logo

          ของใช้ส่วนตัวอย่าง ผ้าห่มที่มีมูลค่าไม่สูงมากแต่กลับสร้างคุณค่าให้กับมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะผ้าไม่ได้มีประโยชน์เพียงเพื่อการควบคุมอุณหภูมิและรักษาความอบอุ่นของร่างกาย ในยามที่อากาศรอบนอกหนาวเย็นเท่านั้น แต่ผ้ายังช่วยสร้างคุณค่าทางอารมณ์ความรู้สึกให้กับมนุษย์ได้อย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เช่น ผ้าห่มการ์ตูน ที่มีสีสัน ลวดลายตามจินตนาการ เป็นที่ถูกตาต้องใจและชื่นชอบของหนูๆ วัยซนทั้งหลายที่อาจหลับไม่ได้หากไม่ได้กอดผ้าผืนโปรดนอน

          และหลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมบ้านเมืองไทยเราแม้อากาศจะไม่หนาวเย็นมากมายแต่เราก็ยัง การผลิตผ้าห่มชนิดต่าง ๆ ออกมาวางจำหน่ายกันอย่างมากมาย ก็ต้องขอบอกว่าเพราะแม้อุณหภูมิภายนอกห้องหรือบ้านจะร้อนอบอ้าวเพียงใด แต่คนไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองส่วนมากนิยมเปิดเครื่องปรับอากาศในเวลานอนเพื่อสร้างความเย็นสบาย ทำให้หลับง่ายกว่าห้องที่มีอากาศอบอ้าว มีเหงื่อออกจนทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ และความเย็นที่เกิดขึ้นโดยเครื่องปรับอากาศตามห้องนี่เอง ที่ทำให้ยังคงมีความจำเป็นและถูกซื้อหากันอย่างแพร่หลายในสังคมไทยเรื่อยมา จนมีการพัฒนารูปแบบสีสัน วัสดุที่ใช้ทำ อย่างต่อเนื่องกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ารวมไม่น้อยหน้าสินค้าเครื่องใช้ เครื่องนอนในบ้านอื่นๆ เลยก็ว่าได้

 

. . . . . . . . . .

          เรื่องราวของผ้าจะมีความน่าสนใจขนาดไหน มีที่มาที่ไปอย่างไร และมีกี่ชนิด และในแต่ละชนิดมีคุณประโยชน์รวมถึงคุณสมบัติพิเศษอย่างไรในบทความนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง พร้อมถึงบอกถึงลักษณะของผ้าแต่ละชนิด เพื่อที่จะสามารถเลือกให้เหมาะกับตัวคุณและการใช้งาน รวมถึงวิธีการดูแลรักษาผ้าแต่ละชนิด ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปอ่านกันได้เลย

ผ้าห่ม

          ผ้าผืนแรกที่เกิดขึ้นมาบนโลก ก็คือ หนังสัตว์และขนแกะ คำว่า ผ้าห่ม ในภาษาอังกฤษ “blanket” มีต้นกำเนิดจากคำว่า “quot blanquette” ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมีรากศัพท์จากคำว่า “quot blanc” หมายถึง “สีขาว” เนื่องจากผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนผ้าของฝรั่งเศสในสมัยกลางทำจากผ้าขนสัตว์ไม่ย้อมสี จึงล้วนเป็นสีขาว และในอดีตผ้ามักทำขึ้นจากขนสัตว์ เพราะให้ความอบอุ่นได้มาก แต่ในปัจจุบันมีผ้าที่ทำจากวัสดุที่หลากหลายชนิด อาทิเช่น ขนสัตว์ ขนแกะ ฝ้าย ไหม ใยสังเคราะห์อะคริลิค โพลีเอสเตอร์ ขนมิ้งค์ จนถึงการนำเอาเทคโนโลยีไฮเทคต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับผ้า กลายเป็นผ้าห่มไฟฟ้า ควบคุมการทำงานด้วยระบบอัจฉริยะก็มี อย่างไรก็ดีที่นิยมใช้ตามบ้านเรือนทั่วไป สามารถแบ่งเป็นออกได้สองกลุ่มหลักๆ ได้แก่ ชนิดผ้าตามการใช้งาน และ ชนิดผ้าตามวัสดุที่ใช้ผลิต 

. . . . . . . . . .

