logo

ตู้เสื้อผ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องมีติดไว้ภายในบ้านหรือคอนโด ซึ่งโดยปกติแล้วมีรูปแบบที่ค่อนข้างหลากหลาย ทำจากวัสดุที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงแต่ละประเภทก็จะมีข้อดีข้อด้อยที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การเลือกให้เหมาะสมเข้ากับบรรยากาศและพื้นที่การติดตั้งภายในบ้านหรือคอนโดถึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการเลือกตู้เสื้อผ้านั่นเอง

. . . . . . . . . .

ความจำเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ขาดไม่ได้ภายในบ้านคอนโด

          เพราะตู้เสื้อผ้าเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่มีความสำคัญพอ ๆ กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ตราบใดที่เสื้อผ้ากับการแต่งตัวนั้นยังคงเป็นของคู่กันกับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิง ผู้ชาย เด็กหรือผู้สูงวัยที่จำเป็นต้องสวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมลงตัว กับบุคลิกรวมถึงอายุ ดังนั้น คนในแต่ละช่วงวัยจะมีเสื้อผ้ารวมถึงเครื่องนุ่งห่มที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นการมีตู้เสื้อผ้าที่ตอบโจทย์ครบทุกฟังก์ชั่นถึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาก่อนติดตั้ง

ประโยชน์ของตู้เสื้อผ้า สำคัญอย่างไร เหตุใดถึงต้องมี?

 1. มีไว้จัดเก็บเสื้อผ้า

          ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คนในแต่ละช่วงวัยมีการสวมใส่เสื้อผ้าที่แตกต่างกันออกไป ตู้ถึงถูกพัฒนาให้มีหลายรูปแบบและมากฟังก์ชั่น ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

 2. ง่ายต่อการหยิบใช้งาน

          เพราะภายในตู้เสื้อผ้ามักมีการแบ่งช่องเก็บ ราวแขวน ลิ้นชักและอื่น ๆ สำหรับเสื้อผ้ารวมถึงเครื่องนุ่งห่มอื่น ๆ เอาไว้แล้วในแต่ละหมวดว่า ควรจัดเก็บเอาไว้ตรงส่วนใดกันบ้าง

 3. ทำให้ห้องดูเป็นระเบียบ

          การมีตู้สำหรับจัดเก็บเสื้อผ้า ทำให้มองไปแล้วสบายตาและดูไม่รกอีกทั้งยังเป็นการฝึกนิสัยให้กับสมาชิกตัวน้อยให้รู้จักการจัดวางที่เหมาะสม

 4. มีหลากหลายการใช้สอย

          ตู้ใส่เสื้อผ้ามีหลายแบบ บางรุ่นมาพร้อมการกรุกระจกเงาตกแต่งบนหน้าบานนอก หากเลือกตามความเหมาะสม นอกจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องให้ดูน่าอาศัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ตู้เสื้อผ้าถูกจัดว่าเป็นงานตกแต่งประเภทหนึ่งโดยเฉพาะในรูปแบบบิวท์อินและตู้แบบ Walk-In Closet

 5. ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของพื้นที่ภายในห้อง

          ตู้บางประเภทหากเลือกรูปแบบที่เหมาะสม พื้นที่ภายในจะถูกใช้สอยอย่างลงตัวและเหมาะสม

. . . . . . . . . .

ความแตกต่างของตู้แต่ละแบบ มีอะไรบ้าง?

          การเลือกตู้ สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ ต้องเลือกให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน อีกทั้งควรมีการเลือกลวดลายรวมถึงสีสันให้เข้ากับลักษณะและบรรยากาศภายในห้องดังที่กล่าวไปข้างต้น เพื่อทำให้ภาพรวมของห้องที่จัดวางตู้เสื้อผ้าจะใช้ระบบ Knock Down หรือ Built-In อย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อติดตั้งแล้วต้องเข้ากันและดูลงตัวจนน่าอาศัย มาถึงประเภทของตู้ใส่เสื้อผ้าซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายประเภทมีอะไรบ้าง รายละเอียดมีดังนี้

1. ตู้เสื้อผ้า Knock Down

          เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถถอดแยกชิ้นส่วนและนำมาประกอบใหม่ได้ ค่อนข้างมีความหลากหลายในเรื่องของการ Design มีความแตกต่างที่ขนาดและน้ำหนัก รวมถึงหน้าบานไม่ว่าจะเป็นบานเลื่อน บานพับ หรือบานเฟี้ยม

