logo

          ครั้งก่อนที่นิวบ์เคยพูดเกี่ยวกับ ข้อดี - ข้อเสีย มาตรการ LTV ไป หลายคนคงเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการ LTV มากขึ้น และตอนนี้ “มาตรการ LTV ใหม่” ประกาศใช้ไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีการปรับเปลี่ยนให้บ้าน/คอนโดหลังแรก สามารถกู้เพิ่มได้ 10% และบ้าน/คอนโดหลังที่ 2 หลาย ๆ เสียงออกมาให้ความเห็นไปในทิศทางที่แตกต่างกัน บางคนก็รู้สึกดีที่แบงก์ชาติออกมาทำอะไรกับมาตรการ LTV ใหม่นี้ แต่บางเสียงก็ให้ความเห็นว่า นี่เป็นเพียง Minor Change หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงมาตรการ LTV ใหม่เพียงเล็กน้อย ที่ยังช่วยอะไรไม่ได้มากในภาพรวม 

          วันนี้ CondoNewb จะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับ “มาตรการ LTV ใหม่” ว่ามีอะไรตรงไหนที่เปลี่ยนแปลงบ้าง และเราจะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหนกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยจ้า

“มาตรการ LTV ใหม่” กับบ้าน/คอนโดหลังแรก

LTV ใหม่

         สำหรับบ้าน/คอนโดหลังแรก “มาตรการ LTV ใหม่” กำหนดให้บ้านที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ไม่ต้องวางเงินดาวน์ หรือ สามารถกู้ได้เต็มจำนวนราคาบ้านหรือคอนโดนั่นเอง (เหมือนมาตรการ LTV เก่า)

 ยกตัวอย่าง หากต้องการกู้ซื้อบ้านราคา 3,000,000 บาท ตอนนี้พอมีมาตรการ LTV ใหม่เพื่อน ๆ ก็สามารถกู้ได้เต็มจำนวนคือ 3,000,000 บาท โดยไม่ต้องมีเงินดาวน์

        สำหรับบ้านที่ราคาเกิน 10 ล้านบาท ต้องวางเงินดาวน์ 10% ของราคาบ้าน หรือสามารถกู้ได้ 90% ของราคาบ้าน/คอนโด 

 ยกตัวอย่าง หากต้องการกู้ซื้อบ้านราคา 11,000,000 บาท เพื่อน ๆ จะสามารถกู้ได้เพียง 9,900,000 บาทเท่านั้น โดยจะต้องมีเงินดาวน์เป็นของตัวเองจำนวน 1,100,000 บาท

 

        แต่ความพิเศษที่เพิ่มมาก็คือ สำหรับใครที่ซื้อบ้านหรือคอนโด สามารถกู้เพิ่มได้ 10% จากราคาบ้าน/คอนโด เพื่อตกแต่งและซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้านนั่นเอง 

 ยกตัวอย่าง หากต้องการซื้อบ้านราคา 3,000,000 บาท เพื่อนๆจะได้เงินกู้เต็มจำนวนคือ 3,000,000 และ หากต้องการกู้เพิ่มเพื่อซื้อของใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน ก็สามารถกู้เพิ่มได้อีก 10% หรือคิดเป็นเงินจำนวน 300,000 บาท รวมแล้ว เพื่อนๆสามารถกู้เงินได้ 3,300,000 บาท เมื่อต้องการซื้อบ้านราคา 3,000,000 บาท 

        “มาตรการ LTV ใหม่” ของบ้านหลังแรก ทางแบงก์ชาติเขาก็ให้ความเห็นว่าผ่อนปรนขึ้น เพื่อประชาชนที่อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง และก็มองว่า “มาตรการ LTV ใหม่” นี้จะช่วยให้ประชาชนกลุ่มนั้นสามารถกู้เงินได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนเพื่อดาวน์บ้าน/คอนโด และมาตรการ LTV ใหม่นี้จะช่วยให้ประชาชนได้บ้านที่ราคาสมเหตุสมผลมากขึ้น (เพราะปัจจุบันราคาบ้านและคอนโดพุ่งเกินเบอร์แบบฉุดไม่อยู่แล้วจ้า) 

