logo

แก๊สหุงต้ม หรือแก๊สปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas) หรือแก๊ส LPG นั่นเอง เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในครัวเรือน และในร้านอาหาร ในภาคเกษตรกรรม พาณิชย์ ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคการผลิตอื่น ๆ รวมถึงใช้เป็นพลังงานรถยนต์ นอกจากแก๊สหุงต้ม หรือ LPG จะเป็นพลังงานที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังสามารถใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าให้แสงสว่างได้อีกด้วย โดยหลัก ๆ นั้นแก๊สหุงต้มถูกนำมาใช้ในการประกอบอาหารมากกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ๆ เนื่องจากใช้งานง่าย สะดวกสบาย แต่ขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติไวไฟและเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถติดไฟได้ง่าย การใช้งานจึงต้องระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่เราจะเห็นถังแก๊ส LPG กันอย่างคุ้นตา ทั้งตามบ้านพักอาศัย ร้านอาหาร หรือท้ายรถมอเตอร์ไซค์ที่บรรทุกถังแก๊สไปส่งตามบ้านเรือน แก๊ส LPG ที่ใช้ตามบ้านเรือนนั้นจะเรียกว่าแก๊สหุงต้ม

แก๊สหุงต้มคืออะไร คุณลักษณะแก๊สหุงต้มเป็นอย่างไร

1. แก๊สหุงต้มโดยทั่วไป หรือแก๊ส LPG ในประเทศไทย ประกอบด้วยแก๊ส 2 ชนิด คือ โพรเพน (Propane) หรือ C3H8 ที่มีอะตอมของคาร์บอน 3 อะตอม และอะตอมไฮโดรเจน 8 อะตอม เป็นส่วนประกอบ โดยจะสามารถทำงานได้ดีในสภาพอากาศที่หนาวเย็น และบิวเทน (Butane) หรือ C4H10 ที่ประกอบด้วยอะตอมของคาร์บอน 4 อะตอม และอะตอมไฮโดรเจนอีก 10 อะตอม สำหรับในประเทศที่มีอากาศหนาวจะมีอัตราส่วนแก๊ส LPG ที่แตกต่างออกไป เช่น ในประเทศออสเตรเลียจะมีโพรเพนเป็นส่วนประกอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

2. แก๊สหุงต้ม ที่ใช้ตามบ้านพักอาศัย ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมทั่วไป จะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น การผสมกลิ่นที่ฉุนแสบจมูกแบบที่เราคุ้นเคยกันอยู่นั้น ไม่ใช่กลิ่นตามธรรมชาติของแก๊สหุงต้ม เป็นเพียงการเติมกลิ่นเข้าไป เพื่อช่วยเตือนเวลามีแก๊สหุงต้มรั่วไหล เมื่อเราได้กลิ่นจะได้รีบหาทางป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย

3. แก๊สหุงต้ม ให้ความร้อนได้สูงในเวลาอันรวดเร็ว ไม่มีกำมะถันเจือปน จึงทำให้เป็นการเผาไหม้ที่สะอาด มีความร้อนที่สม่ำเสมอ การนำมาบรรจุในถังแก๊ส จึงทำให้เป็นพลังงานที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย พกพาสะดวก ง่ายต่อการจัดเก็บ และสามารถขนส่งได้อย่างรวดเร็ว 

4. แก๊สหุงต้ม โดยตัวของมันเองไม่เป็นพิษต่อร่างกาย แต่หากเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ขึ้นมา และหากสูดดมเข้าไป ก็จะเข้าไปแทนที่ออกซิเจนที่อยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดอาการมึน เวียนหัว หรือถ้าในปริมาณมาก ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้

5. แก๊สหุงต้ม จะมีน้ำหนักมากกว่าอากาศ เมื่อมีการรั่วซึม จะลอยต่ำลงในระดับพื้น

6. แก๊สหุงต้ม 1 ลิตร สามารถขยายตัวเป็นไอได้ 250 เท่า การบรรจุแก๊สหุงต้มในถัง จึงควรบรรจุในปริมาณไม่เกิน 85 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะได้มีพื้นที่ว่างเผื่อสำหรับขยายตัว

7. แก๊สหุงต้มติดไฟง่าย เนื่องจากมีอุณหภูมิเปลวไฟสูงประมาณ 1,900 องศาเซลเซียส จึงนับเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เหมาะกับการใช้เป็นพลังงานต่าง ๆ นั่นเอง

8. น้ำหนักของแก๊สหุงต้ม 1 ลิตร เท่ากับ 0.54 กิโลกรัม และ 1 กิโลกรัม จะเท่ากับ 1.85 ลิตร

