logo

Co-Space พื้นที่ส่วนกลางรูปแบบใหม่นี้มีดียังไง ทำไมโครงการใหม่ๆในระยะ 2-5 ปีให้หลังนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการระดับ Segment ไหน โดย Developer เจ้าใดๆก็ต้องใส่เข้าไปให้ว่ามี และกำลังเป็นที่นิยมขึ้นอย่างเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Coworking Space, Co-Kitchen และกำลังเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆอย่าง

          เพื่อนๆนิวบ์เคยสังเกตกันไหมครับ โครงการคอนโดใหม่ๆยิ่งที่อาคารเพิ่งก่อสร้างเสร็จ หรือตึกที่เพิ่งเปิดตัวรอบ PreSale หลังๆมานี้หลายแห่ง จะต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางประเภทนี้รวมไว้ภายในโครงการ ซึ่งก็คือพื้นที่ Co-Space ทั้งหลาย โดยจากบทความเดิมของเราที่เคยกล่าวถึงเอาไว้บางส่วนใน “Highlight เด่นคอนโดแต่ละยุคสมัย Features ที่เปลี่ยนไปตามความนิยม” ถึงประโยชน์ต่างๆจากการที่พื้นที่ส่วนกลางที่เป็นห้องกิจกรรมรวมต่างๆ เป็นการแบ่งปันและแชร์พื้นที่ร่วมกันระหว่างลูกบ้าน นอกจากกิจกรรมพักผ่อนอย่างสวนหย่อม สระว่ายน้ำ หรือออกกำลังกายในฟิตเนส

          ซึ่งปัจจัยที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์หลายๆโครงการต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง Co-working Space, Co-Kitchen เพิ่มเข้ามา แม้จะยังไม่มีข้อมูลเชิงสถิติที่ชัดเจนนัก แต่ก็พอสังเกตได้จากความเปลี่ยนแปลงรอบๆตัวแม้แต่กับเพื่อนหรือแวดวงคนที่นิวบ์เองรู้จัก ว่าวิถีชีวิตชาวเมืองยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป ใช้สอยอุปกรณ์สื่อสารอินเตอร์เน็ตมากขึ้น รวมถึงก็มีหลายคนที่เลือกประกอบอาชีพอิสระมากขึ้น ไม่มีสำนักงานที่ทำงานตายตัวชัดเจน รวมถึงขนาดยูนิตคอนโดที่ปรับลดพื้นที่ลงไม่เพียงพอหรือไม่ตอบโจทย์การใช้สอยที่ครบถ้วน ก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางประเภทนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องดั่นด้นออกไปข้างนอกถ้าไม่อยากไปนั่นเอง

Samyan CO-OP พื้นที่ Co-Learning Space

Samyan CO-OP พื้นที่ Co-Learning Space หนึ่งในรูปแบบพื้นที่ Co-Space หนึ่งในพื้นที่ที่กำลังเป็นเทรนด์เปิดใหม่ในกรุงเทพ

โดย Co-Space ที่พบเห็นได้บ่อยๆในคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ สามารถแบ่งย่อยได้แก่

1. Co-Working Space : เป็นห้องทำงานหรืออ่านหนังสือ ทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการสมาธิ กับ

2. Co-Kitchen : ห้องครัวส่วนกลางขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์ครบครันสำหรับประกอบอาหารและจัด Party งานเลี้ยงสรรค์

         นอกเหนือจากนี้หลายๆคนอาจเคยเห็นผ่านๆตามาบ้างอย่าง Co-Living Area หรือ Co-Living Space ที่จริงๆแล้วไม่แตกต่างจากพื้นที่ Lobby หรือ Lounge ในโครงการเท่าไหร่นัก และไม่นับว่าใหม่แต่อย่างใด

