logo

ปลั๊กพ่วง หนึ่งในสาเหตุการเกิดอัคคีภัย ไฟไหม้บ้าน ไฟรั่ว ไฟดูด ไฟชอต ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออื่นใด ส่วนใหญ่แล้วมีสาเหตุมาจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออย่างเจ้าปลั๊กไฟพ่วงเล็ก ๆ นี่แหละ ถ้าเพื่อน ๆ ได้เคยได้ยินวลีที่ว่า “อย่าเล่นกับไฟ” กันไหม คนโบร่ำโบราณมักไม่ให้เรายุ่งกับไฟเพราะไฟมันร้อน อาจเกิดอันตรายกับร่างกาย และยิ่งกว่าความร้อนก็คืออันตรายของไฟหากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด ยิ่งในปัจจุบันนี้เรามีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้นที่อาจต้องชาร์จไฟพร้อม ๆ กัน เช่น ใช้เสียบปลั๊กโทรทัศน์ พัดลม เครื่องเป่าผม ชาร์จมือถือ เป็นต้น ยิ่งทำให้ปลั๊กต่อพ่วงหรือปลั๊กรางทำงานหนักเกิดความร้อนสะสมได้ง่าย และหากใช้ปลั๊กต่อพ่วงหรือปลั๊กรางที่อุปกรณ์ทั้งภายในและภายนอกไม่ได้มาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) นับเป็นภัยที่ใกล้ตัวเพราะเสี่ยงต่อการเกิดไฟใหม้สูง ดังนั้น การเลือกใช้ปลั๊กพ่วง มาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟใหม้บ้าน หรือคอนโด ที่เราควรคำนึงถึงเป็นลำดับแรก ๆ และขอย้ำว่าไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง  

ปลั๊กพ่วงเลือกยังไง

          แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากคุณลองเดินดูตามร้านขายปลั๊กพ่วง ปลั๊กราง หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คุณอาจพบว่าร้านไหน ๆ ก็มีการแปะฉลาก มอก. ทั้งนั้น แต่พอใช้ไปนาน ๆ จะเห็นว่ารูปลั๊กหลวม หลุด หรือบางตัวเกิดเป็นรอยเขม่าไหม้ด้วยซ้ำไป และจะยิ่งอันตราย หากใกล้ ๆ รางปลั๊กมีเศษกระดาษ เศษผ้าที่อาจเกิดการลามไฟได้ แล้วแบบนี้ตรา มอก. ที่อยู่บนตัวปลั๊กพ่วง มาตรฐานจะมีความหมายอะไร ดังนั้น ในวันนี้ เราจะมาดูวิธีเลือกปลั๊กพ่วง มาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รวมไปจนถึงการเลือกมาตรฐานรางปลั๊กไฟนั้นสังเกตได้จากอะไรบ้าง คำแนะนำการใช้งานรางปลั๊กไฟและอุปกรณ์ปลั๊กไฟที่ปลอดภัย และข้อควรระวังในการใช้งานรางปลั๊กไฟกัน ก่อนอื่นย้อนดูว่ารางปลั๊กไฟมีแบบไหนบ้าง

. . . . . . . . . .