        และเหตุผลที่ออกมาผ่อนปรน จนกลายเป็น “มาตรการ LTV ใหม่” นี้ ก็เพราะทางแบงก์ชาติรู้สึกว่าตอนนี้แหละ เหมาะแล้วที่จะเอื้อให้คนที่อยากมีบ้านมีคอนโดเป็นของตัวเอง เพราะราคาบ้านและคอนโดเริ่มปรับตัวลงแล้ว และครั้งนี้จะช่วยประชาชนด้วยเงินกู้เพิ่มเติมอีก 10% จากราคาบ้าน/คอนโด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน เพราะที่ผ่านมาพบปัญหาว่าพอซื้อบ้านหรือคอนโดใหม่ ประชาชนมักจะไปรูดบัตรเครดิตหรือกู้เงินนอกระบบมาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งดอกเบี้ยแพงกว่า ซึ่งทางแบงก์ชาติประเมินว่าเงินกู้เพิ่มเติม 10% นี้ จะช่วยลดรายจ่ายให้กับประชาชนถึง 2,000 บาท/เดือน พูดง่าย ๆ ก็คือแทนที่จะไปรูดบัตร กู้นอกระบบดอกแพงๆ ก็มากู้ 10% จากส่วนนี้ดีกว่า ดอกเบี้ยถูกกว่ากันเยอะ

“มาตรการ LTV ใหม่” กับบ้าน/คอนโด หลังที่ 2

LTV ใหม่

          สำหรับบ้าน/คอนโด หลังที่ 2 ก็ยังคงต้องมีเงินดาวน์ตามเดิม อยู่ที่ 10 - 20% แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือทางแบงก์ชาติปรับลดระยะเวลาการผ่อนบ้าน/คอนโดหลังแรก จาก 3 ปี ลงเหลือ 2 ปี

จากเดิม 

ถ้าผ่อนบ้าน/คอนโดหลังแรกได้ 3 ปีขึ้นไป กู้ได้ 90% ของราคาบ้าน/คอนโด (ต้องดาวน์ 10%) 

และถ้าผ่อนบ้าน/คอนโดหลังแรกยังไม่ถึง 3 ปี จะกู้ได้เพียง 80% ของราคาบ้าน/คอนโด (ต้องดาวน์อีก 20%)

“มาตรการ LTV ใหม่”

ถ้าผ่อนบ้าน/คอนโดหลังแรกได้ 2 ปีขึ้นไป กู้ได้ 90% ของราคาบ้าน/คอนโด (ต้องดาวน์ 10%) 

และถ้าผ่อนบ้าน/คอนโดหลังแรกยังไม่ถึง 2 ปี จะกู้ได้เพียง 80% ของราคาบ้าน/คอนโด (ต้องดาวน์อีก 20%)

          สำหรับบ้านหลังที่สอง ที่ยังไม่มีการปลดล็อกเงินดาวน์ ทางแบงก์ชาติออกมาให้เหตุผลว่า เพราะต้องการให้ประชาชนผ่อนบ้าน/คอนโดหลังแรกอย่างมีวินัยเหมือนเดิม ไม่อยากให้กู้เต็ม 100% เพื่อมาลงทุน เพราะอาจจะทำให้ภาระการผ่อนหนักเกินจะผ่อนไหว

          ซึ่งพอหลังที่ 2 ยังไม่มีการปรับเรื่องเงินดาวน์ ก็มีหลาย ๆ เสียงให้ความเห็นว่า “มาตรการ LTV ใหม่” นี้ ไม่ได้ช่วยมากอย่างที่คาดหวังไว้ และมองว่าเป็นการออกมาตรการที่หว่านแหเกินไป เพราะมีหลายๆคนที่จำเป็นมีบ้าน/คอนโดหลังที่ 2 เพื่ออยู่อาศัยจริงๆ ไม่ใช่เพื่อกู้ซื้อบ้าน/คอนโดหลังที่ 2 เพื่อลงทุนเพียงอย่างเดียว ซึ่งส่วนนี้แทนที่จะช่วยเหลือประชาชนที่จำเป็นต้องมีบ้าน/คอนโดหลังที่ 2 กลับกลายมาเป็นภาระเพราะหลายๆคนต้องมีเงินดาวน์มาก่อน ซึ่งส่วนนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงและยังไม่มีการออกมาชี้แจงอะไรจากแบงก์ชาติจ้า