ถังแก๊สหุงต้ม มีกี่ประเภท แบบไหนบ้าง

          ก่อนการใช้งานควรรู้กันก่อนว่าถังที่ใช้บรรจุแก๊สหุงต้มในปัจจุบันนั้น มีประเภทใดบ้าง โดยถังแก๊สปัจจุบันมีด้วยกัน 4 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1. ถังแก๊สหุงต้มที่ทำจากเหล็ก หรืออะลูมิเนียม ถังแบบนี้คือถังแก๊สหุงต้ม ที่นิยมใช้งาน และพบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป มีน้ำหนักค่อนข้างมาก แต่เป็นถังแก๊สที่มีราคาถูกที่สุด

2. ถังแก๊สหุงต้มที่ทำจากเหล็ก หรืออะลูมิเนียม หุ้มด้วยวัสดุใยแก้ว หรือเส้นใยคาร์บอน ถังแบบนี้จะเป็นถังชนิดพิเศษ คุณลักษณะแก๊สหุงต้มที่ใช้ต้องวางอยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง เสี่ยงต่อการสะสมความร้อนได้มาก จึงมีชั้นที่หนาขึ้นกว่าถังแก๊สแบบแรก

3. ถังแก๊สหุงต้มที่ทำจากเหล็ก หรืออะลูมิเนียมขนาดเล็ก หรือถังแก๊สปิกนิก ถังแก๊สหุงต้มที่นิยมใช้งานกันมากเช่นกัน เหมาะสำหรับการพกพาไปในที่ต่าง ๆ น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้ง่าย ติดตั้งหัวเตาแก๊สอยู่บนถังได้เลย โดยไม่ต้องมีสายนำส่งแก๊ส 

4. ถังแก๊สแก๊สหุงต้มที่ทำจากแผ่นอะลูมิเนียมแบบบาง หุ้มด้วยวัสดุใยแก้ว หรือเส้นใยคาร์บอน เป็นถังที่ใช้บรรจุแก๊สหุงต้ม สำหรับใช้กับรถยนต์ จึงต้องมีน้ำหนักเบาเพื่อลดภาระการรับน้ำหนักให้มากที่สุด

5. ถังแก๊สหุงต้มที่ทำจากแผ่นพลาสติก หุ้มด้วยวัสดุใยแก้ว หรือเส้นใยคาร์บอนผสมใยแก้ว หรือไฟเบอร์กลาส ถังแก๊สแบบนี้จะเป็นถังที่มีน้ำหนักเบามากที่สุด เหมาะสำหรับใช้กับรถยนต์ขนาดเล็ก หรือรถยนต์ที่ต้องการแบกน้ำหนักถังที่เบาลงมากที่สุด เพื่อลดภาระการรับน้ำหนัก และช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีขึ้น

6. ถังแก๊สหุงต้มคอมโพสิท ทำจากโพลิเมอร์และไฟเบอร์กลาส ถังชนิดนี้ภายในจะเป็นโพลิเมอร์ หุ้มเคลือบด้วยไฟเบอร์กลาส โดยภายนอกจะมีโพลิเมอร์เคลือบอีกชั้นเพื่อเสริมความแข็งแรง เป็นถังแก๊สที่มีความเหนียว ทนต่อแรงกระแทก และต้านทานต่อสภาวะแวดล้อม ไม่เกิดประกายไฟเหมือนถังเหล็กหากเกิดการกระแทก ถังแก๊สคอมโพสิทมีจุดหลอมเหลวต่ำ หากเกิดความร้อนสูงจากภายนอกจะไม่ระเบิดเหมือนถังเหล็ก แต่ถังจะละลาย

แก๊สหุงต้ม

ขอบคุณภาพจาก : www.mexappliance.com

การติดตั้งถังแก๊สหุงต้ม และการใช้งานอย่างปลอดภัย

          คุณลักษณะแก๊สหุงต้มมีความไวไฟ เป็นเชื้อเพลิงที่ติดไฟได้อย่างรวดเร็ว การใช้งานมีความเสี่ยงสูงหากไม่ระมัดระวังให้ดี การเลือกถังแก๊สหุงต้มจึงต้องดูอย่างคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างรอบคอบ การติดตั้งมีวิธีดังนี้

1. ควรติดตั้งถังแก๊สหุงต้มให้ห่างจากเตาไฟ อย่างน้อย 1.50 เมตร ไม่ควรตั้งถังแก๊สหุงต้มในที่ที่ใกล้กับที่มีความร้อนสูง หรือมีประกายไฟ หรือเปลวไฟโดยเด็ดขาด

2. เลือกถังแก๊สหุงต้มที่มีเครื่องหมายของผู้ผลิต มีสัญลักษณ์เครื่องหมายรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. 