มารู้จักปลั๊กพ่วงแบบต่าง ๆ กันเถอะ

ตลับเก็บสายไฟ

ปลั๊กพ่วงแบบตลับเก็บสายไฟ

ขอบคุณภาพจาก electon_official 

          ในยุคเริ่มแรกรางปลั๊กที่สามารถเสียบปลั๊กได้มากกว่าหนึ่งรู เราเรียกว่า ตลับเก็บสายไฟ ลักษณะจะไม่ใช่สี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่รางจะเป็นแบบกลม มีสามช่องเสียบ เวลาใช้งานต้องดึงสายไฟออกและไปเสียบเข้ากับเต้ารับ ใช้เสร็จก็หมุนเดือยเพื่อให้สายไฟกลับเข้าตลับ ส่วนใหญ่เทปไฟจะรองรับไฟที่ราว 500W-1000W และช่วงแรกของรางปลั๊กไฟจะไม่ค่อยได้มาตรฐานเท่าไรนัก แม้จะได้มาตรฐานแต่ก็ไม่ได้เป็นมาตรฐานรางปลั๊กไฟที่ครอบคลุมทั้งหมด เป็นการกำหนดมาตรฐานเป็นส่วน ๆ ไป นั่นอาจเป็นเพราะความต้องการใช้งานรางปลั๊กยังไม่มากเท่าในปัจจุบัน   

รางปลั๊กแบบมีสาย

ปลั๊กพ่วง แบบมีสาย

          และในปัจจุบัน คนเรานิยมใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น เช่น พัดลม ชาร์จมือถือ ไอแพด เปิดทีวี ฯ ทำให้มีการผลิตรางปลั๊กไฟในลักษณะที่ตอบโจทย์การใช้งานอุปกรณ์พร้อมกันหลายชิ้น ขนาดจึงกะทัดรัดขึ้น คือเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีสวิตช์เปิดเปิด และยังได้กำหนดมาตรฐานให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น รางปลั๊กไฟแบบนี้เหมาะกับใช้ตามที่อยู่อาศัย และไม่เหมาะกับการใช้งานที่ต้องใช้แรงไฟสูง ๆ

รางปลั๊กแบบไม่มีสาย

รางปลั๊กแบบไม่มีสาย

          ปลั๊กพ่วงแบบนี้เหมาะกับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่ต้องการไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กัน เพราะปลั๊กแบบนี้ไม่มีสายจึงลากไปไหนไม่ได้ และเวลาใช้งานต้องไปเสียบกับปลั๊กไฟผนัง  

ปลั๊กโรล หรือ ล้อเก็บสายไฟ

ปลั๊กพ่วงแบบล้อเก็บสายไฟ

          ปลั๊กแบบนี้ ตัวโรลทำด้วยเหล็กทำให้แข็งแรงทนทาน เวลาใช้งานควรดึงสายไฟออกให้หมดก่อนใช้ เมื่อจะเก็บให้หมุนก้านเพื่อขดสายไฟกลับเข้าในโรล ปลั๊กโรลเหมาะกับงานหรือสถานที่ที่สมบุกสมบัน เช่น สนามหญ้า ปลั๊กโรลใช้งานที่ 2500W-3500W ส่วนใหญ่ใช้กับงานเอ้าท์ดอร์หรือตามโรงงานขนาดเล็ก  

รางปลั๊กไฟกันไฟกระชาก

รางปลั๊กไฟกันไฟกระชาก

          รางปลั๊กแบบนี้ป้องกันเหตุไม่คาดฟัน เช่น ฟ้าผ่า หม้อแปลงไฟระเบิด ภายในรางปลั๊กแบบนี้ผู้ผลิตจะมีวงจรกันไฟกระชาก รางปลั๊กไฟกันไฟกระชากจึงเป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นเพราะป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหลเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง

          และเมื่อความต้องการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีมากขึ้น ผู้ผลิตต่างก็ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ปลั๊กพ่วงยี่ห้อไหนดี แบบไหนดี ยังไม่สำคัญเท่าปลั๊กพ่วง มาตรฐาน ตาม มอก. เพื่อให้การเลือกใช้งานปลั๊กราง รางปลั๊กไฟมีความปลอดภัยสูงสุด