ชนิดผ้าห่มตามการใช้งาน ทั่วไป จำแนกย่อยออกได้อีก 4 ลักษณะ มีอะไรบ้างมาดูกัน

1. ผ้าห่มบนเตียง

          เป็นที่รู้จักและนิยมใช้กันโดยทั่วไป ประกอบด้วยผ้าสองชิ้นเย็บติดกันอยู่ ชิ้นนอก มักทำมาจากฝ้ายหรือใยสังเคราะห์ผสม ซึ่งสามารถซักทำความสะอาดง่ายและให้สัมผัสที่นุ่ม ละเอียด ข้างในจะยัดด้วยขนนกหรือฝ้ายเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าหนาวแบบนี้ 

  • จุดเด่น : ผ้าแบบนี้มักจะให้ความอบอุ่นมากกว่าแบบอื่น และสามารถใช้งานได้ในที่อากาศเย็นถึงเย็นจัดอย่างดีทีเดียว
  • จุดอ่อน : ในบางครั้งอาจให้ความอบอุ่นจนร้อนเกินไป ถ้าอากาศข้างนอกไม่หนาวจัด 

วิธีการดูแล : ซักแห้ง

ผ้าห่มบนเตียง

. . . . . . . . . .

2. ผ้าสำหรับคลุมตัวเวลานั่งดูทีวี

          ผ้าชนิดนี้มักใช้สำหรับตกแต่งเตียงนอน เก้าอี้ โซฟา หรือบางครั้ง ก็สามารถใช้คลุมตัวเวลานั่งดูทีวีได้เช่นกัน มักมีลักษณะเป็นผ้าเบาบาง ชั้นเดียว ผ้าชนิดนี้ มักทำมาจากวัสดุที่คล้ายขนสัตว์ ขนแกะ และมักเย็บตะเข็บที่ขอบเพื่อความสวยงาม

  • จุดเด่น : สามารถเปลี่ยนบรรยากาศของห้องได้ง่าย โดยเลือกโทนสีและรูปแบบตามต้องการ เช่น ผ้าห่มการ์ตูน มีขนาดกะทัดรัด เหมาะกับห้องนั่งเล่นเป็นอย่างดี
  • จุดอ่อน : มีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะใช้ห่มเพื่อให้ความอบอุ่นได้อย่างเพียงพอ 

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้ แต่ควรซักแยก โดยใช้โหมดถนอมผ้า ควรปั่นแห้งโดยใช้ความร้อนต่ำ

ผ้าห่ม

. . . . . . . . . .

3. ผ้าห่มนวม

          ผ้านวมมีลักษณะที่คล้ายกับผ้าห่มเตียงมาก แต่มีข้อที่แตกต่างกัน คือ ผ้านวมมักจะต้องมีปลอกหุ้มอยู่ภายนอกเสมอ ภายในมักใส่ด้วยวัสดุที่ให้ความอบอุ่นชนิดต่าง ๆ หากเปรียบเทียบกับผ้าทั่วไปแล้ว ผ้าห่มนวมจะให้สัมผัสที่นุ่มและมีความยืดหยุ่นมากกว่า เนื่องจากบุด้วยขนต่าง ๆ เส้นใยธรรมชาติ หรือใยสังเคราะห์คุณภาพดีจึงมีความฟูมากกว่าปกติ อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา สามารถกักเก็บความร้อนได้เป็นอย่างดี ช่วยให้คุณนอนหลับได้อย่างสบาย อุณหภูมิเย็นแค่ไหนก็ไม่ต้องเป็นกังวล

  • จุดเด่น : แม้ว่าจะถอดปลอกไปซักแล้ว ผ้านวมภายในก็ยังใช้งานได้ตามปกติ อีกทั้งสามารถเปลี่ยนปลอกผ้านวม เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศภายในห้องนอนได้ตามต้องการ
  • จุดอ่อน : หากเลือกขนาดของปลอกไม่พอดีกับผ้านวมแล้ว ก็จะทำให้ผ้านวมที่ใส่อยู่ข้างในกองกันอยู่เป็นกลุ่มก้อนได้

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้ แต่ควรซักแยก โดยใช้โหมดถนอมผ้า ควรหลีกเลี่ยงการตากผ้าในที่แดดจัดเกินไปเพราะอาจทำให้คุณภาพของเนื้อผ้าและวัสดุด้านในลดลงได้

. . . . . . . . . .