ข้อดี

  • เป็นตู้ Knock Down ที่มีแบบให้เลือกได้หลายลาย
  • ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย
  • สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย เปลี่ยนตำแหน่งได้ตามชอบ

ข้อด้อย

  • มีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าตู้ที่ทำจากไม้แท้และไม้อัด เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของการผลิตที่ค่อนข้างยุ่งยากอีกทั้งเครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิตตู้ในแต่ละใบยังมีราคาสูงอีกด้วย

ตัวอย่างตู้แนะนำ

          ตู้เสื้อผ้า SB Furniture รุ่น Palazzo ขนาด 180x60x230 ซม. ราคา 28,500 บาท มีข้อเด่นคือ หน้าบานเป็นงานไฮกลอส บานเลื่อนเปิดใช้งานง่าย แม้กระทั่งติดตั้งในพื้นที่จำกัด มีสารฟอร์มัลดีไฮด์น้อยกว่า 0.005% ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อาศัย

2. ตู้เสื้อผ้าประกอบสำเร็จหรือตู้ลอยตัว

          เป็นผลิตและประกอบกันเป็นตัวตู้จากนั้นถึงนำมาจำหน่าย ผู้ซื้อสามารถยกไปวางที่ห้องได้เลย

ข้อดี

  • ราคาถูก เคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้
  • ลดปัญหาเรื่องฝุ่นเพราะผลิตสำเร็จมาจากโรงงาน

ข้อด้อย

  • มีรูปแบบและขนาดที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้เลือกได้น้อย เพราะเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ต้องผลิตซ้ำ ๆ

ตัวอย่างตู้แนะนำ

          ตู้เสื้อผ้า Koncept รุ่น Hanz ขนาด 150x60x180 ซม.ราคา 5,900 บาท มีข้อเด่นคือ เป็นตู้สไตล์โมเดิร์น หน้าบานเปิด 3 บาน ลิ้นชัก 3 ชิ้น ทำให้เก็บของได้อย่างเป็นระเบียบ

3. ตู้เสื้อผ้าแบบลิ้นชัก

          มีลักษณะเป็นลิ้นชักที่ถูกออกแบบมาให้มีความลึกเพื่อที่ว่าจะสามารถบรรจุเสื้อผ้าลงในกล่องได้ในปริมาณมาก ๆ

ข้อดี

  • สามารถแยกประเภทของเสื้อผ้าได้อย่างเป็นหมวดหมู่
  • น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับคนที่มีพื้นที่น้อย

ข้อด้อย

  • มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ โดยปกติ ตู้ประเภทนี้จะถูกกำหนดขนาดมาแล้ว แต่ถ้าหากพื้นที่ภายในห้องมีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่าก็ไม่สามารถจัดวางได้หรือถ้าจัดวางไปแล้วก็จะดูไม่เป็นระเบียบ

ตัวอย่างตู้แนะนำ

          ตู้เสื้อผ้า Index รุ่น มอลลี่ - สีเลอร์บานา ไม้โอ๊ค กว้าง 80x49.7x98.3 ซม. ราคา 3,990 บาท มีข้อเด่นคือ ผิวไม้เรียบเนียน ไม่มีเสี้ยน ใช้แล้วปลอดภัย มีค่าสารฟอร์มัลดีไฮด์น้อยกว่า 0.008 มก. ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

4. ตู้เสื้อผ้าบิวท์อิน (Built-In)

          หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Fixed-Furniture เป็นตู้สั่งทำที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ภายในห้องโดยเฉพาะ เช่น ในเรื่องความสูงที่อาจเกินปกติที่ตู้ธรรมดาทั่ว ๆ ไปไม่สามารถทำได้ มีแต่ตู้บิวท์อินเท่านั้นที่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ ทำให้ได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายในห้องได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจนไม่เหลือพื้นที่ว่างใด ๆ ไว้

ข้อดี

  • เป็นตู้สั่งทำที่ผลิตขึ้นมาเพื่อเจ้าของห้องโดยเฉพาะ สามารถเลือกแบบ สไตล์และลวดลายได้เองตามชอบ
  • เหมาะสำหรับแปลนห้องที่มีลักษณะแปลก ๆ จนไม่สามารถวางตู้แบบลอยตัวได้
  • มีความสวยงาม กลมกลืนไปกับห้อง เพราะงานบิวท์อินมักจะติดตั้งตัวตู้ให้มีความสูงเสมอฝ้าโดยปิดแผ่นซีลบนล่างเอาไว้ตอนจบงาน