รางปลั๊กไฟ ปลั๊กรางตามมาตรฐาน มอก. สังเกตได้จากอะไรบ้าง

          แม้ว่าบนตัวปลั๊กพ่วง มาตรฐานบางชิ้นหรือบางยี่ห้อจะมีการระบุสัญลักษณ์หรือรหัส แต่นั่นอาจไม่ใช่มาตรฐานของรางปลั๊กไฟแต่อาจเป็นมาตรฐานของสายไฟเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่าง เช่น TIS 11-2553 หรือ TIS 11-2531 นี่คือมาตรฐานของสายไฟ ไม่ใช่มาตรฐานของปลั๊กพ่วงอย่างที่เราเข้าใจ รางปลั๊กไฟที่ได้มาตรฐานแค่เพียงสายไฟ แต่อุปกรณ์ภายในไร้มาตรฐานก็ไม่ต่างอะไรกับการเล่นอยู่กับไฟ มอก. จึงได้กำหนดรหัสมาตรฐานสำหรับปลั๊กไฟพ่วง ปลั๊กรางไว้เพียงตัวเดียว แต่ครอบคลุมถึงทุกชิ้นส่วนของปลั๊กราง ปลั๊กไฟพ่วง ทั้งชิ้นส่วนภายในและภายนอก นั่นก็คือ มอก. 2432-2555 ดังนั้น อย่างเดียวเท่านั้นเวลาเลือกซื้อปลั๊กไฟพ่วง ปลั๊กไฟ รางปลั๊กพ่วง ปลั๊กสามตาคือต้องดูเลขที่ มอก. 2432-2555 นี้อย่างเดียว แบบนี้ปัญหาเลือกปลั๊กพ่วงยี่ห้อไหนดีก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะ เอาล่ะ เลขก็คือเลข แล้วมาตรฐานของการผลิตปลั๊กพ่วง ปลั๊กไฟ ปลั๊กไฟพ่วง ปลั๊กสามตา ภายใต้เลข มอก.2432-2555 มีอะไรบ้าง 

1. ต้องเป็นเต้ารับ 3 ขั้ว

          เต้ารับของปลั๊กไฟพ่วงมาตรฐาน มอก. ต้องเป็นเต้ารับ 3 ขั้ว สองขั้วสำหรับปลั๊กไฟส่วนอีกขั้วสำหรับขั้วสายดิน สำหรับสายดินต้องเป็นช่องที่ต่อสายดินได้จริง ห้ามเป็นขั้วสายดินหลอก

2. ห้ามเป็นขั้วสายดินหลอก และต้องมีฉนวนกันกระแสไฟฟ้าบริเวณโคนขาปลั๊กไฟ

          เต้าเสียบ ต้องเป็นแบบ 3 ขากลม และทั้ง 3 ขา ต้องไม่สามารถหมุนออกได้ 3 ขากลมนี้แบ่งเป็นเต้าเสียบ 2 ขั้ว พร้อมขั้วสายดิน สำหรับสายดินต้องเป็นช่องที่ต่อสายดินได้จริง ห้ามเป็นขั้วสายดินหลอก และต้องมีฉนวนกันกระแสไฟฟ้าบริเวณโคนขาปลั๊กไฟ แรงดันเต้าเสียบและเต้ารับต้องเท่ากัน และเต้าเสียบต้องแข็งแรง ไม่ใช่ใช้มือบีบบิดได้ อีกทั้งเต้ารับและเต้าเสียบต้องลงล็อกพอดีกัน ไม่ใช่แน่นหรือหลวมเกินไป 

3. ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน

          อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน ปลั๊กพ่วง ปลั๊กไฟ ปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กสามตาที่มีเต้ารับ 3 ช่องขึ้นไป จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน หรือมีระบบเบรกเกอร์ตัดไฟ (Circuit Breaker)  

4. ต้องผลิตจากวัตถุไม่ลามไฟ

          ตัวรางปลั๊กต้องผลิตจากวัสดุที่ไม่ลามไฟ หรือไม่ใส่สารที่ลามไฟ หรือถ้าติดไฟจะต้องดับภายในเวลา 30 วินาที