4. ผ้าห่มนวมคลุมเตียง

          ผ้าคลุมเตียงเป็นที่รู้จักกันมานานหลายศตวรรษแล้ว โดยถูกใช้เพื่อทำให้เตียงอบอุ่นอยู่เสมอ โดยทั่วไป ผ้าคลุมเตียงมักประกอบด้วยเส้นใย 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นบนสุด มักเป็นการนำผ้ามาเย็บต่อกันเพื่อให้เป็นลวดลาย ชั้นกลาง จะเป็นชั้นบาง ๆ ที่ทำจากฝ้ายหรือขนสัตว์ และชั้นล่างสุด มักทำจากผ้าใยสังเคราะห์ มักมีน้ำหนักเบากว่า ผ้านวมและผ้าห่มเตียง ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศที่อบอุ่น โดยส่วนใหญ่ ผ้าคลุมเตียงมักจะดูเงา มัน วาว เพื่อความหรูหราของห้องนอน

  • จุดเด่น : เหมาะกับคนขี้ร้อน เนื่องจากผ้ามีลักษณะบาง
  • จุดอ่อน : การทำความสะอาดต้องซักแห้ง เนื่องจากวัสดุที่ใช้มักเปราะบาง ฉีกขาดง่าย

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้ แต่ควรซักแยก โดยใช้โหมดถนอมผ้า ไม่ควรใช้ความร้อนจนเกินไปในการทำให้ผ้าแห้ง

. . . . . . . . . .

ส่วนอีกกลุ่ม จะเป็นการแบ่งจำแนกตามชนิดของวัสดุที่ใช้ถักทอ ซึ่งได้แก่

1. ผ้าวัสดุเชอร์ปา (Sherpa)

          เป็นผ้าที่ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ด้านหนึ่งทำจากผ้าสักหลาด ส่วนอีกด้านจะเป็นผ้าที่ทอเป็นลักษณะคล้ายขนแกะ ผ้าชนิดนี้สามารถใช้งานได้สบายในวันที่คุณรู้สึกอยากชิล

  • จุดเด่น : มีน้ำหนักเบาแต่ยังคงให้ความอบอุ่นเสมือนห่มด้วยขนแกะ
  • จุดอ่อน : ชำรุดง่ายหากใช้งานนานหรือซักบ่อย

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้ แต่ควรซักรวมกับผ้าที่เป็นสีโทนเดียวกันเท่านั้น โดยใช้น้ำยาซักผ้าพร้อมปรับผ้านุ่ม และไม่ควรซักรวมกับผ้าเช็ดตัว สเวตเตอร์ หรือผ้าใยสังเคราะห์อื่น เพราะเส้นใยจากผ้าเหล่านั้น อาจเข้าไปติดที่ผ้าได้

ผ้าห่ม Sherpa blanket

. . . . . . . . . .

2. ผ้าห่มชะเนล (Chenille)

          เป็นผ้าที่นิยมอีกประเภทหนึ่ง เนื่องจากมีผิวสัมผัสที่นุ่มนวล มันวาว มักทำมาจากฝ้าย อะคริลิค หรือเรยอน ผ้าชนิดนี้ เหมาะกับห้องที่ตกแต่งในแนววินเทจ หรือ เรทโท ซึ่งนิยมมากในปี 1940s ถึง 1950s

  • จุดเด่น : ให้ความอบอุ่นเป็นอย่างดี
  • จุดอ่อน : บอบบาง จึงต้องใช้วิธีการซักแห้งเพื่อทำความสะอาด และหากดูแลไม่ดี ก็ทำให้ขนใยสังเคราะห์หลุดออกมาจนทำให้ผ้าดูเก่าได้

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่อง

ผ้าห่มชะเนล

. . . . . . . . . .

3. ผ้าห่มผ้าฝ้าย

          เป็นผ้าที่ทำจากฝ้าย 100% ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กทารก เด็กเล็ก หรือคนที่มีผิวที่บอบบาง ผ้าชนิดนี้ สามารถใช้ได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อน ที่อากาศจะเย็นในยามค่ำคืน หรือในหน้าหนาว โดยอาจใช้คู่กับผ้านวมหรือผ้าชนิดอื่นด้วย

  • จุดเด่น : เป็นผ้าที่เย็นสบายเหมาะกับฤดูร้อนหรือคนที่ขี้ร้อน
  • จุดอ่อน : ไม่เหมาะกับสภาพอากาศหนาวเย็น

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่อง

ผ้าห่ม Cotton

. . . . . . . . . .

