logo

          หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีภารกิจรีดผ้าเป็นประจำ และต้องการรีดผ้าไม่ให้คืนตัว แต่หลายครั้งกลับไม่สามารถรีดผ้าได้เรียบดั่งใจ ไม่รู้ว่าวิธีรีดผ้าที่ถูกต้องเป็นอย่างไร การศึกษาวิธีรีดผ้าที่ถูกต้องถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาด และวันนี้เราจะขออาสาพาคุณมาดูวิธีในการรีดอย่างถูกต้อง จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามได้เลยจากในบทความพูดคุยให้ความรู้นี้

รีดผ้า

. . . . . . . . . .

วิธีรีดผ้าแต่ละชนิดให้เรียบลื่น รีดง่าย ผ้าไม่คืนตัว

          ปัญหาของการรีดผ้าที่ทุกคนพบเจอก็คือ การรีดผ้าที่เนื้อผ้าแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน หากคุณไม่ชำนาญในการรีดก็ย่อมส่งผลทำให้รีดยาก ผ้ายับ ไม่เรียบง่าย บางครั้งรีดส่วนแรกเสร็จแล้วพลิกกลับไปรีดอีกด้านหนึ่งก็ทำให้ผ้านั้นยับในส่วนที่รีดไปแล้ว ซึ่งวิธีรีดผ้าแต่ละชนิดที่มีความแตกต่างกันคุณสามารถทำได้ดังนี้ 

วิธีรีดผ้าหรือเสื้อโปโล

          เสื้อโปโลจะเรียบ น่าสวมใส่ ล้วนขึ้นอยู่กับวิธีรีดเสื้อของแต่ละคน โดยส่วนใหญ่แล้วการรีดผ้าไม่เรียบมาจากวิธีรีดผ้าแบบผิด ๆ ดังนั้น การรีดเสื้อโปโลควรรีดตามหลักการดังต่อไปนี้

เสื้อโปโล

1. พรมหรือฉีดน้ำยารีดผ้าก่อน

          สำหรับอันดับแรกที่ควรทำคือ ฉีดสเปรย์ให้ทั่วผ้าที่จะรีดก่อน โดยพยายามพรมหรือฉีดน้ำยาให้ทั่ว เพื่อให้วิธีรีดผ้าเป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินไป ทำให้ผ้ารีดแล้วเรียบลื่นได้อย่างรวดเร็ว

2. รีดปกเสื้อโปโล

          หลังจากพรมหรือฉีดน้ำยารีดเสื้อเรียบร้อยแล้ว ให้เริ่มรีดจากในส่วนคอปกของเสื้อ โดยการรีดที่ถูกต้องควรรีดคอปกด้านหน้าก่อน แล้วค่อยรีดที่ด้านหลังปกเสื้อ

3. รีดแขนเสื้อ

          วิธีรีดเสื้อโปโลจะดูเรียบหรือไม่นั้น ควรเน้นการรีดแขนเสื้อด้วย โดยจะต้องเน้นที่ด้านหน้าของแขนก่อนแล้วค่อยกลับเสื้อไปรีดด้านหลัง พยายามรีดทับรอยเก่าที่เคยรีดไว้ด้านหน้า ไม่ควรสร้างรอยรีดใหม่ เนื่องจากหากแขนเสื้อโปโลนั้นมีรอยรีดหลายรอยจะดูไม่เรียบร้อย

4. รีดตัวเสื้อด้านหลังและด้านหน้าบริเวณคอ

          สำหรับผู้ที่มีโต๊ะรองรีดผ้าอาจได้เปรียบสักหน่อย เนื่องจากสามารถสวมตัวเสื้อเข้าไปที่โต๊ะรองรีดแล้วรีดช่วงคอได้เลย โดยวิธีรีดผ้าที่ดีคือ เมื่อรีดด้านหลังแล้วให้พลิกกลับมารีดด้านหน้าต่อ โดยที่ยังคงสวมเสื้อไว้ในโต๊ะรองรีด ที่ต้องสวมเสื้อเข้าไปในโต๊ะรองรีดก็เพื่อให้การรีดเสื้อแต่ละด้านไม่มีผลกระทบต่อกัน หมดปัญหารีดด้านหน้าแล้วไปยับด้านหลัง

5. เช็คความเรียบร้อยแล้วใส่ไม้แขวน

          เมื่อรีดครบทุกขั้นตอนแล้วให้ตรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อโปโลทุกส่วน หากส่วนใดไม่เรียบควรรีดอีกครั้ง แล้วจึงใส่ไม้แขวน ถือเป็นการรีดผ้าไม่ให้คืนตัวที่ง่ายอย่างมาก

. . . . . . . . . .