5. มาตรฐานของสายไฟต้องเป็นเลข TIS 11-2553

          ตัวสายไฟของรางปลั๊กไฟพ่วง ปลั๊กสามตาเองก็สำคัญไม่แพ้กัน หากจำได้มาตรฐานของสายไฟที่ใช้ในปลั๊กไฟพ่วง คือจะต้องเป็นเลข TIS 11-2553 ดังนั้น ควรสำรวจดูเลขดังกล่าวบนสายไฟด้วย หากพบว่ามีเลข TIS 11-2553 ก็เลือกซื้อได้สบายใจ และสายไฟต้องไม่ชำรุดขาดแตก ลองเขย่าแล้วไม่เกิดเสียงดังจากภายใน ยิ่งไปกว่านั้น บนตัวปลั๊กจะต้องมีฉลากที่แสดงข้อมูลจำเป็นของปลั๊ก อันได้แก่ กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า กำลังไฟฟ้าสูงสุด รวมไปถึงขอบข่ายการใช้งานที่จะต้องมากกว่า 50V แต่ไม่ถึง 440V และขอบข่ายของกระแสไฟฟ้าห้ามมากกว่า 16A สำหรับการใช้งานภายในและภายนอกอาคาร

           อย่างเช่นปลั๊กไฟพ่วงมาตรฐาน ปลั๊กพ่วง Panasonic ปลั๊กพ่วง Toshino ปลั๊กพ่วง Belkin จะมีการระบุไว้ว่าให้กำลังไฟรวม 16 แอมแปร์/250 โวลต์ สูงสุด 3500 วัตต์ เป็นต้น สำหรับการใช้งานปลั๊กไฟ ปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กสามตาในบ้านเรือน ในคอนโด หรือออฟฟิศขนาดกลาง ส่วนใหญ่ใช้ที่ 10 แอมแปร์ ส่วนโรงงานหรือออฟฟิศขนาดใหญ่ อาจใช้ที่16 แอมแปร์ได้ 

เลือกปลั๊กไฟอย่างไรให้ได้มาตรฐาน

ทำไมเราต้องเชื่อ มอก.

          ที่เราต้องเลือกปลั๊กพ่วง มาตรฐานตามที่ มอก. กำหนด ก็เพราะ มอก. ได้ทำการทดสอบการใช้งานแล้ว โดยที่ มอก. ใช้เกณฑ์ในการทดสอบประกอบไปด้วย

1. ทดสอบความต้านทานของฉนวนและความทนแรงดันไฟฟ้า

         โดยดูว่าฉนวนสามารถป้องกันการเกิดไฟฟ้าดูดได้หรือไม่ หากฉนวนไม่มีความทนทานและไม่สามารถทนแรงดันไฟฟ้าได้ก็จะทำให้เกิดไฟรั่วและไฟช็อต การทดสอบส่วนนี้ จึงเป็นเรื่องของความปลอดภัยล้วน ๆ

2.ทดสอบอุณหภูมิ

           เป็นที่เข้าใจดีว่า การใช้งานรางปลั๊กไฟเมื่อใช้เป็นเวลานานติดต่อกัน อาจเกิดอุณหภูมิสูง และความร้อนค่อย ๆ ร้อน และสะสมส่งผลให้เกิดไฟลัดวงจร หรือเกิดการไหม้ขึ้นได้ ส่วนนี้ มอก. จะทำการทดสอบบริเวณเต้ารับ ขั้วต่อ วัสดุฉนวน  

3.แรงที่ใช้ในการดึงเต้าเสียบ

           หากถามว่ามีใครไม่กลัวเวลาเสียบหรือถอดปลั๊กบ้าง น้อยคนที่จะตอบว่าไม่ จังหวะในการเสียบและถอดปลั๊กเป็นกิริยาที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับกระแสไฟฟ้ามากที่สุด ดังนั้นการจะเสียบและถอดปลั๊กไฟจะต้องทำได้ง่าย เต้ารับกับเต้าเสียบต้องพอดีกัน ไม่แน่นจนถึงยาก หรือหลวมจนอากเกิดประกายไฟ การทดสอบจุดนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจยิ่งขึ้นในการใช้งาน