5. ตู้เสื้อผ้า Walk-In Closet

          เป็นอีก 1 ตู้ในฝันสำหรับหลาย ๆ คน เพราะมีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย ความหมายของ Walk-In Closet หมายถึง ที่เก็บเสื้อผ้าขนาดใหญ่ เท่ากับว่า จะมีการใช้พื้นที่ใน 1 ห้องทั้งหมดสำหรับการจัดเก็บเสื้อผ้า กระเป๋าเดินทางรวมถึงข้าวของอื่น ๆ ได้มากมาย นอกเหนือจากนั้น ยังสามารถเก็บเครื่องประดับ ตุ้มหู สร้อยคอ นาฬิกา กระเป๋าถือ เน็กไท ถุงน่อง เข็มขัดและอื่น ๆ ได้ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด

ข้อดีและลักษณะของตู้ Walk-In Closet

          มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ

  • รูปแบบแรก Walk In Closet แบบมีหน้าบาน ป้องกันเสื้อผ้าจากไรฝุ่นได้ดี ทำให้ห้องดูเป็นระเบียบ
  • รูปแบบที่ 2 Walk-In Closet แบบไม่มีหน้าบาน สะดวก ไม่ต้องเปิดตู้ก็สามารถหยิบเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับอื่น ๆ มาสวมใส่ได้เลย

ข้อด้อย

          ของตู้ทั้ง 2 แบบไม่ว่าจะเป็นในส่วนของงาน Built-In หรือ Walk-In Closet มีความคล้ายคลึงกันดังนี้

  • เมื่อติดตั้งเข้าพื้นที่ได้แล้ว ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้อีก
  • ราคาตู้ค่อนข้างสูง เพราะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการติดตั้งจากทีมช่างผู้ชำนาญงานรวมถึงอาจต้องเผื่อค่าใช้จ่ายในส่วนของงบที่อาจจะบานปลายไปบ้างหลังประเมินราคา เช่น บางตำแหน่งในช่วงติดตั้งอาจต้องเพิ่มปริมาณไม้ซึ่งทุกชิ้นถือว่าเป็นค่าวัสดุที่ทางผู้รับเหมาจำต้องคิดราคา
  • ไม่สามารถติดตั้งเองได้ เวลาซ่อมตู้ ต้องเรียกช่างเข้ามาแก้ปัญหาให้ งานถึงจะจบและอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหากการชำรุดนั้นไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญา
  • มีปัญหาเรื่องฝุ่นในช่วงเข้ามาติดตั้งงาน เพราะต้องนำชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นมาประกอบกันเป็นตัวตู้ขึ้นจากหน้างานส่งผลทำให้เจ้าของบ้านจำต้องหาทางป้องกันฝุ่นเอาไว้บ้าง
  • มีระยะเวลาติดตั้งงานที่ยาวนานกว่าตู้แบบอื่น ๆ เพราะต้องประกอบตู้และแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ไปพร้อม ๆ กัน

. . . . . . . . . .

วัสดุที่ใช้ในการทำตู้เสื้อผ้า

          ในส่วนของวัสดุที่ใช้ประกอบเป็นตู้ก็มีหลายชนิด ขึ้นอยู่กับงบประมาณและพื้นที่ภายในห้อง

1. วัสดุตู้จากไม้

 1.1 ตู้เสื้อผ้าไม้อัด

          เกิดจากการนำไม้หลาย ๆ ชนิดหรือทำจากไม้ประเภทเดียวกันจากนั้นให้กลึงหรืออาจจะใช้การฝานแผ่นไม้ให้เป็นแผ่นบาง ๆ ความหนาตั้งแต่ 1 - 4 มิลลิเมตร กระทั่งเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายนั่นก็คือนำมาอัดติดกันโดยใช้กาวเป็นตัวประสาน เทคนิคในการสร้างลวดลาย ให้วางแนวเสี้ยนของไม้แต่ละแผ่นนำมาตั้งฉากกัน แผ่นไม้จะถูกอบแห้งในเตาอบ ขนาดมาตรฐานของไม้อัด กว้าง 4 ฟุต ยาว 8 ฟุต ความหนามีตั้งแต่ 4,6,8,10,15 และ 20 มิลลิเมตร

