 PSI ระยะเวลาในการฉีดประมาณ 35 วินาที ภายในถังบรรจุน้ำผสมโฟม AFFF เข้มข้น วิธีใช้ถังดับเพลิงเมื่อฉีดพ่นน้ำยาโฟมออกมาจะกระจายตัวครอบคลุมบริเวณพื้นผิวของเชื้อเพลิง ทำหน้าที่ตัดออกซิเจนซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการเกิดเพลิงไหม้ เพื่อควบคุมไม่ให้เปลวไฟลุกลามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถังดับเพลิง SATURN AFFF เหมาะสำหรับเพลิงไหม้ประเภท Class A เช่น ไม้ ผ้า ยางกระดาษ พลาสติก หนังสัตว์ ฯลฯ และ Class B หรือเพลิงจากของเหลวติดไฟ เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด ทินเนอร์ ยางมะตอย จารบี น้ำมันสน ฯลฯ น้ำยาชนิดโฟมจะไม่ทิ้งคราบ เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่ที่ต้องการรักษาความสะอาด

5. ถังดับเพลิงสีเงิน ชนิดสเปรย์สูตรน้ำ ANYONE 119

สเปรย์ดับเพลิง ANYONE 119 | ภาพจาก : HomePro

          สเปรย์ดับเพลิง ANYONE 119 สูตรน้ำ ขนาด 450 กรัม ภายในบรรจุสารแมกนีเซียมคาร์บอเนต บรรจุแรงดันด้วยก๊าซไนโตรเจน วิธีใช้ถังดับเพลิงสามารถฉีดต่อเนื่องได้ถึง 23 วินาที เทียบเท่ากับถังดับเพลิงขนาด 15 ปอนด์ สารเคมีที่ฉีดออกมาจะไม่ขยายตัวเมื่อโดนความร้อนเป็นเวลานาน ๆ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สเปรย์ดับเพลิง ANYONE 119 มีน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะสำหรับใช้งานกับเพลิงไหม้ประเภท Class A Class B และ Class K สเปรย์ดับเพลิง ANYONE 119 มีประสิทธิภาพสูง สามารถเก็บไว้ใช้งานได้นานถึง 2 ปี โดยประสิทธิภาพการใช้งานยังคงเดิม 100% แต่เมื่อใช้ไม่หมดยังสามารถใช้ครั้งต่อไปได้ แต่ประสิทธิภาพจะลดลง

6. ถังดับเพลิงสีแดง แบบผงเคมีแห้ง DIFF 2A2B

ถังดับเพลิง ยี่ห้อ DIFF 2A2B | ภาพจาก : HomePro

 ถังดับเพลิง ยี่ห้อ DIFF 2A2B ขนาด 2.2 ปอนด์ ขนาดกำลังดี หยิบจับใช้งานได้สะดวกมาก วิธีใช้ถังดับเพลิงใช้ฉีดพ่นเพื่อดับเพลิง ยับยั้งและชะลอการลุกลามของเปลวไฟได้ในเวลาอันรวดเร็ว DIFF 2A2B มาพร้อมประสิทธิภาพสูงด้วยระดับการดับไฟ Fire Rating 2 เหมาะสำหรับการใช้งานดับเพลิงไหม้ได้ทั้งประเภท Class A และ Class B ผ่านการรับรองมาตราฐาน มอก.332-2537

7. ถังดับเพลิงสีแดงชนิดน้ำ แบบพกพา HIP CMJ900

ถังดับเพลิง ยี่ห้อ DIFF 2A2B | ภาพจาก : hipdigital.co.th

 ถังดับเพลิง ยี่ห้อ HIP รุ่น CMJ900 แบบพกพาชนิดน้ำ ขนาด 3.86 ปอนด์ ภายในบรรจุไนโตรเจนเหลว ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิธีใช้ถังดับเพลิงใช้ฉีดพ่นป้องกัน หากเกิดเปลวไฟสามารถดับไฟได้ในเวลาเพียง 1-2 นาที ก่อนการลุกลาม ฉีดพ่นได้ระยะไกลถึง 3 เมตร และสามารถฉีดได้หลายครั้งจนกว่าจะหมด ตัวถังดับเพลิงเป็นอะลูมิเนียมคุณภาพสูง ทนทานต่อความร้อนได้ดี มีประสิทธิภาพในการดับเพลิงไหม้ประเภท Class A, Class B, Class C และ Class K ถังดับเพลิง HIP CMJ900 ขนาดพอเหมาะกำลังดี เหมาะสำหรับมีไว้ในบ้าน ห้องครัว สำนักงาน หรือในรถยนต์

. . . . . . . . . .

          การมีถังดับเพลิงติดบ้าน ติดคอนโดมิเนียม ที่พักอาศัย หรือรถยนต์ แม้จะมีระบบดับเพลิงที่ทันสมัยกว่ามากมาย อย่างหัวฉีดน้ำดับเพลิงและเครื่องตรวจจับควัน แต่ควรมีถังดับเพลิงไว้เพื่อความอุ่นใจ และเพื่อความปลอดภัยของเราและทุกคนในครอบครัว เพราะอุบัติเหตุหรือเหตุที่ไม่คาดคิดอาจจะเกิดได้ทุกเมื่อ และถังดับเพลิงจะเป็นตัวช่วยให้เราแก้ไขเหตุการณ์ได้ทันท่วงที ผ่อนหนักให้เป็นเบา ในปัจจุบันนี้ถังดับเพลิงก็มีให้เลือกใช้หลายขนาด หลายราคาแล้วแต่ประเภทการใช้งาน และราคาก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณสมบัติต่าง ๆ

          ซึ่งการมีถังดับเพลิงไว้ในบ้านก็ต้องมีการจัดเก็บและการดูแลอย่างถูกวิธีด้วยเช่นกัน เพื่อให้ถังดับเพลิงนั้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะต้องศึกษาคุณสมบัติ ข้อมูลต่าง ๆ และวิธีใช้ถังดับเพลิงอย่างละเอียด เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ เราจะได้มีสติ และใช้เครื่องมือป้องกันภัยอย่างถังดับเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หวังว่าบทความ เรื่องที่ทุกคนต้องรู้ ถังดับเพลิงใช้งานอย่างไร ยี่ห้อไหนดี ? จะมีส่วนช่วยให้เข้าใจถึงคุณสมบัติและประโยชน์ต่าง ๆ ของถังดับเพลิง เพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อมาเพื่อใช้งานได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคาและปลอดภัยนั่นเอง หากชื่นชอบบทความดี ๆ และสาระน่ารู้เรื่องบ้านและคอนโดอื่น ๆ จากพวกเรา ก็สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนบ้านและคอนโดทาง CondoNewb ไว้ได้เลย