วิธีรีดเสื้อยืดและเสื้อสกรีน

          ในส่วนของเสื้อยืดปกติที่ไม่มีลายสกรีนจะมีวิธีการรีดที่ง่ายดายมาก แต่หากเสื้อตัวใดที่มีการสกรีน วิธีการจะซับซ้อนขึ้น เพราะเมื่อความร้อนไปถูกที่บริเวณสกรีน ตัวสกรีนจะละลายได้ ดังนั้น วิธีรีดเสื้อสกรีนไม่ให้ตัวสกรีนละลาย คุณสามารถทำได้ดังนี้

เสื้อยืด

1. พรมน้ำยารีดผ้า

          ขั้นตอนแรกให้พรมน้ำยารีดผ้าตามปกติ สำหรับทุกส่วนของตัวเสื้อไม่เว้นแต่บริเวณที่มีการสกรีน เพราะน้ำยาจะช่วยเรื่องการรีดผ้าไม่ให้คืนตัว

2. วางเสื้อบนที่รองรีด

          นำเสื้อยืดหรือเสื้อสกรีนไปวางบนโต๊ะรีดเสื้อ ตามด้วยการวางผ้าขาวบางทับบนที่รีดเสื้อ โดยวิธีรีดผ้าที่ดีให้รีดด้านตะเข็บเสื้อให้เสร็จก่อน ทั้งด้านข้างตัวเสื้อและแขนเสื้อ

3. รีดแขนเสื้อ

          การรีดแขนเสื้อไม่จำเป็นต้องใช้ผ้ารองรีด โดยเริ่มจากให้รีดแขนเสื้อด้านหน้า เสร็จแล้วจึงค่อยกลับเสื้อ แล้วรีดต่อในส่วนของด้านหลัง

4. รีดตัวเสื้อด้านหลังและด้านหน้า

          ขั้นตอนต่อไป ให้ใช้ผ้าขาวบางรองรีด โดยรีดตัวเสื้อด้านหลังก่อนแล้วค่อยรีดที่ด้านหน้าตามปกติ

5. เช็คความเรียบร้อย

          เนื่องจากเสื้อยืดค่อนข้างยับง่าย ดังนั้นควรเช็คความถูกต้องอีกครั้งเพื่อให้การรีดเสื้อนั้นเนี๊ยบกริบดังใจต้องการ จากนั้นจึงใส่ไม้แขวน ข้อดีของการใช้ผ้ารองรีดคือ ทำให้เสื้อยืดสีไม่ซีดจางเร็ว และไม่ทำให้ตัวสกรีนละลายไปกับความร้อนของเตา

. . . . . . . . . .

วิธีรีดเสื้อเชิ้ต

          การรีดเสื้อเชิ้ตถือเป็นการรีดที่ยากพอสมควร หลายคนจึงควรศึกษาวิธีการรีดอย่างถูกต้อง เพื่อให้การรีดเสื้อเชิ้ตเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยขั้นตอนในการรีดที่ถูกต้อง มีดังนี้

เสื้อเชิ้ต

1. ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต

          ขั้นตอนแรกให้ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต โดยนำด้านหลังวางบนที่รองรีด ให้แขนเสื้อเชิ้ตห้อยลงไปที่บริเวณด้านข้างที่รองรีด จากนั้นให้รีดจากบริเวณตรงกลางเสื้อไปยังด้านข้าง

2. วางด้านหน้าของเสื้อเชิ้ตข้างใดข้างหนึ่งบนที่รองรีด

          ขั้นตอนต่อไปให้วางด้านหน้าของเสื้อเชิ้ตไว้บนโต๊ะรองรีด แล้วรีดให้ทั่วทั้งตัว โดยแทรกหน้าเตารีดไปตามซอกของกระดุม พร้อมกดน้ำหนักของเตารีดมากกว่าบริเวณอื่น เนื่องจากสาบเสื้อเชิ้ตประกอบด้วยผ้า 2- 3 ชั้น อาจเรียบได้ยากกว่าจุดอื่น และช่วยเรื่องการรีดผ้าไม่ให้คืนตัว

3. รีดแขนเสื้อ

          ให้รีดบริเวณแขนเสื้อทีละข้าง โดยหันตะเข็บเท้ามาหาตัวเรา และวางพาดไปตามยาวของโต๊ะรองรีด พร้อมใช้มือจับแขนเสื้อไปในขณะที่รีด และพยายามดึงผ้าให้ตึง 

4. รีดข้อมือเสื้อ

           ให้รีดบริเวณข้อมือเสื้อทางที่ไม่มีกระดุม จากนั้นจึงพลิกมารีดด้านที่มีกระดุม โดยแหวกข้อมือด้านที่มีกระดุมพร้อมทั้งรีดจากด้านในตัวเสื้อ กดเตารีดไปตามรอยจีบของเสื้อเชิ้ต แล้วรีดซ้ำด้านนอก

. . . . . . . . . .

เทคนิคสำคัญเพื่อให้การรีดผ้าเรียบเร็วและง่าย

          หลายคนรู้ดีว่าวิธีรีดผ้าที่ถูกต้อง ย่อมทำให้เสื้อผ้าเรียบง่ายและเร็ว โดยส่วนใหญ่การรีดที่ไม่เรียบ ล้วนมาจากการรีดผ้าวิธีแบบผิด ๆ ซึ่งหลักการรีดที่ถูกต้องก็คือ ให้เริ่มรีดจากส่วนเล็ก ๆ ไล่ไปส่วนใหญ่ เช่น ปก ไหล่ แขน ตัวเสื้อ หากรีดส่วนใหญ่ ๆ ก่อนส่วนเล็กอาจส่งผลให้ส่วนใหญ่ ๆ นั้นยับง่ายกว่าเดิม แต่หากรีดส่วนเล็ก ๆ ก่อน แล้วค่อยไล่ไปยังส่วนใหญ่ ๆ รอยยับที่เล็ก ๆ จะมองเห็นได้ยาก

วิธีการรีดกระโปรง

          สำหรับการรีดกระโปรงเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลใจเช่นกัน เพราะวิธีรีดกระโปรงนั้นค่อนข้างใช้ความชำนาญ และความประณีต หากเป็นกระโปรงมีกลีบ แนะนำให้ใช้วิธีการรีดดังต่อไปนี้