ข้อดีของไม้อัด

  • มีความแข็งแรง เนื้อไม้ไม่หดหรือขยายตัว
  • สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าไม้ทั่ว ๆ ไป
  • เมื่อติดตั้งงานที่ทำมาจากไม้อัด สามารถเป็นฉนวนกันความร้อนได้ค่อนข้างดี
  • ทนน้ำ ไม่บวม หากวันใดวันหนึ่ง เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

 1.2 ไม้สังเคราะห์

          มีหลายแบบและมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้เฌอร่า เป็นต้น วัตถุประสงค์ ผลิตขึ้นเพื่อทดแทนไม้จริงที่มีราคาสูงและเริ่มหายาก ในส่วนของลวดลายนั้น สามารถเลียนแบบลายไม้จากธรรมชาติ โดยมีจุดเด่นนั่นก็คือ ตัวเสี้ยนไม้สามารถทำสีให้เหมือนไม้จริงได้ ซึ่งไม้สังเคราะห์แบ่งรูปแบบการผลิตออกเป็น 2 ประเภทนั่นก็คือ มีส่วนผสมของไม้จริงหรือไฟเบอร์ และอีกประเภท ไม่มีส่วนผสมของไม้จริงอยู่เลย

ข้อดีของไม้สังเคราะห์

  • เลือกสีเลือกลายได้ค่อนข้างหลากหลา
  • หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง
  • มีความแข็งแรง ไม่บิดงอ อีกทั้งยังไม่ผุง่ายเหมือนไม้จริง
  • มอดปลวกไม่ทำลาย ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

 1.3 ไม้แท้

          ไม้แท้ที่คนส่วนใหญ่มักนิยมนำมาทำตู้ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้สักเพราะมีลายไม้ที่สวยงามดูอบอุ่นกว่าไม้ประเภทอื่น รองลงมาถึงเป็นไม้โอ๊ค เพราะสามารถคุมบรรยากาศภายในห้องได้มากกว่าไม้ชนิดอื่น

ข้อดีของไม้แท้

  • มีความแข็งแรงคงทน ถ้าตัดในช่วงอายุที่เหมาะสมอีกทั้งดูสวยงามอันเนื่องมาจากลายไม้จริงที่ดูเป็นธรรมชาติ ส่งผลทำให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่น

ข้อด้อยของวัสดุไม้ทั้งหมด

  • ไม้ทั้ง 3 ประเภท ไม่ว่าจะเป็น ไม้อัด ไม้สังเคราะห์ และไม้แท้ ราคาจะค่อนข้างสูงอีกทั้งมีน้ำหนักมาก เวลาเคลื่อนย้ายค่อนข้างลำบาก
  • ไม้แท้ ไม้อัดและไม้สังเคราะห์ หากใช้งานไปสักพัก โอกาสที่จะโดนมอด แมลง หรือปลวกบุกทำลายมีโอกาสค่อนข้างสูง ทำให้ต้องหมั่นฉีดน้ำยากันแมลงและปลวกตรงบริเวณนอกบ้านอยู่บ่อย ๆ
  • ในส่วนของไม้อัด มักเกิดเชื้อราขึ้นได้ง่ายหากมีความชื้น
  • ความที่เป็นไม้และมีส่วนผสมทำมาจากไม้ ทำให้ติดไฟง่าย ควรติดตั้งให้ไกลจากแหล่งความร้อน
  • ในกรณีของไม้แท้และไม้อัด อาจมีเสี้ยน มักพบตรงสันขอบหรือบริเวณหน้าบานตู้ได้ ดังนั้น ก่อนติดตั้งควรตรวจสอบ
  • ไม้สังเคราะห์และไม้จริง เมื่อใช้งานไปสักพักจะเกิดการซีดจางของไม้ได้ ต้องคอยทาสีย้อมไม้เอาไว้เพื่อคงสภาพเดิมให้มากที่สุด

2. ตู้เสื้อผ้าพลาสติก

          เป็นตู้ที่สามารถประกอบเองได้ น้ำหนักเบาอีกทั้งจะขยับเปลี่ยนมุมหรือเคลื่อนย้ายไปไหนก็ได้