4. ผ้าห่มถัก

          มีลวดลายที่หลากหลายตามแต่ผู้ถัก มักเป็นผ้าชั้นเดียว ซึ่งอาจทำจากวัสดุที่แตกต่าง เช่น ฝ้าย ขนสัตว์ อะคริลิค สามารถใช้ได้หลากหลาย เช่น ใช้กับเตียงใหญ่ หรือโซฟาก็ได้ ตรงชายผ้าห่ม สามารถถักให้เกิดลวดลาย หรือเป็นพู่ไหมได้ตามต้องการ

  • จุดเด่น : สามารถออกแบบได้หลากหลายตามแต่ความต้องการของผู้ใช้งาน และสามารถเป็นงานอดิเรกของบรรดาสาว ๆ ได้
  • จุดอ่อน : ไม่เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะอาจเล่นผ้าจนหลุดลุ่ยได้

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้ แต่ควรใช้โหมดถนอมผ้า และควรหลีกเลี่ยงการตากแดดจัด

 Knitted blanket

. . . . . . . . . .

5. ผ้าแบบวาฟเฟิล

          เป็นผ้าที่ถูกออกแบบลวดลายเหมือนขนมวาฟเฟิล ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ หรือ ฝ้าย ซึ่งด้วยลักษณะของลายวาฟเฟิลนี่เอง ทำให้สามารถดูดซับความเย็นไม่ให้ผ่านเข้าไปยังผู้อยู่ใต้ผ้าได้ จึงให้ความอบอุ่นได้เป็นอย่างดีทีเดียว

  • จุดเด่น : ให้ความอบอุ่นและระบายอากาศได้ดี และสามารถใช้ได้ทั้งหน้าร้อนและหน้าหนาว โดยใช้ร่วมกับผ้าอื่น
  • จุดอ่อน : ควรใช้ร่วมกับผ้าอื่นเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้ และเมื่อเครื่องซักเสร็จ ควรรีบนำออกมาตากโดยทันทีเพื่อป้องกันผ้ายับ หลีกเลี่ยงการตากผ้าในที่แดดจัด และควรรีดทับโดยใช้ความร้อนต่ำอีกครั้ง ป้องกันการหดตัวของลายผ้า

. . . . . . . . . .

6. ผ้าห่มเวลลักซ์ (Vellux)

          ทำจากวัสดุพอลิยูรีเทนหนา 2 ชั้น เชื่อมติดกับ ใยสังเคราะห์ไนลอนแบบอ่อนนุ่ม เป็นผ้าห่มที่มีความทนทาน ใช้ได้ยาวนาน โดยไม่หดตัว และให้ความอบอุ่นแบบคาดไม่ถึงทีเดียว สามารถใช้แบบเดี่ยวหรือจะใช้ร่วมกับผ้าชนิดอื่นก็ได้

  • จุดเด่น : มีความทนทาน ใช้ได้ยาวนาน คงความอ่อนนุ่มแม้จะซักหลายครั้งก็ตาม
  • จุดอ่อน : ไม่เหมาะกับคนขี้ร้อน เพราะไม่ค่อยระบายอากาศ และไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้ ควรซักก่อนใช้ และซักซ้ำอย่างน้อยทุก 6 เดือน ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มหลังการซักผ้าทุกครั้งเพื่อความนุ่มของผ้าที่คงทนถาวร

Vellux blanket

. . . . . . . . . .

7. ผ้าแบบขนสัตว์

          เป็นที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานานเพราะสามารถให้ความอบอุ่นได้ยาวนาน และมีหลากหลายรูปแบบ

  • จุดเด่น : เหมาะกับการใช้งานกลางป่า หรือไปแคมป์ เพราะระบายอากาศได้ดี
  • จุดอ่อน : ไม่เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้

. . . . . . . . . .

8. ผ้าห่มฟลีซ (Fleece)

          ผลิตมาจากโพลีเอสเตอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้ผ้าอบอุ่นและอ่อนนุ่ม

  • จุดเด่น : หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง และใช้ได้หลายโอกาส
  • จุดอ่อน : ระบายอากาศไม่ดี และทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์ได้ในหน้าหนาว

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้ โดยแยกซักต่างหากจากผ้าปกติทั่วไปและปั่นแห้งโดยใช้รอบต่ำ

. . . . . . . . . .