กระโปรง

1. ฉีดน้ำยาอัดกลีบ

          ขั้นตอนแรกให้ฉีดน้ำยาอัดกลีบลงไปที่ตัวกระโปรงให้ทั่ว เพราะน้ำยาดังกล่าวถือเป็นตัวช่วยทำให้การรีดผ้าเรียบง่ายขึ้น โดยเฉพาะในส่วนที่มีกลีบ จะช่วยคงความเป็นกลีบให้ยาวนาน

2. ใช้เตารีดรีดทับลงไปที่กลีบ

           อันดับแรกควรจับจีบของกลีบกระโปรงให้เป็นรูปทรงของกลีบตามปกติก่อนที่จะนำเตารีดทาบทับลงไป เมื่อจับจีบเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ให้นำเตารีดทาบทับลงไปบนกลีบกระโปรง แล้วอัดบริเวณแต่ละกลีบแบบเน้น ๆ จนกระทั่งได้กลีบกระโปรงที่เนี๊ยบเรียบ ระหว่างนี้พยายามอย่าใช้ไฟแรงมาก ซึ่งการรีดกระโปรงให้กลีบไม่ยับนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการสวมกระโปรงเข้าไปในที่รองรีดผ้าแล้วรีดทีละด้าน

3. ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนนำใส่ไม้แขวน

          เมื่อเสร็จแล้วให้ตรวจดูความเรียบร้อยก่อน ส่วนใดที่ยังมีรอยยับให้รีดซ้ำอีกครั้ง แล้วจึงนำกระโปรงใส่ไม้แขวน

สำหรับกระโปรงทรงอื่น ๆ มีหลักการรีดกระโปรงที่คล้ายคลึงกัน คือ เน้นการฉีดน้ำยารีดผ้าก่อน แล้วค่อยใช้เตารีดรีดทีละด้าน เน้นตะเข็บของกระโปรงก่อนแล้วจึงรีดกลางกระโปรง การรีดกระโปรงหากทำตามนี้กระโปรงก็จะสวย เป็นกลีบเรียบและเนี๊ยบดังใจต้องการ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือ วิธีรีดผ้าในส่วนของกระโปรงที่ถูกต้องนั่นเอง

. . . . . . . . . .

วิธีรีดกางเกง

          กางเกงเป็นอีกหนึ่งเครื่องแต่งกายที่หลาย ๆ คนนั้นต้องรีดบ่อยครั้ง ซึ่งวิธีรีดกางเกงก็มีดังนี้

pants

1. อ่านป้ายกางเกงก่อนรีด

          ในหนึ่งในวิธีรีดผ้าที่ถูกต้อง การอ่านป้ายคือสิ่งสำคัญ เพราะเนื้อผ้าบางชนิดอาจมีคำแนะนำในการซักรีดอย่างแตกต่างกัน ทั้งนี้ เพื่อที่คุณจะได้ปรับอุณหภูมิในการรีดอย่างถูกต้อง โดยส่วนใหญ่แล้วป้ายจะมีการระบุอุณหภูมิในการรีดเอาไว้ ดังนั้น จึงควรทำตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อช่วยถนอมผ้าให้มากที่สุด

2. รีดกระเป๋าและเอวกางเกง

          การรีดกระเป๋าควรทำเป็นอันดับแรก โดยพาดกางเกงบนที่รองรีด แล้วพลิกกระเป๋าออกมารีดให้เรียบ เมื่อรีดกระเป๋าเสร็จแล้วให้ดึงจนตึง จากนั้นรีดเอวกางเกงต่อ โดยนำเตารีดทับที่เอวโดยไม่ต้องถู

3. รีดขากางเกง

           การรีดขากางเกงให้วางบนโต๊ะรองรีดแล้วดึงจนตึง เป็นการรีดผ้าไม่ให้คืนตัวจากนั้นวางตะเข็บไว้ด้านข้างเพื่อให้สามารถรีดที่หว่างขาของกางเกงได้แบบง่าย ๆ ซึ่งในกรณีที่กางเกงนั้นมีจีบให้จับจีบของขากางเกงเสียก่อน แล้ววางกางเกงบนที่รีดผ้าโดยพับให้ตะเข็บกางเกงซ้อนตรงกัน จากนั้นรีดที่ด้านบนกางเกงไปถึงปลายขาทีละข้าง เพื่อให้จีบเชื่อมกันทั้งขา และจีบกางเกงควรสิ้นสุดที่ใต้กระเป๋ากางเกง

. . . . . . . . . .

ข้อควรรู้ในการรีดผ้าแต่ละชนิดอย่างถูกต้อง

          ผ้าแต่ละชนิดมีวิธีรีดผ้าที่แตกต่างกันออกไป หากรีดได้ถูกต้องตรงกับชนิดผ้า จะทำให้ผ้าของคุณรีดได้เรียบยาวนานอย่างแน่นอน ซึ่งข้อจำกัดในการรีดผ้ามีดังต่อไปนี้