ข้อดีของตู้พลาสติก

  • ราคาถูก มีแบบ รูปทรง รวมถึงลวดลายให้เลือกได้หลายแบบ

ข้อด้อย

  • มีข้อจำกัดในเรื่องความแข็งแรง ทนได้ถึงระดับหนึ่งเท่านั้น

ตัวอย่างตู้แนะนำ

          ตู้เสื้อผ้า IKEA รุ่น Vuku ขนาดกว้าง 75x51x149 ซม. ราคา 599 บาท มีข้อเด่นคือ สะดวกในการโยกย้ายตำแหน่งไปไหนก็ได้ ทำจาก พลาสติกโพลีเอสเตอร์ ทำความสะอาดง่าย

3. ตู้เสื้อผ้าโลหะ

          ผลิตจากเหล็กคุณภาพดี ผ่านกระบวนการพ่นสีและอบความร้อนสูง โครงสร้างภายในเสริมด้วยแผ่นชั้นและราวแขวน สามารถรับน้ำหนักปริมาณเสื้อผ้าได้ในปริมาณมาก

ข้อดีของตู้โลหะ

  • มีความแข็งแรง ปลอดภัยจากปลวกและมอด
  • ป้องกันการเกิดสนิมเมื่อต้องเจอสภาวะความชื้น

ข้อด้อย

  • ควรระมัดระวังในเรื่องความแหลมคมที่อยู่ตามขอบและมุมเฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก

ตัวอย่างตู้แนะนำ

          ตู้เสื้อผ้า Homepro รุ่น Kiosk สีดำ ราคา 6,050 บาท มีข้อเด่นคือ ผลิตจากเหล็กหนา 0.5 มม. เคลือบสีด้วยระบบ Epoxy ทำให้ไม่เป็นสนิม จัดเก็บเสื้อผ้าและของใช้เอนกประสงค์ได้

4. ตู้เสื้อผ้าบานกระจก

          รูปแบบการติดตั้งกระจกลงบนหน้าบานมีให้เลือก 2 แบบ นั่นก็คือ ติดตรงบริเวณหน้าบานด้านในสำหรับผู้ที่ติดตั้งตู้ไว้ตรงบริเวณปลายเตียง หรือจะเป็นบานไม้ตรงบริเวณหน้าบานด้านนอกไกลจากรัศมีเตียง เป็นต้น สำหรับกระจกที่ใช้ในการติดตั้ง นิยมใช้ความหนาที่ 5 มม. เจียริม ซึ่งมีอยู่ ด้วยกัน 2 ประเภท

 4.1 กระจกเงา

          เป็นการนำกระจกใสหรือกระจกสีมาฉาบผิวด้านหนึ่งด้วยโลหะเงินแล้วเคลือบด้วยสีหรือเชลแล็กอีกชั้นทั้งนี้เป็นไปเพื่อป้องกันการขูดขีดหรือหลุดร่อนของโลหะเงิน

 4.2 กระจกใส

          คือกระจกที่มีลักษณะโปร่งแสง สามารถมองทะลุผ่านทั้ง 2 ด้านไม่ว่าจะเป็นภายในและภายนอกได้อย่างชัดเจน

ข้อดีของตู้กระจก

  • สะดวก สามารถแต่งหน้าแต่งตัวได้ในทันที
  • สร้างบรรยากาศภายในห้องให้ดูสวยงามและกว้างขึ้น

ข้อด้อย

  • การใช้งานควรระมัดระวัง กระจกอาจแตกได้หากซุ่มซ่าม

ตัวอย่างตู้แนะนำ

          ตู้เสื้อผ้า SB Furniture รุ่น Hakone ขนาด 160x65.5x200 ซม. ราคา 18,550 บาท มีข้อเด่นคือ เป็นตู้บานเลื่อนระบบ Anti-Jump ซึ่งเป็นระบบที่เวลาเปิดตู้แล้ว จะไม่รู้สึกฝืดอีกทั้งยังไม่ตกราง และวิธีการกรุกระจกบนหน้าบาน นอกจากได้ในเรื่องของความสวยงามแล้ว ยังทำให้ห้องดูกว้างขึ้น

. . . . . . . . . .