4.วัสดุฉนวนมีความทนต่อความร้อนที่ผิดปกติหรือไม่

          วัสดุฉนวนที่ได้มาตรฐานจะต้องไม่ติดไฟ หากติดไฟก็ต้องดับภายในเวลา 30 วินาที ทั้งนี้เพื่อป้องกันไฟลุกลามไปติดสิ่งของบริเวณใกล้เคียง 

เหตุผลที่ปลั๊กพ่วงตอบโจทย์การอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน

ปลั๊กพ่วงยุคใหม่

          ได้ทราบข้อมูลมาตรฐานของปลั๊กไฟพ่วง หรือรางปลั๊กไฟไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูกันหน่อยดีกว่าว่าทำไม ปลั๊กพ่วง ปลั๊กไฟพ่วงจึงเป็นที่นิยมและตอบโจทย์การอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน

1. มีสวิตช์เปิด-ปิดช่วยประหยัดไฟ

          อุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ แม้จะปิดสวิตช์แล้วก็ยังคงมีการส่งกระแสไฟฟ้าผ่านหม้อแปลงของอุปกรณ์อยู่ทำให้สิ้นเปลือง นอกจากเปลืองไฟแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไฟไหม้อันเนื่องมาจากความร้อนสะสมที่หม้อแปลงไฟฟ้า ปลั๊กพ่วง รางปลั๊กพ่วง มาตรฐานแบบที่มีสวิตช์เปิด-ปิดช่วยประหยัดไฟและเพิ่มความปลอดภัยได้ในเวลาเดียวกัน 

2. มีช่องเสียบ USB

          ปัจจุบันผู้คนเลือกอาชีพฟรีแลนซ์ทำงานที่บ้าน หรือบางเวลาเราอาจมีความจำเป็นต้อง Work from Home และเมื่อทำงานที่บ้าน ที่คอนโด หรือที่พักอาศัยเราจะทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ ผ่าน Notebook หรือสมารท์โฟน iPad อะไรก็แล้วแต่ไปด้วย ดูทีวีไปด้วย ฟังเพลงไปด้วย หรือปั่นน้ำปั่นทานไปพลาง ๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ด้วยไฟฟ้าภายในบ้าน ดังนั้น ปลั๊กไฟพ่วงที่มีทั้งเต้ารับเต้าเสียบ และมีช่องเสียบ USB จึงเข้ามาช่วยให้ชีวิตการทำงานที่บ้านสะดวกสบายยิ่งขึ้น ดังนั้น ปลั๊กไฟที่รองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในยุค IT ที่ทำงานผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนจึงคุ้มค่าและตอบทุกการทำงาน

3. มีระบบกันไฟกระชาก

          ปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กตอนนี้เรียกได้ว่าพัฒนาจนมีความปลอดภัยขึ้นกว่าเดิมด้วยเสริมระบบกันไฟกระชาก ซึ่งไฟที่ไม่เสถียรอย่างมากนี้ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ หรือเวลาที่มีฝนตกฟ้าคะนอง ฟ้าผ่าก็ช่วยลดไฟกระชากได้ นอกจากฮาร์ดแวร์จะปลอดภัยแล้ว ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ก็ยังปลอดภัย และนอกจากระบบป้องกันไฟกระชาก ปลั๊กบางยี่ห้อฉลาดตรวจจับความร้อนที่สะสมอยู่ได้ด้วย ซึ่งระบบนี้ก็ช่วยป้องกันความร้อนและเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ 

จะเลือกปลั๊กพ่วงยังไง ให้เหมาะกับการใช้งาน

          การจะเลือกปลั๊กพ่วงยี่ห้อไหนดีนั้นสำคัญพอ ๆ กับคำแนะนำการใช้งานรางปลั๊กไฟที่ปลอดภัย โดยควรเลือกปลั๊กไฟพ่วงโดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. เลือกรางปลั๊กไฟที่มีจำนวนช่องเสียบเพียงพอ

          เลือกปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กไฟ ที่มีจำนวนช่องเสียบพอเหมาะกับจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะใช้งาน ยิ่งเลือกปลั๊กไฟพ่วงที่มีช่องเสียบมากแต่ไม่ได้ใช้ทุกช่องอาจเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

2. ความยาวของสายไฟเหมาะกับการใช้งาน

          เลือกปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กไฟที่มีขนาดความยาวของสายไฟที่เหมาะกับการใช้งาน สายปลั๊กไฟพ่วง สายรางปลั๊กไฟหากสั้นเกินไปอาจใช้งานลำบาก ในขณะที่หากเลือกสายไฟยาวเกินไป อาจเกะกะหรือสะดุดเกิดอุบัติเหตุ และยังเก็บยาก รวมถึงอาจสิ้นเปลืองงบประมาณ   

3. มีช่องจ่ายไฟแบบ USB

          รางพ่วงหรือรางปลั๊กไฟบางรุ่นและส่วนใหญ่ปัจจุบันนี้มักมีช่องจ่ายไฟแบบ USB ก็นับเป็นอีกทางเลือกในการชาร์จไฟที่สะดวก เพราะทุกวันนี้ เรามีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อาจชาร์จด้วย USB เป็นจำนวนมาก 

4. มีสวิตช์ย่อย

          ภายในปลั๊กไฟพ่วงของรางปลั๊กไฟยุคเก่าจะเป็นแบบไม่มีสวิตช์ย่อย ปลั๊กจะใช้แผ่นโลหะที่มีการบัดกรีด้วยตะกั่ว ข้อเสียของรางปลั๊กแบบเก่าหรือแบบไม่มีสวิตช์ย่อยเมื่อใช้งานนาน ๆ ทำให้เกิดความร้อนสูงบริเวณแผ่นโลหะ รวมถึงตะกั่วตรงส่วนที่มีการบัดกรีอาจชำรุด หรือร้อนจนเกิดการใหม้ได้ หรือตะกั่วละลายจนทำให้สายไฟเสียหายเกิดการชอตหรือชนกันเอง ก็อันตรายเช่นกัน แต่ปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กไฟยุคใหม่ตามมาตรฐาน มอก. ภายในจะเป็นแบบสวิตช์ย่อย ไม่ใช้แผ่นโลหะที่มีการบัดกรีแล้ว อีกทั้งเต้าที่แยกกันยังสามารถทำงานได้อยู่กรณีเต้าใดเต้าหนึ่งชำรุด

5. มีคู่มือแนะนำ

          ควรอ่านคู่มือหรือแผ่นแนะนำการใช้งานปลั๊กไฟอย่างละเอียดก่อนใช้งาน

6. ไม่ควรใช้ปลั๊กไฟขณะมือเปียก

           ไม่ควรใช้มือแตะปลั๊กไฟขณะมือเปียกหรือมีน้ำบริเวณใกล้เคียง วิธีการถอดปลั๊กที่ถูกต้องปลอดภัยคือห้ามจับที่สายไฟแล้วกระตุก แต่ควรจับที่ฉนวนหุ้มหัวปลั๊กเท่านั้น

7. ไม่ควรเก็บปลั๊กรางไว้ใกล้กับความร้อน และเปลวไฟ

          สำหรับข้อควรระวังเพิ่มเติมในการใช้งานปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กคือ การออกแบบของรางปลั๊กนั้นได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานชั่วคราว จึงไม่เหมาะกับการเสียบปลั๊กทิ้งไว้แบบถาวร หรือข้ามวันข้ามคืน หากใช้งานเรียบร้อยแล้วควรดึงปลั๊กออก