1. ผ้าฝ้าย

          ผ้าฝ้ายคือ ผ้าที่หลาย ๆ คนรีดบ่อยมากที่สุด เนื่องจากได้รับความนิยมค่อนข้างมาก มีการนำมาตัดเย็บเครื่องแต่งกายบ่อยครั้ง ซึ่งผ้าฝ้ายนั้นมีจุดเด่นคือ การดูดความชื้นได้ดีและระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นเนื้อผ้าที่สวมใส่ได้อย่างสบาย ๆ ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ปัจจุบันผ้าฝ้ายนอกจากจะใช้ในการตัดเย็บเครื่องแต่งกายแล้วยังนิยมใช้ในการตัดเย็บผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน เสื้อผ้าของทารกอีกด้วย ซึ่งวิธีรีดผ้าชนิดนี้ให้เนี๊ยบ เรียบกริบทำได้โดยการรีดด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่าผ้าชนิดอื่น ๆ เนื่องจากผ้าชนิดนี้มีเส้นใยที่ทนทาน ไม่ว่าจะซักหรือรีดก็ไม่เสื่อมสภาพอย่างง่ายดาย หรือหากใครที่ใช้ไฟแรงแล้วยังไม่สามารถทำให้ผ้าฝ้ายของคุณนั้นเรียบได้ ก็อาจจะใช้น้ำยารีดผ้าฉีดนำร่องไปก่อนก็ได้เช่นกัน รับรองจะเป็นการรีดผ้าไม่ให้คืนตัวได้โดยง่ายอีกด้วย

cotton

2. ผ้าลินิน

          อีกหนึ่งชนิดผ้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในระยะหลังคือผ้าลินิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงานจะนิยมสวมใส่อย่างมาก เนื่องจากผ้าชนิดนี้มีคุณสมบัติในการดูดความชื้นได้ดีอย่างมาก และยังแห้งเร็วกว่าผ้าฝ้ายอีกด้วย ที่สำคัญยังทนความร้อนและรังสียูวีได้มากกว่าผ้าชนิดอื่น ๆ เหมาะกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย ซึ่งมีทั้งอากาศร้อนอบอ้าวจนเหงื่อตก หรือในบางวันก็มีฝนกระหน่ำลงมาแบบไม่ขาดสาย โดยข้อเสียของเส้นใยลินินคือ ไม่ทนทานหรือแข็งแรงเท่ากับผ้าฝ้ายหรือผ้าคอตตอน ทำให้วิธีรีดผ้าและซักผ้านั้นจะต้องทะนุถนอมอยู่สักหน่อย ที่สำคัญต้องรีดด้วยความร้อนสูง แต่ก่อนรีดแนะนำให้กลับตะเข็บจากด้านนอกเป็นด้านในเสียก่อน ไม่เช่นนั้น ผ้าลินินจะยับหรือมันเกินความจำเป็นได้ ซึ่งเป็นการรีดผ้าไม่ให้คืนตัวอย่างได้ผลดีทีเดียว

linen

3. ผ้าไหม

          อีกหนึ่งชนิดผ้าที่หรูหรา ใส่แล้วสง่างามนั่นก็คือ ผ้าไหม โดยจุดเด่นของผ้าไหมคือ เนื้อผ้าที่มันเงา ทิ้งตัวได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถดูดความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างประเทศไทย จุดเด่นที่น่าทึ่งของผ้าไหมอีกประการหนึ่งก็คือ หากสวมใส่ในสภาพอากาศที่เย็นจะทำให้ผู้ใส่รู้สึกอบอุ่นกว่าเดิม ด้วยเส้นไหมที่นำมาถักเป็นเนื้อผ้านั้นทนทานต่อการใช้งานไม่มากนัก ผู้ใช้จึงจำเป็นอย่างมากในวิธีการซักและรีด โดยผ้าไหมจะถูกแมลงต่าง ๆ กัดแทะได้ง่าย และเมื่อโดนรังสียูวีผ้าไหมจะเปลี่ยนสภาพอีกด้วย นอกจากนี้ ผ้าไหมจะขาดความยืดหยุ่นหากโดนน้ำ ดังนั้นทำให้การซักผ้าไหมค่อนข้างลำบากกว่าผ้าชนิดอื่น โดยต้องซักแห้งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และวิธีรีดผ้าไหมที่ถูกต้องอาจต้องรองด้วยผ้าขาวบางก่อน แล้วควรปรับใช้ไฟอ่อนสำหรับการรีดด้านนอก ทั้งนี้ ควรรีดผ้าอย่างเบามือ ไม่ใช้แรงมือกดหนัก เพื่อให้ผ้าไหมทิ้งตัวสวยเนี๊ยบกว่าเดิม

Silk

4. ผ้าขนสัตว์

          สำหรับผ้าขนสัตว์ ผ้าไหมพรม และผ้าสักหลาดคือ ผ้าที่ทุกคนสวมใส่เมื่อถึงหน้าหนาว หรือบางคนก็เลือกหยิบใส่กระเป๋าเดินทางเมื่อไปท่องเที่ยวเมืองหนาว โดยวิธีรีดผ้าประเภทนี้ทำได้ด้วยการใช้ผ้าขาวบางมารองก่อนจะรีด ซึ่งหากจะให้ดีควรใช้เตารีดไอน้ำ หรือเตารีดไอน้ำพกผ้าในการรีด แต่หากใช้เตารีดธรรมดารีด อาจจะนำผ้าขาวบางไปชุบน้ำแล้วบิดหมาด ๆ ก่อนแล้วค่อยทับด้วยเตารีด โดยควรกดทับเตารีดเป็นจุด ๆ ไป ห้ามถูไปถูมาแบบการรีดผ้าชนิดอื่น ๆ เด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้ผ้าเหล่านี้เสียทรงและอาจจะส่งผลทำให้รีดยากขึ้น

wool

. . . . . . . . . .