          ซึ่งประโยชน์ของ Co-Space แต่ละอย่างมีอะไรบ้างนั้นนิวบ์อธิบายให้ได้ตามนี้แล้วครับ

Co-Working Space

สถานที่จริงของพื้นที่ CoWorking Space ในโครงการ Life Sukhumvit 62

ภาพตัวอย่างสถานที่จริงของพื้นที่ CoWorking Space ในโครงการ Life Sukhumvit 62

          อย่างที่เกริ่นไปสั้นๆว่า วิถีชีวิตชาวเมืองยุคใหม่เปลี่ยนไป ประกอบอาชีพที่หลากหลายไม่จำกัดว่าต้องทำงานที่ออฟฟิศหรือสถานที่ที่ตายตัว ขอแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็สามารถทำงานได้ ติดต่อสื่อสารกับใครมุมไหนก็ได้ในโลก

          แต่กระนั้นก็ยังไม่อยากอุดอู้แช่ตัวเองอยู่แต่ในห้อง หรือครั้นจะไปนั่งทำงานร้านกาแฟก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอุดหนุนอาหารเครื่องดื่มเพิ่มเติม หรือจะไปเป็นสมาชิกรายเดือนใน CoWorking Space ข้างนอกต่างๆก็ต้องจ่ายค่าสมาชิกเช่าสถานที่ ในเมื่อค่าส่วนกลางคอนโดก็ต้องจ่ายเป็นประจำอยู่แล้ว ทำไมไม่จัดสรรพื้นที่ CoWorking Space รวมไว้ในโครงการไปซะเลย ทั้งสะดวกและประหยัดอีกด้วย

ซึ่งประโยชน์ของการมีพื้นที่ CoWorking Space ภายในโครงการนั้น ได้แก่

1. มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต / Wifi แรงสูงไว้คอยบริการ ซึ่งหากลูกบ้านห้องไหน หรือยูนิตใดปล่อยเช่าแล้วไม่ได้ติดตั้งอินเตอร์เน็ตไว้ใช้เองในห้อง ก็สามารถเข้ามาใช้พื้นที่นี้ได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

2. ใช้นัดประชุมพบปะเรื่องงานได้ โดยที่แขก เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้า สามารถเข้ามาร่วมใช้เป็นพื้นที่เพื่อประชุมงานได้ โดยไม่ต้องขึ้นไปรบกวนที่ห้องยูนิตพักอาศัย ซึ่งในหลายๆโครงการใหม่ๆเริ่มมีการติดตั้งระบบล็อคชั้นป้องกันคนแปลกหน้าเข้าไปรบกวนชั้นพักอาศัยอยู่แล้ว หรือบางแห่งก็จัดห้องประชุมไว้ชั้นล่างเดียวกันใกล้ Lobby จะได้ไม่ต้องรบกวนส่วนอื่นๆของอาคาร

3. ประหยัดบิลค่าไฟฟ้า ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่อยากเปลืองค่าไฟเสียบปลั๊กคอมในห้อง ก็มาใช้คอมพร้อมอินเตอร์เน็ตที่ CoWorking Space ซิ

4. รวมค่าใช้จ่ายกับส่วนกลางอื่นๆ ปกติต้องจ่ายค่าส่วนกลางของคอนโดเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว ในโครงการระดับกลางทั่วๆไปก็มักจะเรียกเก็บประมาณ 35-55 บาท ต่อ ตร.ม. ต่อเดือน(ชำระรวมรายปี) หากอาศัยอยู่ในยูนิตที่ห้องไม่ใหญ่ นอกจากพื้นที่สวน ห้องฟิตเนสและสระว่ายน้ำแล้ว ยังมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้อีก คุ้มแสนคุ้มเลยไหมล่ะครับ

          แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ลูกบ้านที่ไม่ใช่ฟรีแลนส์หรือทำอาชีพอิสระ เวลาว่างๆอยากจะมาใช้อินเตอร์เน็ตส่วนกลางก็สามารถทำได้ ไหนๆก็จ่ายค่าส่วนกลางแล้วอยู่ดี