3. เลือกถังแก๊สหุงต้มที่มีการปิดผนึกบนวาล์วหัวถัง ระบุวันเดือนปีที่มีการทดสอบถังแก๊สหุงต้มครั้งสุดท้ายไว้อย่างชัดเจน ซึ่งไม่ควรเกินกว่า 5 ปี และต้องมีข้อความว่า อันตราย ห้ามกลิ้ง ห้ามกระแทก เขียนไว้ที่ตัวถัง รวมถึงระบุน้ำหนัก 

4. ถังแก๊สหุงต้มต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่บุบ ไม่เบี้ยว ไม่บวม หรือเป็นสนิมที่ตัวถัง การขนย้ายต้องใช้ความระมัดระวัง ห้ามกลิ้งหรือกระแทกโดยเด็ดขาด

5. ควรวางถังแก๊สหุงต้มบนพื้นราบและแข็งแรง ไม่ควรให้เอียงหรือนอนลง ไม่ควรตั้งในบริเวณที่ไม่เปียกชื้น เพราะจะทำให้ถังแก๊สเป็นสนิม

6. ถังแก๊สหุงต้มควรตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีการระบายอากาศได้ดี มีหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก สามารถเคลื่อนย้ายแก๊สหุงต้มเข้าออกได้ง่าย ไม่กีดขวางทาง

7. ไม่ควรติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าใด ๆ ที่มีประกายไฟจากการทำงานไว้ใกล้กับถังแก๊สหุงต้ม

8. ไม่ควรติดตั้งถังแก๊สหุงต้มไว้ในห้องใต้ดิน หรือในบริเวณที่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน เพราะแก๊สหุงต้มมีน้ำหนักมากกว่าอากาศ หากเกิดรั่วขึ้นมา จะสะสมอยู่ในพื้นที่ต่ำซึ่งทำให้เกิดอันตรายได้ 

9. สายยางสำหรับส่งแก๊สหุงต้ม จากท่อวาล์วต้องใช้สายยางชนิดหนา สำหรับส่งแก๊สเท่านั้น ควรตรวจเช็กสายยางทุกอาทิตย์ หากพบสภาพชำรุด หรือเริ่มเปื่อย ให้เปลี่ยนสายยางใหม่ทันที และหลังการใช้งานควรปิดวาล์วทุกครั้ง

10. ควรมีถังดับเพลิงไว้ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และควรเป็นถังดับเพลิงชนิดสารเคมีแห้ง หรือคาร์บอนไดออกไซด์แบบเหลว

เคล็ดลับดี ๆ วิธีใช้แก๊สหุงต้มให้ประหยัดสุด ๆ

1. ระหว่างการเตรียมอาหาร ยังไม่ควรเปิดแก๊สหุงต้มแล้วจุดไฟรอไว้

2. ตั้งกระทะ หม้อ หรือภาชนะที่ใช้ประกอบอาหารให้อยู่ตรงกึ่งกลางของเตา หากใช้ภาชนะที่ก้นแบนจะช่วยทำให้เปลวไฟสามารถแผ่กระจายทั่วได้ดีมากขึ้น

3. ภาชนะที่เราใช้ทำอาหารต้องสะอาด ไม่มีคราบเขม่า ตะกรัน หรือสิ่งสกปรกอื่นใด เกาะติดอยู่ เพราะจะบดบังความร้อน ทำให้การปรุงอาหารสุกช้า ต้องใช้แก๊สหุงต้มในเวลาที่นานขึ้น และในปริมาณมากขึ้น

4. การตั้งเตาแก๊สต้องไม่อยู่ในบริเวณที่มีลมพัด หรือไม่ใช้พัดลมเป่าเข้าเตา เพราะลมจะกระจายเปลวไฟ ทำให้โดนภาชนะน้อยลง ทำให้เปลืองแก๊สหุงต้มมากขึ้น 

5. ควรใช้แก๊สหุงต้มผ่านหัวปรับความดันที่ได้มาตรฐาน จะเป็นการช่วยควบคุม ลดความดันให้พอเหมาะกับการใช้งานนั่นเอง ช่วยให้ประหยัดแก๊สและช่วยเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น

6. ต้องคอยปรับให้เปลวไฟที่ใช้ปรุงอาหารที่ออกมาจากแก๊สหุงต้มให้เป็นสีน้ำเงิน ซึ่งหมายถึงการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ และยังเป็นการช่วยให้ไม่เกิดคราบเขม่าเกาะติดกับภาชนะที่เราใช้ประกอบอาหาร

7. หลังการใช้งานหมั่นตรวจตราและถอดหัวเตาถังแก๊สมาทำความสะอาด อย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง เพราะหากมีคราบเขม่าเกาะมากไป จะทำให้แก๊สไม่สามารถผ่านหัวเตาออกมาได้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สิ้นเปลืองแก๊สหุงต้มมากขึ้น

ขั้นตอนการตรวจสอบถังแก๊ส อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันไฟไหม้จากแก๊สหุงต้ม