เคล็ดลับรีดผ้าให้เป็นกลีบ ช่วยให้ผ้าอยู่ทรง ไม่คืนตัวง่าย

          เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าวิธีการรีดผ้าให้เป็นกลีบนั้นเป็นเรื่องยาก หากคุณต้องการรีดให้เป็นกลีบ แนะนำให้ทำตามเคล็ดลับดังต่อไปนี้ก่อนลงมือรีด

1. ใช้แป้งข้าวโพดหนึ่งถ้วยตวง ใส่ในกระบอกฉีดสเปรย์ จากนั้นใส่น้ำร้อนลงไป 2 ถ้วยตวง เขย่าให้แป้งข้างโพดและน้ำร้อนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน 

2. นำผ้าที่ต้องการรีดวางบนที่รองรีด จากนั้นเสียบเตารีด แล้วตั้งความร้อนของเตารีดให้เหมาะสมกับเนื้อผ้า เพื่อป้องกันผ้าไหม้ วิธีรีดผ้าแบบนี้จะทำให้ผ้ารีดแล้วเรียบง่าย

3. วิธีการรีดอันดับต่อไป ให้กลับด้านในมาด้านนอก ไม่เช่นนั้น เสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายของคุณอาจจะเปื้อนคราบแป้งได้ 

ก่อนจะฉีดสเปรย์รีดผ้าที่ผสมแป้งข้าวโพดลงไปนั้นให้คุณเขย่าขวดสเปรย์อีกครั้ง แล้วจึงฉีดไปยังผ้าที่ต้องการรีด ระยะห่างระหว่างเครื่องแต่งกายของคุณกับกระบอกฉีดควรจะเป็น 11 นิ้ว เพื่อที่ละอองสเปรย์จะได้กระจายตัวอย่างล้ำลึกและปกคลุมไปทั่วบริเวณที่ต้องการ 

. . . . . . . . . .

เลือกประเภทของเตารีดอย่างไรให้เหมาะสมกับงานรีด

          สำหรับวิธีรีดผ้า คือ การทำให้เครื่องแต่งกายเรียบ เนี๊ยบ น่าใส่โดยใช้เตารีด และวิธีรีดผ้าให้เป็นกลีบก็เหมาะกับเครื่องแต่งกายที่ต้องการความประณีตและเสียทรงง่าย แต่ต้องระวัง หากรีดด้วยไฟแรง เพราะอาจจะทำให้ผ้าไหม้ได้ ซึ่งนอกจากจะต้องเรียนรู้วิธีในการรีดผ้าอย่างถูกต้องแล้ว เราควรมาทำความรู้จักประเภทของเตารีดกันด้วยจะดีที่สุด เพื่อให้คุณเลือกใช้เตารีดที่เหมาะสมกับการใช้งานอย่างแท้จริง

เตารีด

ประเภทของเตารีดไฟฟ้า

          นอกจากจะเรียนรู้วิธีรีดผ้าที่ดีแล้ว เราจะต้องรู้จักประเภทของเตารีดที่เหมาะสมกับงานรีดนั้น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งเตารีดมี 2 ประเภทหลักที่ควรนำมาใช้งานดังต่อไปนี้

1. เตารีดไฟฟ้าธรรมดา

          เตารีดแบบนี้หลายคนคุ้นเคยกันดีอย่างแน่นอน โดยการทำงานของเตารีดแบบนี้จะมีกระแสไฟฟ้าผ่านแผ่นความร้อนก่อน จากนั้นจะเกิดความร้อนส่งไปที่พื้นเตารีด ซึ่งเตารีดไฟฟ้าธรรมดาจะเหมาะกับผ้าบาง ๆ และวิธีรีดผ้าที่ไม่ต้องการแรงกด อย่างเช่น ผ้าชีฟอง ผ้าไนล่อน ผ้าไหม หรือผ้าโพลี่ แต่หากจะรีดผ้าหนา ๆ อาจจะต้องออกแรงกดเตาอยู่บ้างเพื่อให้ผ้าเรียบ โดยสิ่งที่ต้องระวังสำหรับการใช้เตารีดแบบนี้คือ ต้องระวังเมื่อเร่งไฟ โดยเมื่อปรับลูกบิดความร้อนจะไม่ได้ลดลงในทันที แต่จะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งควรที่จะทดลองรีดบนพื้นอื่นก่อน เพื่อให้แน่ใจเรื่องอุณหภูมิที่ได้ตามต้องการแล้วจริง ๆ จึงค่อยนำไปรีดบนเสื้อผ้าตามปกติต่อไป ข้อดีคือรีดเรียบ รีดเสื้อผ้าที่มีจีบง่าย เสื้อผ้าไม่ยับเร็ว และไม่กินไฟมากจนเกินไป แต่ข้อเสียคือทำให้เสื้อผ้าไหม้และเป็นคราบเหลืองง่าย ถ้าปรับอุณหภูมิไม่ดีเสื้อผ้าจะเสียหายง่ายมาก