Co-Kitchen Area

พื้นที่ Co-Kitchen ในโครงการ The Line พหลฯ – ประดิพัทธ์

ภาพตัวอย่างสถานที่จริงของพื้นที่ Co-Kitchen ในโครงการ The Line พหลฯ – ประดิพัทธ์

          สัดส่วนของยูนิตพักอาศัยในคอนโดโครงการหลังๆ มักจัดสรรพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งห้องตั้งแต่ขนาด Studio – 1 ห้องนอน โดยเฉลี่ยแล้ว 21-35 ตร.ม. ทำให้มีพื้นที่ภายในห้องที่จำกัด หากใช้อยู่อาศัยเองส่วนตัวก็คงไม่เดือดร้อนอะไรมากมายนัก แต่ถ้าเมื่อไหร่มีแขกมาเยี่ยมถึงบ้านหรือต้องการจัดเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ ห้องส่วนตัวแคบๆนี้เห็นว่าจะแออัดไป(เว้นว่าอยากได้บรรยากาศแบบ Cozyๆ ใกล้ชิดสนิทสนม)

          กับขนาดชุดครัวที่จำกัดก็ใช้เตรียมอาหารหรือเก็บล้างได้ไม่มาก การที่มีห้องส่วนกลางกว้างขวางไว้ร่วมกันเตรียมอาหารเป็นหมู่คณะ และจัดปาร์ตี้รองรับแขกได้จำนวนมาก Co-Kitchen ก็เป็นตัวเลือกสำหรับลูกบ้านยูนิตขนาดเล็กได้ เพราะในคอนโดยูนิตใหญ่แบบ 2 ห้องนอนขึ้นไป ไซส์เกิน 50 ตร.ม. มักจะได้ชุดครัวที่ค่อนข้างใหญ่และครบกว่ายูนิตอื่นๆและสามารถสังสรรค์แบบส่วนตัวในห้องของตัวเองได้อยู่แล้ว

ซึ่งประโยชน์ของการมีพื้นที่ Co-Kitchen ภายในโครงการนั้น ได้แก่

1. ไม่แออัดในเมื่อห้องยูนิตคอนโดเล็ก จัดปาร์ตี้หลายคนก็แออัด มาใช้ส่วนกลางจัดน่าจะสวกกว่า เพราะ

2. มีพื้นที่สำหรับสังสรรค์กว้างขึ้น และ

3. รองรับจำนวนแขกได้มากกว่า

4. และยังเป็นส่วนตัวกว่าด้วย หากผู้อยู่อาศัยไม่อยากให้แขกที่มาร่วมงานที่ไม่ใช่ลูกบ้านในโครงการเข้าไปวุ่นวายกับของใช้ส่วนตัวภายในยูนิต จะใช้ห้องน้ำห้องท่า ที่ส่วนกลางก็มีให้เหมือนกัน

          แต่ข้อแตกต่างของ Co-Kitchen อาจจะจะอยู่ที่ หากต้องการใช้พื้นที่ต้องมีติดต่อแจ้งกับทางนิติเพื่อจองคิวลงเวลาใช้พื้นที่ล่วงหน้าไว้ก่อน รวมถึงบางโครงการอาจมีการคิดค่าธรรมเนียมรายครั้งเพิ่มเติมอีกด้วยครับ

          จะเห็นว่าพื้นที่ส่วนกลางประเภท Co-Space ไม่ว่าจะเป็น Coworking Space หรือ Co-Kitchen นั้นยกประโยชน์ให้ลูกบ้านห้องขนาดเล็กไปแบบเต็มๆ ห้องไม่ใหญ่ตารางเมตรไม่เยอะ อัตราค่าส่วนกลางต่อตารางเมตรเหมือนกัน นับแล้วยังไงก็คุ้มแสนคุ้มครับ ความรู้เกี่ยวกับคอนโดยังมีอีกมากอย่างลืมติดตามที่ CondoNewb นะครับ 

Written by NewbTay