          การใช้แก๊สหุงต้มต้องคอยระวังและหมั่นดูแลตรวจสอบอยู่เสมอ ทั้งการตรวจหารอยรั่ว และเรียนรู้วิธีป้องกันเมื่อเกิดแก๊สรั่ว เพื่อไม่ให้เกิดไฟไหม้ การตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำได้ดังนี้

1. เปิดวาล์วถังแก๊สหุงต้ม ใช้น้ำสบู่ลูบไปตามจุดต่าง ๆ เช่น วาล์ว หัวปรับแรงดัน แกนลูกบิดเปิดปิด สายอ่อนนำส่งแก๊ส และข้อต่อในบริเวณต่าง ๆ หากพบว่าเกิดฟองสบู่ปุด ๆ ขึ้นมา แสดงว่าถังแก๊สหุงต้มของเรามีรอยรั่ว

2. เมื่อพบว่าถังแก๊สหุงต้มมีรอยรั่ว สิ่งแรกที่ต้องรีบทำคือให้ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดที่อาจทำให้เกิดประกายไฟได้ จากนั้นก็รีบปิดวาล์วถังแก๊ส แล้วเปิดประตู หน้าต่างระบายอากาศให้มากที่สุด

 

3. หรือหากพบว่ามีแก๊สรั่ว ให้รีบถอดหัวปรับแรงดันออก แล้วยกถังแก๊สหุงต้มออกไปไว้ในที่โล่ง

4. หากไม่สามารถถอดอุปกรณ์ได้ พลิกถังนอนลง ให้จุดที่รั่วซึมอยู่สูงกว่าถังแก๊ส เพื่อช่วยลดการรั่วไหลของแก๊สหุงต้ม แล้วนำผ้าชุบน้ำมาปิดทับไว้ในบริเวณที่เกิดรอยรั่ว

5. ให้รีบติดต่อร้านแก๊สหุงต้มที่เราสั่งซื้อโดยเร็วที่สุด 

แก๊สหุงต้ม

ขอบคุณภาพจาก : กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

แก๊สหุงต้ม ราคาแก๊ส และขนาดถังแก๊สหุงต้ม

           หากเราจะซื้อแก๊สหุงต้มมาใช้งาน นอกจากอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เตาแก๊ส สายนำแก๊ส วาล์วปรับแรงดัน ส่วนที่สำคัญที่สุดคือถังแก๊ส ปัจจัยที่ทำให้แก๊สหุงต้ม ราคาแตกต่างกันนั้นขึ้นอยู่กับ 2 ส่วนคือ ราคาถังแก๊สกับราคาแก๊สหุงต้ม การซื้อแก๊สหุงต้มครั้งแรกเราต้องซื้อถังแก๊สตามขนาดที่เราต้องการด้วย หรือบางร้านก็จะเป็นการมัดจำถังแก๊ส ตามราคาที่ร้านค้ากำหนด ดังนี้

แก๊สหุงต้ม

ขอบคุณภาพจาก : www.energy24hours.com

เฉพาะถังแก๊สหุงต้ม ราคา

1. ถังแก๊สหุงต้ม ขนาด 4 กิโลกรัม(ถังแก๊สปิกนิก) จะมีราคาประมาณ 1,500 บาท

2. ถังแก๊สหุงต้ม ขนาด 7 กิโลกรัม จะมีราคาประมาณ 1,900 บาท

3. ถังแก๊สหุงต้ม ขนาด 15 กิโลกรัม จะมีราคาประมาณ 2,400 บาท

4. ถังแก๊สหุงต้ม ขนาด 48 กิโลกรัม จะมีราคาประมาณ 4,800 บาท

          ปัจจุบันเรียกได้ว่ามีการใช้แก๊สหุงต้มกันแทบทุกครัวเรือน เพราะใช้งานง่าย อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็มีราคาไม่แพง และแก๊สหุงต้มยังเป็นสินค้าควบคุมราคาที่มีมาตรการจากรัฐคอยช่วยเหลืออยู่ แต่การใช้งานแก๊สหุงต้มนั้น เราก็ต้องศึกษารายละเอียดการใช้งานต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งนี้ ก็เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยของทุกคน แต่ก่อนจะเลือกใช้ถังแก๊สหุงต้มแบบไหน ก็จำเป็นจะต้องเลือกให้เหมาะกับลักษณะงานของเราให้มากที่สุด และคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ใครกำลังมองหาแก๊สหุงต้มมาไว้ใช้งาน เราขอแนะนำบทความ แก๊สหุงต้มคืออะไร ปลอดภัยแค่ไหน ทำไมถึงเป็นแหล่งพลังงานยอดนิยม เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกแก๊สหุงต้มที่ได้คุณภาพ คุ้มค่า คุ้มราคา ครั้งหน้าเราจะนำความรู้หรือการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอนโด อะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