2. เตารีดไอน้ำ

          สำหรับเตารีดประเภทนี้คือ เตารีดที่สร้างไอน้ำเองได้โดยไม่ต้องฉีด ทำให้การรีดผ้าสะดวกกว่าเดิม เป็นการรีดผ้าไม่ให้คืนตัวซึ่งเหมาะกับการรีดผ้าให้เป็นกลีบ โดยไอน้ำจะทำให้ใยผ้าคลายตัว ทำให้รีดง่าย ซึ่งเตารีดชนิดนี้จะมีการหยดน้ำไปที่แผ่นความร้อนเพื่อให้เกิดไอน้ำ แล้วพ่นไอน้ำไปที่หน้าเตา สามารถปรับระดับไอน้ำได้ในแบบต่าง ๆ เพื่อให้การพ่นไอน้ำเป็นไปตามที่ต้องการ ผ้าบางชนิดอาจจะต้องเปิดไอน้ำทำงานก่อนแล้วรีดเพื่อให้ใยผ้าเกิดการคลายตัว จากนั้นจึงปิดไอน้ำแล้วรีดด้วยเตารีดอย่างเดียว ก็จะทำให้ผ้าเรียบง่ายมากขึ้น ข้อดีคือรีดง่าย ปล่อยไอน้ำแล้วทำให้รีดเรียบเร็วขึ้น แต่ข้อเสียคือรูปล่อยไอน้ำมักจะอุดตันง่ายเพราะเมื่อใช้งานไปสักพักจะเกิดตะกรันที่รู ทำให้เสียหายง่าย และเมื่อใช้เป็นเวลานานจะมีน้ำรั่วออกมาจากรูไอน้ำ จึงทำให้รีดแล้วเสื้อผ้าก็ยังคงเปียกอยู่และอาจทิ้งคราบน้ำไว้ที่เสื้อผ้าได้ง่ายอีกด้วย

3. เครื่องรีดผ้าแบบกด

          สำหรับเครื่องรีดผ้าแบบกด จะมีการทำรูปแบบออกมาเป็นทรงแบนที่มีฝาด้านบนและด้านล่างคล้ายกับโต๊ะรีดผ้า เพียงแค่นำผ้าวางไว้แล้วกดฝาบนทับลงพร้อมการปรับอุณหภูมิต่าง ๆ ที่อยู่บนฝาเครื่องให้เรียบร้อย จากนั้นรอเวลา เครื่องจะทำการรีดเองอัตโนมัติ แต่คุณจะต้องพรมน้ำเองและต้องคอยขยับเสื้อผ้าให้อยู่ในจุดที่ถูกต้อง ซึ่งจะเหมาะกับชุดที่มีความหนาหรือรีดยากเป็นอย่างมาก ข้อดีคือสามารถรีดผ้าที่มีเนื้อผ้ารีดยาก ยับง่าย หรือเป็นผ้าหนาได้ดี รีดเร็ว ไม่เสียเวลาและเพียงแค่วางลงพร้อมพรมน้ำ จากนั้นกดเครื่องทับลงไปก็ทำให้เรียบง่ายทันที แต่มีข้อเสียคือบางจุดของเสื้อผ้าที่เป็นมุมเข้าถึงยากก็อาจจะทำให้รีดยากไปด้วย เสื้อผ้าที่มีเครื่องประดับติดอยู่ เช่น มุก, เข็มกลัด หรือวัสดุต่าง ๆ จะไม่สามารถใช้เครื่องรีดผ้าประเภทนี้ได้และถ้าเลือกอุณหภูมิไม่ดีอาจทำให้เสื้อผ้าเสียหายได้ง่ายอีกด้วย

4. เครื่องรีดไอน้ำ

           มาถึงเตารีดไอน้ำแบบยืนรีดได้จะมีลักษณะการทำงานคล้ายกับเตารีดไอน้ำปกติ แต่จะมีขนาดที่เบามือกว่า โดยจะมีเครื่องทำไอน้ำแยกออกมาเป็นหม้อด้านล่าง มีเสาเพื่อแขวนเตารีดที่มีลักษณะคล้ายฝักบัวทรงรีและมีท่อเพื่อผลิตไอน้ำเชื่อต่อกับหม้อด้านล่าง เมื่อต้องการใช้งานก็เพียงแค่ใส่น้ำตามจุดที่เครื่องระบุไว้ จากนั้นรอเวลาสักครู่ ไอน้ำจะเกิดขึ้นและพวยพุ่งออกมาจากเตารีดทรงรี คุณก็สามารถนำไปรูดตามเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ได้อย่างสะดวกทันที จากนั้นไม่นานเสื้อผ้าก็จะเรียบอย่างรวดเร็ว ข้อดีคือใช้งานง่าย ไม่เสียเวลา ใช้ได้กับทุกเนื้อผ้า แต่ข้อเสียคือถ้าใช้กับผ้ายืดที่มีความหนาจะเรียบยาก เข้าซอกของเสื้อหรือกางเกงไม่ค่อยถึง รีดให้ขึ้นจีบได้ยาก และค่อนข้างกินไฟเลยทีเดียว

. . . . . . . . . .

วิธีรีดผ้าที่ไม่ควรทำ

          การรีดผ้านั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งหลักการสำคัญในการรีดผ้านั้นก็มีดังต่อไปนี้

1. รีดโดยไม่ใช้น้ำยา

           การรีดผ้าในตอนที่ผ้าแห้งอาจจะทำให้ผ้าเรียบยาก ไม่สามารถคลายตัวจากรอยยับได้ การใช้น้ำยารีดผ้าจึงถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้ผ้าเรียบได้ง่าย ทำให้เตารีดเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้นด้วย แต่ก็ไม่ควรฉีดสเปรย์น้ำยาจนทำให้เนื้อผ้าเปียกไปทั้งผืน