ตำแหน่งการจัดวาง ติดตั้งตู้เสื้อผ้าที่เหมาะสม

          การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเป็นเรื่องสำคัญ เบื้องต้นให้ดูขนาดห้องเป็นหลัก โดยจะขอเริ่มจากแปลนห้องขนาดเล็ก หากจัดวางผิดตำแหน่งหรือมีขนาดตู้ที่ดูไม่เหมาะสมกับตัวห้อง บรรยากาศจะดูทึบไม่น่าหลับนอนไปเลยในทันที สำหรับคนที่ต้องการใช้ห้องนอนขนาดเล็กติดตั้งตู้เสื้อผ้า ในส่วนของห้องขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดมักพบปัญหาการจัดวางน้อยกว่าห้องขนาดเล็ก ด้วยแปลนห้องที่เอื้อประโยชน์มากกว่า เราสามารถที่จะจัดวางตู้ไว้ตรงตำแหน่งใดก็ได้ดังนี้

1. ฝั่งตรงข้ามกับเตียงนอน

          ปลายเตียงหรืออาจติดตั้งตู้เยื้องไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสายตาเวลาตื่นจนเกินไป โดยมีระยะห่างระหว่างปลายเตียงกับตัวตู้ประมาณ 3 ฟุตถึงจะดูเหมาะสม ด้วยเหตุผลสองประการนั่นก็คือ

  • การก้าวขาลงจากเตียงแล้วไม่ติดปัญหาเรื่องพื้นที่รวมถึงตอนเปิดประตูตู้ที่บางคนนิยมใช้เป็นตู้บานเปิด แต่ถ้าต้องการความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นห้องขนาดเล็กหรือใหญ่ โดยปกติแล้วให้ใช้ตู้บานเลื่อนจะไม่ไม่เปลืองพื้นที่ในการเปิดตู้มาก อีกทั้งยังได้ทั้งความสวยงามดูเป็นระเบียบและที่ลืมกล่าวไปไม่ได้เลยนั่นก็คือ
  • ควรหลีกเลี่ยงบานเลื่อนกระจกเมื่อตำแหน่งติดตั้งตัวตู้อยู่ตรงปลายเตียง ด้วยเหตุผลที่ว่า หากเราตื่นขึ้นมาแล้วเห็นเงาของตัวเองอยู่ในกระจกในสภาพที่บางครั้งอาจดูไม่เหมาะสมอันเกิดจากความไม่ตั้งใจของตัวเราเอง บางจังหวะ อาจทำให้รู้สึกตกใจได้ซึ่งเป็นข้อแนะนำ แต่ถ้าใครไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ก็สามารถติดตั้งตู้บานกระจกได้

2. แนวเดียวกันกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น

          โต๊ะเครื่องแป้งก็สามารถติดตั้งตู้ในแนวเดียวกันได้ โดยเลือกสีและลายให้ดูเข้ากัน ข้อดีของการติดตั้งตู้ใกล้โต๊ะเครื่องแป้งนั่นก็คือความสะดวก ทำให้แต่งหน้าแต่งตัวได้เร็วขึ้น

3. ตั้งชิดมุมห้อง

          จัดว่าเป็นพื้นที่ ๆ มีการใช้สอยน้อยที่สุด เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้จัดวางตู้เสื้อผ้าแทนโต๊ะทำงานที่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากกว่าในการวางอุปกรณ์ แนะนำให้ใช้ตู้บานเลื่อนซึ่งดูไปแล้วเหมาะสมกว่าบานเปิดที่ต้องใช้พื้นที่ด้านหน้าในการเปิดประตูเพื่อหยิบจับเสื้อผ้ารวมถึงเครื่องนุ่งห่มอื่น ๆ

จุดที่ควรเลี่ยงวางตู้เสื้อผ้า

ทิศทางที่ตั้งของหน้าต่าง ส่งผลต่อการติดตั้งตู้ เพราะเราคงไม่สามารถปิดผ้าม่านเอาไว้ได้ตลอดเวลา ก็คงมีบ้างที่จะเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงแดดส่องเข้ามาไล่ความอับชื้นที่มีอยู่ภายในห้อง ๆ จะได้ปลอดโปร่ง ในทางกลับกัน บางคนอาจจะเปิดทั้งหน้าต่างและผ้าม่านเอาไว้ทั้งวัน หากตู้ใส่เสื้อผ้าสัมผัสแสงแดดอยู่บ่อย ๆ อาจจะส่งผลทำให้ตู้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยเฉพาะตู้ที่ทำจากไม้แท้ที่มักมีการยืดและขยายของตัวไม้อยู่ตลอดเวลา ทำให้เปลี่ยนสภาพ ไม่เพียงแค่ปัจจัยทางด้านแสงแดด ในบางครั้งที่ลืมปิดหน้าต่าง ฝนก็ส่งผลต่อความแข็งแรงของตัวตู้อีกเช่นกัน

          ตำแหน่งที่ตั้งของห้องน้ำ เป็นอีก 1 จุดที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับตู้เสื้อผ้าที่ผลิตมาจากไม้ เมื่อใช้งานไปนานวันเข้า ความชื้นที่ถูกสะสมจะสร้างความเสียหายต่อตัวตู้และเสื้อผ้าได้

. . . . . . . . . .