          ข้อควรระวังเพิ่มเติมอีกข้อคือหากชุดพ่วงปลั๊ก หรือปลั๊กไฟพ่วงชำรุด หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งพังเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นสายไฟขาด เกิดรอยไหม้ เสียบปลั๊กเข้ากับเต้ารับแล้วสปาร์คเกิดประกายไฟ แนะนำให้ซื้อใหม่ ไม่ควรนำไปซ่อม และควรหลีกเลี่ยงการเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ๆ พร้อม ๆ กันมากเกินไป เพราะนั่งคือสาเหตุของการเกิดความร้อนสะสมและเกิดไฟไหม้ได้  

เลือกปลั๊กพ่วง ยี่ห้อไหนดี

           ทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ได้ชักแม่น้ำทั้งห้า แต่การมีปลั๊กไฟพ่วง หรือสายพ่วงไฟที่ได้มาตรฐานติดบ้าน ติดที่อยู่อาศัยไว้เป็นเรื่องที่จำเป็นเอามาก ๆ ในยุคปัจจุบัน และเพื่อให้ตอบทุกข้อข้องใจเรื่องปลั๊กไฟราง ปลั๊กไฟพ่วงปลั๊กพ่วงยี่ห้อไหนดี ขอแนะนำยี่ห้อต่าง ๆ ด้านล่างนี้ไว้เป็นทางเลือก

ปลั๊กพ่วง Belkin 

ปลั๊กพ่วง Belkin

          ปลั๊ก belkin ถือได้ว่าเป็นปลั๊กไฟพ่วง และรางปลั๊กที่มีความคงทนแข็งแรง ถอดเข้าถอดออกบ่อยครั้งก็ไม่เกิดปัญหาหลวมคลอน มิหนำซ้ำอาจต้องออกแรงกด เสียบและถอดมากกว่าปลั๊กไฟโนเนมทั่วไปเสียด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องไฟที่จะสปาร์คออกมา ปลั๊ก belkin รับกระแสไฟได้ 2500w คนที่เคยใช้งานปลั๊กแบรนด์นี้บอกว่ารับประกันตลอดอายุการใช้งานและหากลองแกะปลั๊ก belkin จะพบว่าไม่มีตะกั่วที่ใช้เพื่อการบัดกรี ไม่ใช้แผ่นโลหะ แน่นอนว่าจึงลดปัญหาความร้อนสะสมภายในปลั๊ก

          แต่ทว่าสาวกปลั๊กไฟ belkin คงต้องซับน้ำตาเพราะปลั๊กเบลกิ้นยี่ห้อนี้ได้พักการจำหน่ายในประเทศไทย ยาว โดยแทบไม่รู้กำหนดกลับมา แต่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นของ belkin ยังเห็นมีขายตามร้านขายปลีก หรือห้างที่เป็นห้างรวมจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้า IT มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงร

ปลั๊กพ่วง Panasonic 

          พานาโซนิคดำเนินงานภายใต้สโลแกน “A Better Life, A Better World” ชีวิตที่ดีกว่า เพื่อโลกที่ดียิ่งขึ้น แบรนด์ไหนจะไป แบรนด์ไหนจะไม่อยู่ แต่ปลั๊กพ่วง Panasonic แบรนด์นี้ยังอยู่แน่นอน และคนไทยก็หลงรักปลั๊กไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของพานาไปเรียบร้อยแล้ว