2. หมุนระดับเตารีดไปที่ความร้อนสูงสุด

          บางคนติดนิสัยใจร้อน เมื่อเสียบปลั๊กได้ก็ปรับไปที่ความร้อนสูงสุด ซึ่งข้อเสียของวิธีรีดผ้าแบบนี้คือ ผ้าของเราจะขาด และอาจไหม้ ได้ ที่สำคัญยังเปลืองไฟด้วย ควรปรับระดับความร้อนให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าจะดีที่สุด 

3. ใช้น้ำยาอัดกลีบพร่ำเพรื่อ

          หลายคนคิดว่าน้ำยาอัดกลีบสามารถใช้แทนน้ำยารีดผ้าเรียบได้ แต่อย่างไรก็ดี น้ำยาประเภทนี้จะทำให้มีคราบติดอยู่บนเนื้อผ้าได้ ดังนั้น หากจะให้ดี ควรแยกประเภทว่าผ้าที่คุณจะรีดนั้น ต้องการอัดกลีบด้วยหรือไม่ หากไม่ใช่ผ้าที่จะต้องอัดกลีบก็ควรเลือกใช้น้ำยารีดผ้าเรียบแทนดีกว่า

4. รีดผ้าบางหลังสุด

          การรีดผ้าบาง ๆ นั้นไม่ต้องฉีดด้วยน้ำยารีดผ้าเลย และสามารถรีดได้เป็นชิ้นแรก ๆ ในขณะที่เตารีดยังไม่ร้อน การที่รีดผ้าบาง ๆ หลังสุดอาจจะทำให้เตารีดร้อนมากเกินไป ส่งผลให้ผ้าไหม้ได้ ซึ่งเป็นวิธีรีดผ้าแบบผิด ๆ

5. ละเลยการทำความสะอาดเตารีด

          การทำความสะอาดเตารีดเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การรีดผ้าง่ายขึ้น เพื่อให้คราบเหลืองหรือรอยไหม้นั้น ไม่กระทบกับผ้าของเรา ซึ่งวิธีการทำความสะอาดนั้นง่ายมาก แค่ใช้ของเหลวหรือเจลมาถูที่หน้าเตารีด แล้วใช้ผ้าขนหนูเก่าเช็ดออกก็จะทำให้รอยไหม้หลุดออกไปได้ง่ายแล้ว

. . . . . . . . . .

เคล็ดลับที่จะช่วยให้การรีดผ้าเป็นไปอย่างประหยัดไฟ

          หลายคนอาจจะกำลังมองหาวิธีรีดผ้าที่ช่วยในการประหยัดไฟ เนื่องจากการรีดผ้าเป็นการใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างมาก หากรีดแบบผิด ๆ อาจจะเปลืองไฟได้ ซึ่งการรีดผ้าให้ประหยัดไฟ แท้จริงแล้ว เราควรใส่ใจเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนของการซักตากกันเลยนั่นเอง ซึ่งก็มีวิธีการทำดังนี้

1. ซักผ้าอย่างถูกต้อง

          การซักผ้าอย่างถูกต้องจะทำให้รีดผ้าได้ง่าย โดยการซักอย่างเหมาะสมจะต้องขยี้ให้คราบสกปรกหลุดออกจนหมด และต้องซักจนผงซักฟอกหมดเกลี้ยงจากเนื้อผ้าเพื่อทำให้ผ้านั้นรีดง่ายดายยิ่งขึ้น

2. ตากผ้าอย่างถูกต้อง

          การตากผ้าจะต้องสะบัดผ้าจนรอยยับที่เนื้อผ้าหมดไป จากนั้นจึงแขวนด้วยไม้แขวนเสื้อ เพื่อให้ผ้าของคุณคงรูปอยู่ตลอดเวลา หากไม่สะบัดผ้าก่อนตาก จะทำให้ผ้ารีดยาก และยับง่าย ต่อให้คุณมีวิธีรีดผ้าที่ดีและเนี๊ยบแค่ไหน แต่สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้คุณรีดได้ยากขึ้นแน่นอน

3. รีดผ้าสัปดาห์ละครั้ง

          การรีดผ้าสัปดาห์ละครั้งคือ สิ่งที่ทุกคนควรทำ โดยควรรีดผ้าครั้งละมาก ๆ ไม่ควรรีดทีละตัวหรือรีดเมื่อจะสวมใส่เท่านั้น เพราะการมาคอยรีดทีละตัวสองตัวในภายหลังจะทำให้เปลืองไฟกว่าเดิม นับเป็นวิธีรีดผ้าที่ไม่ได้ช่วยให้เกิดการประหยัดไฟแต่อย่างใดเลย

4. เลือกโต๊ะรีดผ้าอย่างเหมาะสม

          หนึ่งในวิธีรีดผ้าที่ดี คุณควรรู้จักเลือกใช้โต๊ะรีดผ้าที่เหมาะสม โดยควรเลือกโต๊ะรีดที่สามารถปรับระดับความสูงให้พอดีกับสรีระร่างกายในขณะที่รีดได้ เพื่อช่วยให้ในขณะรีด คุณจะได้รีดง่าย และลดอาการปวดเมื่อยล้าจากการรีดนาน ๆ ไปในตัว

5. ทำความสะอาดหน้าเตารีด

          เตารีดควรทำความสะอาดเป็นประจำ เพื่อไม่ให้คราบที่อยู่หน้าเตากั้นขวางความร้อนไม่ให้ส่งผ่านไปยังเนื้อผ้าได้ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้การรีดผ้าใช้เวลานานและอาจทำให้เปลืองไฟมากขึ้น

6. ไม่ควรรีดผ้าตอนเปียก 

          การรีดผ้าที่เปียกหรือชื้น เตารีดจะต้องทำงานหนัก อีกทั้งยังใช้เวลานานในการทำให้ผ้าแห้งและเรียบนานขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะถือเป็นการเปลืองไฟไปด้วยในตัว ดังนั้นต้องตรวจสอบว่าผ้าของเรานั้นแห้งสนิทดีแล้วหรือไม่ และหากฉีดน้ำยารีดผ้าก็ไม่ควรฉีดให้เปียกมากเกินไป วิธีรีดผ้าแบบนี้จะทำให้เสียเวลารีดผ้ามากกว่าเดิมได้นั่นเอง

เตารีดผ้า

. . . . . . . . . .