จัดการอย่างไร หากตู้เสื้อผ้ามีปัญหาแมลงขึ้น มีกลิ่นเหม็นอับ หรือเชื้อรา

          เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าปล่อยให้กลิ่นอับชื้นหรือเชื้อรามีอยู่ในตู้เสื้อกลิ่นดังกล่าวจะลอยมาติดอยู่บนเนื้อผ้าแทน เรามีแนวทางดี ๆ มานำเสนอค่ะ

  1. น้ำส้มสายชู ใส่ขวดสเปรย์ ฉีดให้ทั่วตู้รวมถึงลงบนเสื้อผ้า เปิดประตูแล้วทิ้งไว้จนกว่าจะแห้ง หมดปัญหาเรื่องกลิ่นอับรวมถึงเชื้อราได้
  2. น้ำยาล้างจานสามารถกำจัดเชื้อราได้ ให้นำมาผสมน้ำเพียงเล็กน้อย ใช้แปรงจุ่มและนำมาขัดเชื้อราที่มีอยู่ในตู้ จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาด ๆ เช็ดและทำความสะอาดก็สามารถขจัดเชื้อรารวมถึงกลิ่นอับชื้นได้
  3. มาถึงการกำจัดแมลง มีเคล็ดลับง่าย ๆ ให้นำผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์ กลิ่นเลมอนรวมถึงกลิ่นซิตรัสไปฉีดในตู้ กลิ่นพิเศษจากส่วนผสมดังกล่าวข้างต้นสามารถไล่แมลงให้ออกไปจากตู้เสื้อผ้าได้
  4. ทรายแมว จะมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์แม้แต่ฉี่แมวที่มีกลิ่นฉุนยังสามารถดูดซับออกไปได้ นับประสาอะไรกับกลิ่นอับที่อยู่ภายในตู้ วิธีการให้นำทรายแมวใส่ถ้วยหรือกล่องพลาสติก จากนั้นนำไปวางไว้ในตู้ เพียงเท่านี้ก็สามารถขจัดกลิ่นอับชื้นออกไปจากตัวตู้ได้แล้ว 
  5. น้ำมะนาว อย่ามองข้าม นอกจากนำมาปรุงอาหารได้แล้ว ยังสามารถนำมาใช้ขจัดกลิ่นอับชื้นรวมถึงเชื้อราภายในตู้ได้ วิธีการให้ผสมน้ำมะนาวลงไปในน้ำอุ่น ใช้ผ้าชุบน้ำบิดพอหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดตู้แล้วปล่อยให้แห้ง หรืออีกหนึ่งวิธีนั่นก็คือ ใช้สำลีชุบน้ำมะนาวแล้วนำไปวางไว้ในตู้เสื้อผ้า วิธีนี้นอกจากไม่ต้องเปลืองแรงแล้วยังช่วยในการขจัดกลิ่นอีกด้วย

. . . . . . . . . .

          จะเห็นได้ว่าตู้เสื้อผ้านั้นมีลักษณะ รูปแบบ รวมถึงวัสดุที่ใช้ในการผลิตที่แตกต่างกันออกไปซึ่งตู้แต่ละแบบก็จะมีข้อดีและข้อด้อยที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการจะนำมาใช้งาน ควรดูความเหมาะสมรวมถึงความต้องการของตัวผู้ติดตั้งเองแล้วจะรู้ว่า แนวทางดังกล่าวหากนำมาปฏิบัติ เราจะได้ตู้ที่มาพร้อมความสวย ดูลงตัวและได้ใช้ประโยชน์เต็มที่หลังติดตั้ง หากชื่นชอบสาระน่ารู้เรื่องบ้านและคอนโดที่เรานำมาแบ่งปันกัน ก็สามารถติดตามเพิ่มเติมได้อีกทางเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ การลงทุน และไอเดียเรื่องการตกแต่งทาง CondoNewb ได้เลย