“มาตรการ LTV ใหม่” กับบ้าน/คอนโด หลังที่ 3

LTV ใหม่

          สำหรับบ้านหลังที่ 3 ทางแบงก์ชาติยังคงเกณฑ์เดิม คือต้องวางเงินดาวน์ 30% ไม่ว่าราคาบ้านและคอนโดจะเท่าไหร่ ยกตัวอย่าง เช่น ต้องการซื้อบ้านหลังที่ 3 ราคา 3,000,000 บาท จะสามารถกู้ได้แค่ 2,100,000 บาท (70%) และต้องมีเงินดาวน์ 900,000 บาท (30%) ประมาณนี้จ้า 

         ถ้าเรามาพูดถึงเรื่องผลที่ตามมาหลังจาก “มาตรการ LTV ใหม่” ประกาศใช้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 ก็ต้องบอกว่าการผ่อนปรนมาตรการ LTV ครั้งนี้ ส่งผลดีตั้งแต่ยังไม่เริ่มประกาศ เพราะหุ้นอสังหาฯขึ้นถึง 9 ตัว ในช่วงก่อนประกาศ “มาตรการ LTV ใหม่” อย่างเป็นทางการ แต่ก็ต้องยอมรับว่าผลพวงจาก LTV เก่านั้น ยังคงมีผลมาจนถึงปีนี้นะคะ เพราะเหล่า Developer ทั้งหลาย ก็หันมาเล่นตลาดราคา ดันคอนโดต่ำกว่า 3 ลบ. หลายโปรเจคตั้งแต่ต้นปี 63 

         ซึ่งนิวบ์มองว่าปี 2563 น่าจะเป็นปีที่ดีและเหมาะสมประชาชนทั่วไปที่ต้องการจะมีคอนโดเป็นของตัวเอง เพราะมีปัจจัยเอื้อในหลาย ๆ ทาง ไม่ว่าจะเป็นโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลออกมาช่วยอุดหนุน, “มาตรการ LTV ใหม่” นี่ยังไม่รวมการปรับปรุงดอกเบี้ยครั้งใหม่ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมาก ๆ อีกนะคะ ยังไงใครที่กำลังมองหาคอนโดอยู่ ตอนนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะก็ได้ที่จะตกลงปลงใจซื้อคอนโดไว้สักห้อง 

         ทีนี้เรามามองในมุมมองของ Developer กันบ้างดีกว่า แน่นอนว่าการปรับเปลี่ยนแบบนี้ อาจจะเป็นที่ไม่ค่อยปลื้มของคนที่ทำธุรกิจอสังหาฯ สักเท่าไหร่ เพราะ “มาตรการ LTV ใหม่” ที่ยังไม่ปลดล็อกบ้าน/คอนโดหลังที่ 2 ถ้าจะซื้อก็ต้องมีเงินดาวน์ ซึ่งอาจจะทำให้ยอดขายไม่กระเตื้องเท่าที่ควร และหลาย ๆ เจ้าก็พับโปรโจคไปหลายโครงการ วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ๆน้อยลง เลือกมาเฉพาะตัวที่ราคาดี มีจุดเด่นจริง ๆ

         แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ มีความคิดเห็นยังไงกับ “มาตรการ LTV ใหม่” ที่บังคับใช้แล้ว เป็นประโยชน์ หรือเป็นโทษขนาดไหน เห็นด้วยหรือไม่กับการผ่อนปรนครั้งนี้ ถ้าเห็นว่าบทความนี้ประโยชน์ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนคนอื่น ๆ อ่านกันด้วยนะคะ 

Written by NewbMind