ข้อควรระวังเพื่อให้การรีดผ้าเป็นไปอย่างปลอดภัย

  • ตรวจสอบปลั๊กเสียบไม่ให้ชำรุด
  • สายไฟที่ต่อระหว่างเตารีดกับปลั๊กต้องแน่น เนื่องจากวิธีรีดเสื้อจะต้องขยับสายไฟบ่อย หากมีการโยกคลอนตอนที่ใช้งานอาจเกิดอันตรายได้
  • ปลั๊กต้องเสียบกับเต้ารับให้แน่น ไม่ให้เกิดความร้อนที่ปลั๊กเสียบสูงเกินไป
  • ไม่วางเตารีดใกล้กับจุดที่ติดไฟง่าย เช่น กระดาษ เป็นต้น
  • ใช้สายไฟสำหรับเตารีดโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีการหุ้มฉนวนสองชั้น โดยชั้นนอกจะทนความร้อน
  • เมื่อใช้เตารีด ผู้รีดต้องยืนบนฉนวน เช่น แผ่นยางหรือแผ่นไม้ เพื่อป้องกันไฟดูด ซึ่งเป็นวิธีรีดผ้าที่ปลอดภัยมากที่สุด

. . . . . . . . . .

แนะนำน้ำยารีดผ้า 3 ยี่ห้อ รีดผ้าเรียบง่าย กลิ่นหอมติดทนนาน

          นอกจากเราจะศึกษาเรียนรู้วิธีรีดผ้าที่ถูกต้องแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าการเลือกใช้น้ำยารีดผ้าที่เหมาะสม ได้คุณภาพ ย่อมจะส่งผลทำให้การรีดผ้าได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งน้ำยารีดผ้าก็มีจำหน่ายด้วยกันหลากหลายยี่ห้อ ในวันนี้เราก็จะขอแนะนำยี่ห้อต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ดังนี้

1. Hygiene Pink Blossom Perfumed Smooth Starch

          น้ำยารีดผ้าเรียบจากแบรนด์ไฮยีน สูตร Pink Blossom Perfumed ซึ่งจะทำให้วิธีรีดผ้าเรียบได้อย่างง่ายดาย ประหยัดเวลา พร้อมช่วยขจัดกลิ่นอับชื้นและทำให้ผ้าหอมสดชื่น อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนจากเตารีดส่งตรงมายังผ้ามากเกินไป สามารถซื้อใช้ได้ด้วยราคาเบา ๆ แบบถุงรีฟีลเพียงถุงละ 50 - 100 บาท

2. Essence Smooth Ironing Perfumed Spray (Floral)

         อีกหนึ่งแบรนด์ที่อยู่ในใจหลายคนมานานแสนนาน นั่นก็คือน้ำยารีดผ้าเอสเซนส์ สูตร Smooth Ironing Perfumed Spray มีจุดเด่นคือ การเคลือบและถนอมผ้าให้รีดได้ดีกว่าเดิม ผ้าไม่คืนตัว จัดทรงง่าย ไม่ทำให้เกิดคราบ ทำให้ผ้าไม่โดนแสงแดดทำร้าย ผ้าหอมตลอดเวลา ถือเป็นหนึ่งในเคล็ดลับสู่วิธีรีดเสื้อที่จะช่วยให้ประหยัดเวลาอย่างยิ่ง โดยราคาถุงรีฟีลเพียงถุงละ 16 - 30 บาทเท่านั้น!

3. Fineline Fabric Starch Pleasure Pink

          สำหรับไฟน์ไลน์เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่น่าสนใจอย่างมาก เป็นสูตร Fabric Starch Pleasure Pink โดยมีคุณสมบัติโดดเด่น คือทำให้ผ้ารีดลื่นและหอมได้อย่างยาวนาน ลดกลิ่นอับบนเนื้อผ้า ป้องกันผ้าจากความร้อนในการรีดผ้า พร้อมเสริมคุณภาพด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่ม จึงช่วยให้การรีดผ้าเป็นกลีบสามารถทำได้ง่ายขึ้นพร้อมกัน ผ้าจึงเรียบ นุ่ม และหอมตลอดทั้งวันด้วยราคาเพียงถุงละ 60 - 100 บาท

น้ำยารีดผ้า

. . . . . . . . . .

          หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการให้วิธีรีดผ้านั้นมีประสิทธิภาพ รีดง่าย ใช้เวลาไม่นาน ควรเลือกใช้วิธีรีดผ้าที่เราแนะนำไปจะดีที่สุด รับรองว่าการรีดผ้าสำหรับคุณจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแน่นอน และนี้ก็เป็นเคล็ดลับที่นิวบ์อยากบอก ครั้งต่อไป CondoNewb จะแนะอะไรอีกต้องติดตามกันนะ