ปลั๊กพ่วง PANASONIC WCHG 28352

           ปลั๊ก Panasonic เป็นที่เลื่องลือในด้านมาตรฐานการผลิต จุดเด่นของปลั๊กไฟพานาโซนิคคือความแข็งแรง ทนทานของเต้ารับ สวิตช์ และสายไฟ ตัวอย่างรุ่นเช่น รางปลั๊กไฟพ่วง Panasonic 5 ช่องรุ่นยอดนิยม PANASONIC WCHG 28352 3 ม. มาพร้อมกับฟีเจอร์เบรกเกอร์ตัดไฟทันทีเมื่อไฟเกิน 16 แอมแปร์ ตัวสายไฟและขั้วต่อสายไฟผลิตจากสายไฟพีวีซี ที่มีความเหนียว ทนต่อแรงเหวี่ยงและบิดงอ และหุ้มด้วยฉนวนป้องกันกระแสไฟฟ้า ทุกครั้งที่ใช้ปลั๊กราง ปลั๊กพานาโซนิคจึงปลอดภัยไร้กังวล หรืออีกรุ่นของรางปลั๊กไฟ 3 ช่อง 3 สวิตซ์ PANASONIC WCHG 28334 3 ม. ที่ปกป้องอันตรายจากไฟฟ้าดูดด้วยม่านนิรภัย ตัวปลั๊กผลิตจากพลาสติกคุณภาพดี ทนความร้อนสูงและไม่ลามไฟ

ปลั๊กพ่วง PANASONIC WCHG 28334

          สำหรับใครที่มองหาปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กขนาดบาง 3ช่อง 1 สวิตซ์ 2 USB แนะนำรุ่น SKU: 1147432 แม้ตัวเล็กดูบางแต่มาตรฐานสูงด้วยฝาครอบทนความร้อนสูง ติดไฟยาก รุ่นนี้ตอบโจทย์ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่กลัวไฟชอต ไฟดูด ไฟสปาร์คเพราะมีม่านนิรภัยป้องกันนิ้วมือ กรณีกำลังไฟมากกว่า 2300 วัตต์ รุ่นนี้มีเบรกเกอร์ตัดกระแสไฟอัตโนมัติ

ปลั๊กพ่วง Toshino 

ปลั๊กพ่วง Toshino N1-375-1M

          อีกแบรนด์ที่ไม่คุ้นหูและไม่คุ้นเคยการใช้งาน แต่หารู้ไม่ว่า ปลั๊กพ่วง Toshino วางจำหน่ายในบ้านเรามากว่าสามสิบปี ตัวอย่างปลั๊กไฟพ่วงโตชิโน่ เช่นรุ่น N1-375-1M เป็นรางปลั๊กไฟ 4 ช่อง ยาว 1 เมตร รองรับไฟได้สูงสุด 2300 วัตต์ ตัวรางใช้วัสดุไม่ลามไฟ ทนความร้อนสูง ตัวสวิตช์คงทนใช้งานได้ 40,000 ครั้ง รุ่นนี้ไม่ได้มีแค่แค่ความทนทานและปลอดภัย แต่ดีไซน์ยังน่าใช้ ด้วยรางสีดำด้านบน Desing ลายหนัง

ปลั๊กพ่วง Toshino ET-USB

          หรืออีกรุ่นของ toshino คือ ET-USB ที่มีทั้งปลั๊กไฟและ USB ตัวรางผลิตจากวัสดุไม่ลามไฟ หากมีการชอต รับรองได้ว่าปลอดภัย ปลั๊กไฟพ่วงโตชิโนมีสวิตช์แยก หากไม่ใช้งานกดปุ่มปิดไว้ยังประหยัดไฟและปลอดภัย ยิ่งขึ้น

          ใครก็ตามที่กำลังมองหาหรืออยากได้ปลั๊กพ่วงเพิ่มเติม หรือซื้อรางปลั๊กไฟไว้ใช้งานในที่อยู่อาศัยสักตัว แนะนำให้ซื้อเลือกตามชอตคัทด้านบน และมองหาปลั๊กพ่วง มาตรฐานสัญลักษณ์มอก. 2432-2555 แล้วคุณจะใช้งานได้อย่างสนิทใจและสบายใจ ปลอดภัยไม่ต้องเสียงกับการเล่นกับไฟ นอกเหนือจากเรื่องของปลั๊กพ่วงแล้ว เรายังมีบทความดี ๆ อีกมากมายทั้งการแนะนำเครื่องใช้ไฟฟ้า และตอบปัญหาการอยู่อาศัย อย่าลืมมาอัพเดทข่าวอสังหา กับเราได้ที่นี่ทุกวันนะ