9. ผ้าห่มขนแกะ

          เป็นผ้าที่ผลิตมาจากขนแกะ ทำให้มีคุณสมบัติห่มแล้วอุ่น ระบายอากาศได้ดี เหมาะแก่ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย 

  • จุดเด่น : แอนตี้แบคทีเรีย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดี
  • จุดอ่อน : มีข้อกังขาเรื่องคุณธรรมในการต้องฆ่าสัตว์เพื่อเอาขน อย่างไรก็ตาม ขนแกะที่นำมาทำนี้ โดยมากได้มาจากอุตสาหกรรมอาหาร

วิธีการดูแล : สามารถซักเครื่องได้ และปั่นแห้งโดยใช้รอบต่ำ ยิ่งซักจะยิ่งอ่อนนุ่ม

Fleece blanket

. . . . . . . . . .

10. ผ้าวัสดุไม้ไผ่

          เป็นผ้าที่ผลิตขึ้นจากเส้นใยของไม้ไผ่ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาก ผ้าชนิดนี้ สามารถให้ความร้อนได้ดีในยามกลางคืน สามารถซึมซับเหงื่อได้เป็นอย่างดี ทำให้รู้สึกสบายตัว และได้ชื่อว่าเป็นผ้าที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทารก เนื่องจากมีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรีย

  • จุดเด่น : สามารถลดกลิ่นได้ จึงไม่จำเป็นต้องซักบ่อย
  • จุดอ่อน : ไม่สามารถใช้เครื่องซักผ้าได้

วิธีการดูแล : ซักด้วยมือ หลีกเลี่ยงการตากแดดหรือใช้ความร้อนเป่า ควรแขวนไว้ในที่ร่มมีลมผ่าน

. . . . . . . . . .

11. ผ้าห่มนาโน

          ผ้าอเนกประสงค์ ที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ขนาดนาโน ทำให้ผ้าห่มนาโนที่ได้มีลักษณะที่มีผิวเนียนเรียบและละเอียด สามารถให้ความอบอุ่นแต่บางเบา เมื่อผ้านาโนเปียกแล้ว ผ้านาโนจะสามารถแห้งเร็วกว่าผ้าปกติ ไม่เกิดเชื้อราและกลิ่นอับขึ้น รวมทั้งลักษณะผ้านาโนจะไม่ขึ้นเป็นขน

  • จุดเด่น : ผ้านาโนจะได้รับการรับรองว่าสามารถใช้ได้ในคนที่มีอาการภูมิแพ้ เนื่องจากไม่มีการเก็บฝุ่นไว้บนผ้านาโน และไม่มีการหลุดเป็นขุยเมื่อใช้นานไปนอกจากนี้ผ้านาโนนั้นมีลักษณะผ้าที่เรียบและมีความนุ่มลื่นมือมาก อีกทั้งเมื่อห่มผ้านาโนแล้วยังให้ความอุ่นสบายเทียบเท่ากับผ้าอื่น ๆ ในขนาดที่บางกว่าอีกด้วย สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้
  • จุดอ่อน : มีราคาสูงกว่าผ้าทั่ว ๆ ไป 

วิธีการดูแล : ซักด้วยเครื่องซักผ้าได้และปั่นแห้งได้

. . . . . . . . . .

ผ้าห่ม

          และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลสาระดี ๆ เกี่ยวกับผ้าห่มที่นำมาฝากกัน ตอนนี้ทุกคนคนเข้าใจถึงความสำคัญของการใช้งานกันแล้วว่าไม่ใช่รักษากายให้อบอุ่นแต่ยังช่วยประคองจิตใจให้รู้สึกอบอุ่น คลายความวิตกกังวลและยังเป็นสื่อเชื่อมโยงถึงความทรงจำในอดีตอันน่าประทับใจได้อีกด้วย หวังว่าการเลือกซื้อครั้งต่อไปของเพื่อน ๆ จะได้ผ้าห่มที่ตรงตามความต้องการใช้งาน และใช้อย่างมีความสุขจนใครมาปลุกก็ไม่ยอมลุกจากที่นอนกันเลยทีเดียว ครั้งหน้า CondoNewb จะมาพูดคุยสาระความรู้เรื่องไหนอีกต้องติดตามกันนะ